ส้นสูง คู่ใจสาวออฟฟิศ จะร้ายแค่ไหน ก็รักอยู่ดี

high heelsสาวๆ ชาวออฟฟิศคงพอจะทราบกันบ้างแล้ว ถึงข้อเสียจากการใส่ส้นสูง ทั้งทำให้ปวดเท้า เมื่อยขา แต่ถึงเวลาต้องแต่งสวยแบบจัดเต็มทีไร ก็อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบเจ้ารองเท้าส้นสูงคู่สวยมาใส่ประชันความงามกันแบบไม่ยอมน้อยหน้าใคร … แหม ก็ใครจะยอมทิ้งความเพรียว สวยสง่า ที่ได้จากการใส่รองเท้าส้นสูงกันได้ลงคอ…
วันนี้ลองมาทำความเข้าใจเพิ่มกันอีกสักนิดนะคะ ว่ารองเท้าส้นสูงที่เราเลือกใส่นั้น มีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง
รองเท้าส้นเข็ม
ส้นเข็มคู่ใจสาวสวย ใส่ทีไรเหมือนต้องมนต์ ขาจะสวยเพรียวขึ้นทันตาเห็น และด้วยความที่มีส้นที่เพรียวเล็กจึงช่วยให้ดูไม่ตันอีกต่างหาก มือใหม่หัดใส่อาจร้อง “ยี้” เพราะแค่ส้นสูงปกติก็ลำบากแล้ว เจ้ารองเท้าส้นเข็มยิ่งทำให้ทรงตัวยากขึ้นไปอีก ด้วยส้นที่เล็กมาก การทิ้งน้ำหนักต้องกดลงไปที่จุดเดียว ทำให้ไม่สามารถรองรับน้ำหนักตัวเราได้อย่างสมดุล จมูกเท้าด้านหน้าต้องรับบทหนัก แถมเวลาเดินจะเกิดการกระแทกย้อนกลับมาที่เท้า ใส่แต่ละครั้งจึงรู้สึกได้ว่าไม่สบายเท้า ทั้งคุณสาวๆ ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยง ทั้งเท้าพลิก เท้าแพลง และทำให้เกิดอาการเคล็ดขัดยอกกันได้ง่ายๆ
รองเท้าหัวแหลม
แฟชั่นรองเท้าหัวแหลมช่วยให้ลุ้คดูเปรี๊ยวจี๊ด ทันสมัย กระฉับกระเฉง ตามคอนเซ็ปต์สาวมั่นยุคใหม่ แต่ลองก้มมองที่เท้าของเราสักนิดนะคะ เพราะเปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของเท้าคนไทยล้วนมีหน้าเท้าที่กว้าง เมื่อพยายามสอดปลายเท้าลงไปในรองเท้าหัวแหลมๆก็เท่ากับเป็นการบีบหน้าเท้าตัวเองทำให้เสียรูป ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าส้นสูงหัวแหลมด้วยยิ่งหนัก เพราะน้ำหนักจะยิ่งเทไปด้านหน้ามากขึ้นอีก เดินไปสักพักก็มักจะปวดเท้ากันทุกคน อาการที่มักจะเกิดตามมาได้แก่ กล้ามเนื้ออักเสบ และตาปลา เพราะในแต่ละก้าวที่เดินกล้ามเนื้อจะถูกบีบรัดและเสียดสีตลอดเวลา ยิ่งถ้าปล่อยไว้นาน นิ้วเท้าอาจผิดรูปไปได้เลยล่ะค่ะ
รองเท้าส้นสูงปรี๊ด
สาวๆ ไซส์มินิ มาตรฐานแบบไทยๆ อาจคิดว่าส่วนสูงของตัวเองเป็นปมด้อย เพราะไม่ว่าจะซื้อกางเกงก็ต้องตัดขา หรือจะตามแฟชั่นกระโปรงยาว ก็ยาวจนลากพื้น ตัดสินใจต้องเลือกเพื่อนคู่ใจเป็นรองเท้าส้นสูงปรี๊ด ความสูงจะได้เชิดหน้าชูตาขึ้นมาหน่อย แต่รองเท้าที่ส้นสูงปรี๊ดนั้นทำให้เราต้องเดินเขย่งตลอดเวลา ยิ่งเป็นรองเท้าที่ความสูงของด้านหน้าและด้านหลังต่างกันมากๆ น้ำหนักทั้งหมดจะตกลงมาที่จมูกเท้าหมด ทีนี้เท้าก็จะงอผิดธรรมชาติ กล้ามเนื้อบริเวณน่องจะเกร็งขึ้นมากกว่าปกติ จึงทำให้ทั้งปวดเท้า เมื่อยน่องทุกครั้งที่ใส่ บางคนที่ใส่รองเท้าส้นสูงไปนานๆ อาจเกิดปุ่มแข็งๆ ยื่นออกมาตรงส้นเท้า (Pump Bump) เป็นกระดูกที่งอกออกมาแบบผิดปกติ ปุ่มแข็งๆ นี้ถ้าสียดสีกับส้นรองเท้าบ่อยๆ ก็อาจกลายเป็นแผลพุพอง แผลกดทับ เกิดอาการปวดแบบถาวรได้
รองเท้าแพลตฟอร์ม
สาวๆ อาจแปลกใจว่าทำไมเลือกรองเท้ามีส้นสูงเสมอกันแล้ว ทำไม ยังจะมีข้อเสียได้อีก ก็เพราะรองเท้าแบบแพลตฟอร์มถึงจะดูสวย น่าจะใส่สบาย แต่รองเท้าแบบนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักและรูปทรงของเท้า ไม่ยืดหยุ่นในยามเคลื่อนไหว ซ้ำร้าย พื้นรองที่เท้าแข็ง และหนา จะบังคับไม่ให้เท้าเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าเท้าของเราเกร็งทุกครั้งที่เคลื่อนไหว และพยายามทรงตัว ยิ่งบางคู่ที่ออกแบบผิดส่วน ฝ่าเท้าไม่สัมผัสกับพื้นรองเท้า ยิ่งทำให้การทรงตัวยากขึ้นไปอีก ผลคือกล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็ง ปวดเมื่อย ยิ่งถ้ารองเท้าคู่นั้นสูงมาก ก็จะยิ่งกดทับกระดูกฝ่าเท้ามากขึ้นไปอีก และการทรงตัวที่ลำบากก็อาจทำให้สะดุดหกล้มบาดเจ็บกันได้ง่ายๆเลยทีเดียว
รองเท้าส้นแบน แฟลตชูว์
แม้จะหนีจากรองเท้าส้นสูงๆ หันมาคบรองเท้าส้นแบน แบบติดดินสุดๆ แล้ว ก็ยังหนีอาการปวดเมื่อยเท้าเมื่อเดินไกลๆ ไม่ได้ สาเหตุก็มาจากการไม่มีพื้นรองเท้านี่แหละค่ะ รองเท้าที่แบนราบไปกับพื้นเลยนั้นไม่ช่วยรองรับแรงกระแทก แถมยังจะไม่เข้ากับสรีระของเท้าอีกด้วย อาจทำให้เกิดออาการเจ็บเข่า ลามไปถึงสะโพกและหลังได้ สำหรับบางคนอาจเกิดถึงขั้นมีอาการเอ็นฝ่าเท้าอักเสบได้เลย รองเท้าที่ดีจึงควรหนาขึ้นมาสัดนิด แล้วมีแผ่นรองเท้าเพื่อรองรับกับรูปเท้าในทุกขณะของการเคลื่อนไหวค่ะ

เคล็ดลับ : เลือกรองเท้าต้องดูอะไรบ้าง
ลักษณะรองเท้า : เลือกรองเท้าที่มีลักษณะเข้ากับรูปเท้า
พื้นด้านในรองเท้า : ควรเลือกรองเท้าที่ใช้วัสดุด้านในที่นุ่มสบายเท้า และสามารถช่วยรับน้ำหนักได้
พื้นรองเท้า : เจอรองเท้าถูกใจแล้ว ลองพลิกดูพื้นรองเท้าด้วย ว่าวัสดุมีความฝืดแค่ไหนสำหรับการป้องกันการลื่นในยามก้าวเดิน และมีลวดลายอย่างไร ลายเฉียงคล้ายสามเหลี่ยมที่หันมาด้านหน้า จะช่วยเรื่องการยึดเกาะพื้นได้ดีไม่แพ้ลวดลายขรุขระอื่นๆเลยทีเดียวค่ะ
ส้นรองเท้า : รองเท้าที่ดีส้นรองเท้าไม่ควรสูงเกิน 1 นิ้ว และถ้าอยากใส่ส้นสูงก็ไม่ควรเกิน 2 นิ้ว และใส่ต่อเนื่องไม่เกิน 3 ชั่วโมงในแต่ละครั้ง ที่สำคัญควรถอดออกให้เท้าของคุณได้พักบ้างในเวลาที่ไม่ต้องเดิน
น้ำหนักของรองเท้า : ลองจับๆ ยกๆ รองเท้าดู แล้วเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา รองเท้าที่ทำจากยางหนาๆ มีน้ำหนักมาก จะทำให้เดินยากและหกล้มได้ง่าย เลือกรองเท้าที่ทำจากยางที่มีน้ำหนักเบาจะทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า

TIPS : รู้จักโครงสร้างของเท้า
เท้าประกอบด้วยกระดูก 28 ชิ้น ต่อกับข้อเท้า และมีกล้ามเนื้อที่เกาะจากขาท่อนล่างมาที่เท้าทั้งหมด13 มัด ภายในฝ่าเท้ามีกล้ามเนื้อรวม 19 มัด และยังมีเส้นเอ็น กล้ามเนื้อต่าง ๆ มากกว่า 100 ชิ้น เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของเท้า โครงสร้างของเท้ามีส่วนโค้งของฝ่าเท้าตามยาวและตามขวาง ส่วนโค้งนี้ทำให้เท้าสามารถรับน้ำหนักได้หลายเท่าตัว แต่การใส่ส้นสูงจะทำให้น้ำหนักกดลงไปที่กระดูกนิ้วเท้า, กระดูกข้อต่อนิ้วเท้า, ข้อเท้า และเส้นเอ็น ที่มักเกิดปัญหาคือเอ็นร้อยหวายที่จะต้องเกร็งตัวตลอดเวลาเมื่อเราใส่รองเท้าส้นสูงค่ะ

Advertisements

เพียงหายใจ ความสงบก็อยู่กับเรา

Breathingการหายใจเป็นสัญชาติญาณการเอาดำรงค์ชีวิตอย่างหนึ่งของมนุษย์ ที่แม้ไม่ต้องสอน ทุกๆคนก็หายใจกันเป็นตั้งแต่เริ่มลืมตาดูโลกใบนี้แล้ว แต่สิ่งที่เราๆคุ้นเคยจนไม่ค่อยได้สังเกตอย่างๆการหายใจนั้น สามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความสงบ ได้แบบไม่ยากจนเกินไป วิธีการจะเป็นอย่างไร เรามาลองติดตามกันค่ะ

เมื่อจิตใจมีมรสุม ต้องใช้ความสงบสุขุมเข้าช่วย ให้ขยายการหายใจเข้าและออก สูดหายใจเข้าให้สุด จนรู้สึกว่าได้รับอากาศเข้าไปจนเต็มปอด สังเกตบริเวณหน้าอกขยายขึ้น และขยายซี่โครงออกไปด้านข้าง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาจนหมด กำหนดจังหวะให้การหายใจเข้า และออก ด้วยระยะเวลาที่เท่าๆกัน นอกจากจะช่วยในการรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ยังช่วยให้เกิดการผ่อนคลายและสร้างความสงบได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

เมื่อได้ลองปรับจังหวะการหายใจ เพื่อลดความรุมร้อนกระวนกระวายใจลงบ้างแล้ว คราวนี้ลองหายใจเข้าและออก โดยปล่อยให้การหายใจเป็นไปตามจังหวะธรรมชาติ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงจังหวะ หรือความลึกของลมหายใจ แต่ลองสัมผัสถึงลมที่ผ่านเข้าออกว่าเย็น หรือ อุ่นอย่างไร มีลักษณะที่หยาบและละเอียดอย่างไร เช่น เมื่อหายใจเข้า ลมเย็นจะเข้าสู่ร่างกาย และเมื่อหายใจออก ลมอุ่นจะผ่านออกมาจากร่างกาย ใช้การพิจารณาสิ่ที่เป็นไปในร่างกายของตัวเองเพื่อลดความสับสน ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย โดยการดึงสมาธิให้มาอยู่ที่ลมหายใจ เพียงเท่านี้ จิตใจที่ว้าวุ่น ความรุ่มร้อนที่เกิดภายในจิตใจก็จะค่อยๆลดลงได้ในไม่ช้า

หายใจกันมาตลอดทั้งชีวิตแล้ว ลองหายใจในแบบที่จะเป็นประโยชน์กับกายและใจของเราด้วยนะคะ

รวมความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพ พร้อมคำอธิบายที่ถูกต้อง

True-or-False1เคยมีความเชื่อแบบนี้กันบ้างหรือเปล่าคะ ลองอ่านกันซักนิด ทำความเข้าใจกันซักหน่อย สาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไปค่ะ

ทานโปรตีนเพิ่ม พละกำลังก็เพิ่ม
ไม่ถูกซะทีเดียวค่ะ เพราะร่างกายของเรามีโปรตีนและไขมันที่เพียงพออยู่แล้ว การเพิ่มปริมาณโปรตีนที่พิเศษไปกว่าโปรตีนที่เราทานตามปกติไม่ได้ช่วยเรื่อง “พละกำลัง” แต่เป็นเรื่องของ “จิตใจ” มากกว่า เราอาจจะเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลาย ที่จูงใจด้วยสรรพคุณของอาหารเสริมโปรตีน ราวกับว่าโปรตีนคือยาวิเศษ แท้จริงแล้วพละกำลังเกิดจากกล้ามเนื้อ การบริหารร่างกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้กล้ามเนื้อแข็งแรง จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในการเพิ่มพละกำลังมากกว่า

น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น
อาจจะถูกส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น ระบบการเผาผลาญอาหารและพลังงานของร่างกายก็ทำงานได้ลดลง ทำให้เกิดการสะสมในรูปแบบของไขมันส่วนเกินที่มากขึ้น ประกอบกับการสร้างกล้ามเนื้อก็ลดลง เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไขมันสะสมเพราะไม่ได้ถูกนำไปใช้ เราจึงควรจะกำจัดส่วนเกินเหล่านั้นออกไป แล้วรักษาน้ำหนักให้สมดุล ดีกว่าที่จะปล่อยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้นนะคะ

ยาลดความอ้วนทำให้หายจากโรคอ้วน
ยาลดความอ้วนที่โฆษณาและวางขายตามท้องตลาดนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นยาขับปัสสาวะ ลดการดูดซึมไขมัน เมื่อใช้ยาอาจส่งผลให้ดูผอมในระยะหนึ่ง แต่เป็นความผอมแบบขาดสารอาหาร ร่างกายทรุดโทรม การลดความอ้วนที่ดีและได้ผลที่สุดนั้นไม่มีตัวยาเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการควบคุมอาหาร และปริมาณสารอาหารที่ร่างกายได้รับ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม แน่นอนว่าวิธีดังกล่าวต้องใช้เวลาและความพยายามมากพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ

ป่วย ต้องทานยา
จากการปลูกฝังอย่างต่อเนื่องจากการแพทย์แผนปัจจุบันที่เน้นให้ผู้ป่วยทานยา ความจริงแล้ว 90 % ของโรคต่างๆ ร่างกายเราสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา ยาเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่ลดอาการของความเจ็บป่วยนั้นๆ ให้ร่างกายได้พักผ่อน สร้างภูมิต้านทานที่จะมาต่อกรกับเชื้อโรคทั้งหลายที่ทำให้ร่างกายบกพร่อง อย่างเช่น ยาแก้ไอ ยานี้ไม่ได้มีผลในการหยุดอาการไอ แต่จะช่วยลดอาการคัดจมูก แก้อาการบวมในคอ สาเหตุของเสียงที่แหบแห้ง เป็นต้น

คนกล้ามใหญ่ แข็งแรงที่สุด
ในการ์ตูนหรือภาพยนตร์มักหยิบยกเอาฮีโร่กล้ามใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของจอมพลัง แท้ที่จริงแล้วการบริหารกล้ามเนื้อให้เหมาะกับการใช้งานจะเกิดประโยชน์มากกว่า เพราะการเพาะกล้ามเนื้อนั้น บางครั้งอาจเป็นการเพาะกล้ามเนื้อส่วนเกินที่ไม่เกี่ยวกับการใช้งานจริง แต่กลับเป็นการเพาะกล้ามเนื้อเพื่อความสวยงามมากกว่า หากต้องใช้กำลัง กล้ามเนื้อต้องมีพลังอดทนต่อความเครียดและความกดดันให้ได้ ทั้งยังต้องมีการบริหารร่างกายอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความยืดหยุ่นอีกด้วย

ผู้บริหารส่วนใหญ่มักเป็นโรคกระเพาะ
บทความไหนๆ ก็มักบอกเช่นนี้ แต่จริงๆ แล้ว จากสถิติ เมื่อสำรวจผู้ทำงานในระดับบริหาร กลับพบว่ามีเพียงครึ่งเดียวที่เป็นโรคกระเพาะ เทียบกับลูกจ้างทั่วไปจะพบว่ามีอัตราที่ต่ำกว่ามาก ที่มาคือการรู้จักแบ่งเวลาและการดูแลตนเอง ผู้บริหารส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เพราะสุขภาพที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่ดี คนกลุ่มนี้กลับมีร่างกายที่แข็งแรง และสุขภาพที่ดีมากกว่าคนกลุ่มไหนๆ ในออฟฟิศเสียอีก

อาหารบำบัดโรค : มารู้จัก Raw Food และ Vegan Food กันค่ะ

เมื่ออาหารทำหน้าที่แทนยาดูแลรักษาร่างกาย raw foodเมื่อ Raw Food กับ Vegan Food กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเมืองนอกที่ดาราฮอลลีวูดต่างหันมารับประทานอาหารจากพืชผักสด จนมีสูตรอาหารต่างๆ ของ Raw Food กับ Vegan Food ออกมามากมาย หลายคนยังอดติดใจสงสัยไม่ได้ว่า แล้ว Raw Food กับ Vegan Food คืออะไร

วันนี้ได้เวลามาไขคำตอบกันซักหน่อย Raw Food และ Vegan Food คืออะไร? ตอบข้อสงสัยกันก่อนเลยว่า “Raw food” คือ อาหารที่ทำจากผลไม้สด ผักสด ต้นอ่อนของเมล็ดพืช ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดจะไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งทางเคมี ไม่มีแป้งและน้ำตาล ใช้ความร้อนไม่เกิน 46 องศาเซลเซียส เพื่อคงคุณค่าของเอ็นไซม์ วิตามิน และเกลือแร่ ทั้งแหล่งวัตถุดิบที่นำมาใช้ ไม่มีการใช้สารเคมี และที่สำคัญ ต้องเป็นผักผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อคงความธรรมชาติและปลอดภัยจากสารเคมีอย่างแท้จริง ส่วน Vegan food ก็คืออาหารที่ไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ทุกชนิด ที่เราน่าจะรู้จักกันดีในชื่อของ อาหารมังสวิรัตินั่นเอง

Raw Food เมนูเพิ่มพลังชีวิต จากการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ทั้งพืชผักสด ที่เป็นผักออร์แกนิคเท่านั้น รสชาติทุกอย่างล้วนได้มาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งผู้ปรุงยังต้องปรุงด้วยใจรักและใส่ใจในทุกรายละเอียดของอาหารแต่ละเมนู Raw Food เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับชีวิต รับประทานแล้วมีสุขภาพดี สวยได้จากภายในสู่ภายนอก ด้วยเอนไซม์จากผัก ผลไม้ ที่เหมาะสมสำหรับร่างกายของเรา สำหรับมนุษย์เรา นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ไว้ ว่าเป็นสัตว์กินพืช Raw Food จะช่วยล้างสารพิษ เพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง สายตา และระบบการย่อยอาหาร ทั้งยังจะทำให้ผิวพรรณสดใส รักษาสมดุลย์ของน้ำหนัก และที่สำคัญเป็นอาหารที่ส่งผลต่ออารมณ์ มีส่วนทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย

ทำไม Raw Food จึงหาทานได้ยาก ? อย่างที่ทราบกันว่าการบริโภคผักออร์แกนิคนั้นยังถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเล็กๆของผู้รักสุขภาพจริงๆ เนื่องจากราคาจะสูงกว่าผักทั่วไปพอสมควร ซึ่งก็เป็นเพราะ กว่าจะได้พืชผักออร์แกนิค เกษตรกรจะต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมดินที่ใช้เวลานานถึง 7 ปี ปล่อยผืนดินให้ว่าง พลิกหน้าดินเพื่อชะล้างสารพิษต่างๆ ที่คั่งค้างอยู่ ผ่านระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ เกษตรกรที่ปลูกพืชผักออร์แกนิค เป็นผู้ที่ปลูกด้วยหัวใจจริงๆ จากระยะเวลาที่ต้องยอมเสีย ซ้ำบางครั้งยังไม่ได้ผลผลิตตามที่ตั้งใจไว้ ประกอบกับการเก็บรักษาผักเหล่านี้ยังมีช่วงเวลาที่จำกัด เพราะปราศจากการใช้สารเคมีในการถนอมอาหาร ปัจจุบัน ต้องกล่าวว่ามีร้านอาหารเพียงไม่กี่ร้านที่สามารถรักษามาตรฐานของเมนู Raw Food จริงๆไว้ได้

เมนู Raw Food อาหารบำบัดโรค การรับประทานอาหารที่ดีมีคุณประโยชน์ ร่างกายย่อมห่างไกลจากโรค ยิ่งในปัจจุบันศาสตร์การรักษาโรคด้วยอาหารเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษาโรคด้วยอาหารนั้นต่างจากการรักษาโรคด้วยการใช้ยาซึ่งเป็นการรักษาเฉพาะอาการเจ็บป่วยนั้นๆ แต่การรักษาโรคด้วยอาหารจะเป็นการสร้างสมดุลย์ให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงได้ในระยะยาว ทว่าจำเป็นต้องใช้ความอดทน และความตั้งใจสูง เพราะอาจจะไม่ได้เห็นผลในทันที และบ่อยครั้งมักจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ทำให้หลายๆ คนล้มเลิกความตั้งใจกันไปเสียก่อน เมนูอาหารส่วนใหญ่ของ Raw Food นั้นมักจะประกอบไปด้วยส่วนสารอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยา ลองมาดูกันดีกว่าว่าส่วนประกอบเหล่านี้รักษาร่างกายของเราอย่างไรบ้าง

ลูกเดือย สั่งเมนู Raw Food ทีไรมักจะมีลูกเดือยเป็นพระเอกของจาน ก็เพราะลูกเดือยมีคุณค่าทางอาหารสูง ให้พลังงานและเส้นใยสูงมาก มีคุณสมบัติในการบำบัดโรค ทั้งยังช่วยในระบบการย่อยให้อาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น พลังงานที่ได้จากลูกเดือย ร่างกายของเราจะสามารถนำไปใช้ทันที เหมาะมากๆ สำหรับสาวออฟฟิศ เพราะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ช่วยแก้อาการเหน็บชาจากการนั่งทำงานนานๆ และสำหรับคนที่อยากลดความอ้วน ลูกเดือยมีส่วนช่วยลดความอ้วน ทั้งยังช่วยบำรุงผมและผิวให้ชุ่มชื้นจากสารซิลิคอนที่มีอยู่ในเนื้อลูกเดือยอีกด้วย

หัวบุก ทางเลือกทดแทนของเมนูเส้นทั้งหลาย ที่มีประโยชน์มากกว่าเป็นไหนๆ เพราะเส้นที่ผลิตจากแป้งบุกนั้นจะมีแป้งประมาณ 67% และ โปรตีน 5-6% โดยสารแป้งแมนแนน ที่อยู่ในเนื้อบุกเมื่อแตกตัวจะมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด คนที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวานจึงความรับประทานเมนูบุกเป็นอย่างยิ่ง

ผักสลัด เมนู Raw Food จะน่าทานมากขึ้นเมื่อมีสีเขียวๆ จากสลัดมากหน้าหลายตา อย่าง กรีนโอ๊ด เร้ดโอ๊ค หรือคอส กรีนโอ๊คเป็นผักที่ทานง่าย นุ่ม รสชาติอร่อย ผักชนิดนี้ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด บำรุงสายตา บำรุงเส้นผม ระบบประสาท รวมถึงระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย เร้ดโอ๊ค ผักใบหยักสวยสีน้ำตาลแดงชนิดนี้ ก็คล้ายๆ กับกรีนโอ๊ค แต่มีคุณสมบัติที่เพิ่มมากขึ้นคือการช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยบำรุงร่างกายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะมีโฟเลท ธาตุเหล็ก และวิตามินซีสูง คอส ผักสีเขียวเข้มสด มีรสชาติหวาน กรอบ ช่วยล้างพิษ ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

อะโวคาโด เพื่อนรู้ใจสำหรับสาวๆ เลยก็ว่าได้ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ดูแลผิวพรรณให้สวยสดใสเปล่งปลั่งและยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ได้เป็นอย่างดี ช่วยลดระดับของโคเลสเตอรอล ช่วยลดภาวะหลอดเลือดอุดตัน และช่วยป้องกันการเป็นโรคที่เกี่ยวกับดวงตา นอกจากวัตถุดิบเหล่านี้แล้ว เมล็ดอัลมอน บีทรูท แก้วมังกร และผลไม้ตามฤดูต่างๆ เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารเมนู Raw Food ก็จะช่วยบำรุง สุขภาพจากภายในให้แข็งแรงได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/AriyaOrganicCafe

ลองเริ่มสนใจเมนูสุขภาพ ดูแลตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่ต้องพึ่งคุณหมอ และลดการใช้ยาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ
http://www.lifecenterthailand.com

ทดลองทำเมนู Raw Food  ง่ายๆ ได้ ตามบทความต่อไปเลยนะคะ

https://lifecenterthailand.wordpress.com/2015/02/10/เข้าครัว-กับเมนู-ซูชิ-อา/

#rawfood #รอฟู้ด #มังสวิรัติ #veganfood

เคยดื่มกันมั๊ย “นมออร์แกนิค”

milkโชคดีที่เดี๋ยวนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงเริ่มกลับเข้าสู่ธรรมชาติอย่างแท้จริงกันอีกครั้ง ทั้งปุ๋ย น้ำยาเคมี ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนทั้งหลายถูกโยนทิ้ง หันกลับมาใช้วิถีธรรมชาติแบบเดิมๆ เสียที
เลี้ยงแม่วัวอินทรีย์เลี้ยงอย่างไร
วันนี้แม่วัวได้เดินทอดน่องอยู่กลางทุ่ง แปลงหญ้าขนาด 2 ไร่ต่อแม่วัวหนึ่งตัว จึงไม่ทำให้เกิดความเครียดเพราะได้เดินเล่นชิลๆ กลางทุ่งกว้าง ที่กว้างกว่าตอนโดหรูกลางเมืองไม่รู้เท่าไหร่ และเล็มหญ้าที่ปลูกไว้แบบปราศจากสารเคมีตกค้างทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง และสารเคมีทุกประเภท เพราะอาหารของแม่วัวก็ต้องเป็นอาหารอินทรีย์ รวมทั้งต้องไม่มีการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นน้ำนม ทั้งหมดนี้จะทำให้นมของแม่วัวเป็นนมที่ผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติจริงๆ
นมออร์แกนิค มีดีอย่างไร
ผลจากการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติ สิ่งที่ได้ก็คือน้ำนมธรรมชาติจากแม่วัวอารมณ์ดี ที่ปราศจากสารเคมี ฮอร์โมน หรือสารตกค้างใดๆ ทั้งสิ้น น้ำนมออร์แกนิคจากแม่วัวจึงมีคุณภาพที่ดีกว่านมทั่วไปอย่างมาก ทั้งมี Omega – 3 มากกว่านมทั่วไปประมาณ 50% มี Omega-6 มากกว่านมทั่วไป 20 % จึงช่วยบำรุงสมองให้ฉลาดล้ำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และต่อต้านการเกิดมะเร็งอีกด้วย
วิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่น วิตามิน E วิตามิน A และสารแอนติออกซิแดนท์ในน้ำนมออร์แกนิคนั้น ก็มีในปริมาณที่สูงกว่าน้ำนมทั่วไป จึงช่วยบำรุงผิว บำรุงสายตา และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีคลอเลสเตอรอล กรดไขมันอิ่มตัว รวมทั้งพลังงานลดลง จึงไม่ทำให้อ้วน ลดอัตราการเกิดไขมันสะสมอุดตันในเส้นเลือด จึงปลอดภัยกว่านมทั่วไป
ความเชื่อเรื่องนมวัวกับโรคภูมิแพ้
สำหรับความเชื่อที่ว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หรือช่วงขวบปีแรกไม่ควรทานนมวัว เพราะทารกจะเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้หรือมีอาการอยู่ไม่สุขจากสารตกค้าง เช่น ฮอร์โมนที่มีอยู่ในนมวัว ก็จะเปลี่ยนไป เพราะนมออร์แกนิคกลับจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหอบหืด กลาก รวมทั้งภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี
นมออร์แกนิค นอกจากจะทานในรูปแบบของนมสดแล้ว ยังนำมายืดอายุแปรรูปเป็นโยเกิร์ตออร์แกนิค ทานคู่กับผลไม้สด หรือบรรดาธัญพืชชนิดต่างๆ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากๆ เลยอีกด้วยค่ะ

“เห็ด” เมนูเล็กๆที่มากด้วยคุณค่ามหาศาล

2

เดี๋ยวนี้บ้านเราอุดมไปด้วยเห็ด ทั้งเห็ดพื้นบ้าน เห็ดนำเข้า หรือเห็ดพันธุ์ใหม่ๆ ที่เพิ่งถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมา มากมายหลายเห็ดที่เรานำมาปรุงเป็นเมนูแสนเด็ดนั้น นอกจากรสชาติจะอร่อย หาทานได้บ่อยแล้ว ประโยชน์ยังมีมากมาย จนต้องหยิบบรรดาเห็ดทั้งหลายมานั่งแท่นโชว์ว่าพวกนางมีคุณสมบัติอะไรกันบ้าง

เห็ดหอม มีชื่อแบบลูกครึ่งแดนปลาดิบว่าเห็ดชิตาเกะ คนจีนนิยมทานกันมาก เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะและยกให้เป็นอาหาร “อมตะ” เห็ดหอมช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็ง มีกรดอะมิโนถึง 21 ชนิด มีวิตามิน บี 1 บี 2 และวิตามินดีสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีปริมาณโซเดียมต่ำจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร และช่วยบำรุงกำลัง

เห็ดกระดุม อันนี้ก็เห็ดลูกครึ่งอินเตอร์ เลยมีชื่อเล่นว่าเห็ดแชมปิญอง แต่บ้านเราเรียกง่ายๆตามลักษณะว่าเห็ดกระดุม เห็ดกระดุมเหมาะกับคุณผู้หญิงมากๆ เพราะช่วยรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมได้มากที่สุด เพราะเห็ดกระดุมมีสารช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส ที่ช่วยยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง ก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย

เห็ดเข็มทอง เห็นบ่อยๆ ว่าเห็ดเข็มทองถูกนำไปพันเบคอนย่างไฟอ่อนๆ มีกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแบบนั้น ที่จริงแล้วเห็ดเข็มทองนอกจากให้ความอร่อยแล้ว ยังช่วยรักษาโรคตับ โรคกระเพาะ และลำไส้อักเสบเรื้อรังอีกด้วย

เห็ดหูหนู สั่งยำเมื่อไหร่เป็นต้องได้เจอเห็ดหูหนูขาวของโปรด เห็ดหูหนูมีคุณสมบัติที่เหมาะกับผู้สูงอายุ เพราะสามารถเพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาว และเมื่อเม็ดเลือดขาวแข็งแรงภูมิต้านทานของร่างกายก็ดีขึ้นด้วย นอกจากนั้นการรับประทานเห็ดหูหนูยังช่วยรักษาอาการของโรคกระเพาะ โรคริดสีดวง ช่วยบำรุงปอด และบำรุงไตอีกด้วยค่ะ

แอปเปิ้ลต่างสี มีดีต่างกัน

1

แดง เขียว ชมพู เหลือง… อยากดูแลส่วนไหน เลือก “สี” ได้ตามใจชอบ
มีคุณสาวๆ บ่นมาว่า ไปเดินซุปเปอร์มาร์เก็ต กะว่าจะเลือกแอปเปิ้ลมาติดตู้เย็นไว้ซักหน่อย แต่พอไปเจอแอปเปิ้ลละลานตาหลากสีหลายสายพันธุ์ ก็งงเป็นไก่ตาแตก จะเลือกอย่างไรดีหละทีนี้
การเลือกแอปเปิ้ลไม่ใช่เรื่องยากค่ะ วันนี้ขอหยิบยกการเลือกแอปเปิ้ลแบบเบสิคสุดๆ ด้วยการเลือก “สี” ที่บอกถึงคุณสมบัติของแอปเปิ้ลลูกนั้นๆ มาเล่าให้ฟังกันก่อนนะคะ
Red Apple (แอปเปิ้ลแดง) ด้วยสีที่แดงสด แอปเปิ้ลนี้จึงมีจุดเด่นเรื่องสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่มากกว่าแอปเปิ้ลสีอื่นๆ คุณสมบัติเด่นที่ตามมาจึงเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ การกำจัดเซลล์ร้ายในร่างกาย ทั้งยังมีสารอิลาสตินและคอลลาเจนสูง เป็นสารที่จะช่วยให้ผิวสวย มีความยืดหยุ่น สุขภาพดี และเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
Pink Apple (แอปเปิ้ลชมพู) เหมาะกับสาวๆ ที่อยากหน้าใสอ่อนกว่าวัยค่ะ เพราะแอปเปิ้ลสีชมพูมีสารฟิโนลิกสูงมาก สารนี้จะช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ไม่เกรงกลัวแดด ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า และช่วยชะลอวัย นอกจากนั้นแอปเปิ้ลชมพูยังมีฟลาโวนอยด์ที่เป็นตัวช่วยในการดูดซึมวิตามินซี ผนังเส้นเลือดฝอยจึงแข็งแรง ช่วยลดการอักเสบ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ทำให้ฟันจึงแข็งแรงไม่ผุง่ายอีกด้วย
Yellow Apple (แอปเปิ้ลเหลือง) แอปเปิ้ลชนิดนี้อาจจะหาทานยากสักหน่อยในบ้านเรา แต่ประโยชน์เด่นๆ ก็มีในเรื่องมีสารเควอร์ซิติน สารนี้มีคุณสมบัติในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และอาการต้อกระจกค่ะ
Green Apple (แอปเปิ้ลเขียว) ใครปลื้มแอปเปิ้ลเขียวคงทราบดีถึงรสชาติเปรี้ยวนำ อมหวานนิดๆ และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวช่วยอย่างดีสำหรับสาวๆ ที่อยากลดความอ้วนค่ะ แอปเปิ้ลชนิดนี้มีน้ำตาลน้อย ให้กากใยสูง และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น ไม่โทรมเวลาที่ลดความอ้วนด้วยค่ะ
เลือกสวย สลิม สุขภาพดี กับแอปเปิ้ลหลากสีได้ตามต้องการเลยนะคะ ทิ้งท้ายอีกสักนิดว่าทานแอปเปิ้ลแล้วยังมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีไม่หงุดหงิดง่าย จิตใจก็สุขสดชื่นตามไปด้วยค่ะ

Tips: เลือกแอปเปิ้ลสดใหม่ไม่ค้างปี ต้องดูจากผิวของแอปเปิ้ล ผิวต้องเรียบ ไม่มีร่องรอยถลอกหรือรอยช้ำ ลองกดดูเบาๆ ว่าเนื้อยังแน่น ลองดมดูอีกนิดว่ามีกลิ่นหอมของแอปเปิ้ลหรือเปล่า เท่านี้ก็ได้ผลไม้สดใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณสาวๆ ทั้งหลายแล้วหละค่ะ