เมนู Raw Food ทำเองได้ง่ายๆ

raw.JPG
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบการเผาผลาญของร่างกายก็จะทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงเรื่อยๆ การเลือกรับประทานอาหารแต่ละมื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งในเรื่องของปริมาณพลังงานที่ไม่มากจนเกินความจำเป็นซึ่งจะถูกแปรสภาพและสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน รวมถึงในเรื่องของสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่สำคัญควรทานอาหารที่มีผักผลไม้ร่วมด้วยในทุกมื้อ เนื่องจากในผักผลไม้จะมีเอนไซม์เป็นตัวช่วยย่อยอาหาร ทำให้ระบบเผาผลาญมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสารอาหารก็จะถูกลำเลียงนำไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ หรือนำไปซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย ทั้งกระเพาะอาหารก็ไม่ทำงานหนักจนเกินไปอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน การเลือกทานอาหารที่ให้วิตามิน และแร่ธาตุที่เพียงพอ จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ร่างกายป่วยไข้ได้ง่ายๆ อีกด้วยค่ะ

สำหรับวันนี้ เราจึงมีเมนูอาหารอร่อยๆ ที่ทำทานกันได้ง่ายมาฝากกัน เป็นเมนูช่วยย่อย ไม่ก่อให้เกิดอาการแน่นท้อง ทั้งยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายค่ะ
สลัดพล่าปูอัด เมนูขจัดอาการแน่นท้อง เป็นเมนูในแบบ Raw Food ที่ไม่ผ่านกระบวนการการปรุงด้วยความร้อน ซึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าของผักเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังเป็นสูตรที่ไม่ต้องใส่ครีม หรือน้ำสลัดแบบทั่วไปอีกด้วย
โดยอาหารจานอร่อยจานนี้ มีผักใบเขียวที่ให้คลอโรฟิลกับร่างกาย และประกอบไปด้วยแคลเซียม โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ และมีวิตามินซีสูง เหมาะเป็นพิเศษกับฤดูฝนที่หลายๆ คนมักจะมีปัญหากับโรคหวัด เพราะวิตามินซี เป็นส่วนที่จำเป็นในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงค่ะ
นอกจากนั้น ผักอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบของเมนูนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีมากๆ เช่น ตะไคร้ ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง จากสารอาหารที่สำคัญของตะไคร้ที่มีทั้งแคลเซียม เหล็ก เส้นใย ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี

นากจากสารอาหารที่ให้แล้ว เมนูนี้ยังมีดีที่มีผักที่เป็นส่วนประกอบหลัก เนื่องจากผักนั้นมีเส้นใย และไฟเบอร์ชนิดต่างๆมากมาย ทั้งช่วยในการขับถ่าย และสามารถดูดซับสิ่งปนเปื้อน รวมถึงสารตกค้างในระบบทางเดินอาหาร เป็นไม้กวาดชั้นดีสำหรับกวาดสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ของเราเลยทีเดียว

ลองมาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนประกอบ
1. ผักสลัดครอส 2. หอมแดง 3. ผักสลัดเรดโอ๊ค 4. พริกขี้หนูสวน 5. ผักชี 6. น้ำสับปะรดสกัด 7. ปูอัด (เจ) 8. น้ำแอบเปิ้ลสกัด 9. ตะไคร้ 10. น้ำมะนาว 11. สะระแหน่ 12. มิโซะ

วิธีทำก็ไม่ซับซ้อน มีเพียงสี่ขั้นตอนหลักๆ เท่านั้นเอง เริ่มต้นด้วย

1. นำผักสลัดและผักที่ล้างสะอาดพร้อมรับประทานมาเด็ดเป็นคำพอดีคำ แล้วใส่จานพักไว้แช่ตู้เย็นเพื่อเพิ่มความกรอบให้กับผัก
2. นำปูอัด (เจ) มาหั่นเป็นคำพอเหมาะ ใส่ลงในชามคลุกสลัด
3. นำเครื่องปรุงได้แก่น้ำสับปะรด น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะนาว มิโซะ พริกขี้หนู หอมแดง ตะไคร้ สับละเอียด ใส่ลงไปแล้วคลุกทุกอย่างให้เข้ากัน
4. นำผักสลัดที่พักไว้มาคลุกเคล้ากับน้ำพล่าให้เข้ากันโรยด้วยสะระแหน่

เพียงเท่านี้ ก็ได้สลัดพล่าปูอัด ในแบบ Raw Food พร้อมเสิร์ฟกันแล้วล่ะค่ะ
มื้อเย็นวันนี้ ใครที่กำลังมองหาเมนูเพื่อสุขภาพอร่อยๆ ลองหาผักสลัด ถ้าจะให้ดี เลือกเป็นผัก Organic กับส่วนผสมเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย แล้วเข้าครัวแสดงฝีมือกันได้เลยค่ะ ^^

Advertisements

อาหารบำบัดโรค : มารู้จัก Raw Food และ Vegan Food กันค่ะ

เมื่ออาหารทำหน้าที่แทนยาดูแลรักษาร่างกาย raw foodเมื่อ Raw Food กับ Vegan Food กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากมาย โดยเฉพาะในเมืองนอกที่ดาราฮอลลีวูดต่างหันมารับประทานอาหารจากพืชผักสด จนมีสูตรอาหารต่างๆ ของ Raw Food กับ Vegan Food ออกมามากมาย หลายคนยังอดติดใจสงสัยไม่ได้ว่า แล้ว Raw Food กับ Vegan Food คืออะไร

วันนี้ได้เวลามาไขคำตอบกันซักหน่อย Raw Food และ Vegan Food คืออะไร? ตอบข้อสงสัยกันก่อนเลยว่า “Raw food” คือ อาหารที่ทำจากผลไม้สด ผักสด ต้นอ่อนของเมล็ดพืช ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดจะไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งทางเคมี ไม่มีแป้งและน้ำตาล ใช้ความร้อนไม่เกิน 46 องศาเซลเซียส เพื่อคงคุณค่าของเอ็นไซม์ วิตามิน และเกลือแร่ ทั้งแหล่งวัตถุดิบที่นำมาใช้ ไม่มีการใช้สารเคมี และที่สำคัญ ต้องเป็นผักผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อคงความธรรมชาติและปลอดภัยจากสารเคมีอย่างแท้จริง ส่วน Vegan food ก็คืออาหารที่ไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ทุกชนิด ที่เราน่าจะรู้จักกันดีในชื่อของ อาหารมังสวิรัตินั่นเอง

Raw Food เมนูเพิ่มพลังชีวิต จากการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ทั้งพืชผักสด ที่เป็นผักออร์แกนิคเท่านั้น รสชาติทุกอย่างล้วนได้มาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งผู้ปรุงยังต้องปรุงด้วยใจรักและใส่ใจในทุกรายละเอียดของอาหารแต่ละเมนู Raw Food เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับชีวิต รับประทานแล้วมีสุขภาพดี สวยได้จากภายในสู่ภายนอก ด้วยเอนไซม์จากผัก ผลไม้ ที่เหมาะสมสำหรับร่างกายของเรา สำหรับมนุษย์เรา นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ไว้ ว่าเป็นสัตว์กินพืช Raw Food จะช่วยล้างสารพิษ เพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง สายตา และระบบการย่อยอาหาร ทั้งยังจะทำให้ผิวพรรณสดใส รักษาสมดุลย์ของน้ำหนัก และที่สำคัญเป็นอาหารที่ส่งผลต่ออารมณ์ มีส่วนทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย

ทำไม Raw Food จึงหาทานได้ยาก ? อย่างที่ทราบกันว่าการบริโภคผักออร์แกนิคนั้นยังถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเล็กๆของผู้รักสุขภาพจริงๆ เนื่องจากราคาจะสูงกว่าผักทั่วไปพอสมควร ซึ่งก็เป็นเพราะ กว่าจะได้พืชผักออร์แกนิค เกษตรกรจะต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมดินที่ใช้เวลานานถึง 7 ปี ปล่อยผืนดินให้ว่าง พลิกหน้าดินเพื่อชะล้างสารพิษต่างๆ ที่คั่งค้างอยู่ ผ่านระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ เกษตรกรที่ปลูกพืชผักออร์แกนิค เป็นผู้ที่ปลูกด้วยหัวใจจริงๆ จากระยะเวลาที่ต้องยอมเสีย ซ้ำบางครั้งยังไม่ได้ผลผลิตตามที่ตั้งใจไว้ ประกอบกับการเก็บรักษาผักเหล่านี้ยังมีช่วงเวลาที่จำกัด เพราะปราศจากการใช้สารเคมีในการถนอมอาหาร ปัจจุบัน ต้องกล่าวว่ามีร้านอาหารเพียงไม่กี่ร้านที่สามารถรักษามาตรฐานของเมนู Raw Food จริงๆไว้ได้

เมนู Raw Food อาหารบำบัดโรค การรับประทานอาหารที่ดีมีคุณประโยชน์ ร่างกายย่อมห่างไกลจากโรค ยิ่งในปัจจุบันศาสตร์การรักษาโรคด้วยอาหารเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษาโรคด้วยอาหารนั้นต่างจากการรักษาโรคด้วยการใช้ยาซึ่งเป็นการรักษาเฉพาะอาการเจ็บป่วยนั้นๆ แต่การรักษาโรคด้วยอาหารจะเป็นการสร้างสมดุลย์ให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงได้ในระยะยาว ทว่าจำเป็นต้องใช้ความอดทน และความตั้งใจสูง เพราะอาจจะไม่ได้เห็นผลในทันที และบ่อยครั้งมักจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ทำให้หลายๆ คนล้มเลิกความตั้งใจกันไปเสียก่อน เมนูอาหารส่วนใหญ่ของ Raw Food นั้นมักจะประกอบไปด้วยส่วนสารอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยา ลองมาดูกันดีกว่าว่าส่วนประกอบเหล่านี้รักษาร่างกายของเราอย่างไรบ้าง

ลูกเดือย สั่งเมนู Raw Food ทีไรมักจะมีลูกเดือยเป็นพระเอกของจาน ก็เพราะลูกเดือยมีคุณค่าทางอาหารสูง ให้พลังงานและเส้นใยสูงมาก มีคุณสมบัติในการบำบัดโรค ทั้งยังช่วยในระบบการย่อยให้อาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น พลังงานที่ได้จากลูกเดือย ร่างกายของเราจะสามารถนำไปใช้ทันที เหมาะมากๆ สำหรับสาวออฟฟิศ เพราะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ช่วยแก้อาการเหน็บชาจากการนั่งทำงานนานๆ และสำหรับคนที่อยากลดความอ้วน ลูกเดือยมีส่วนช่วยลดความอ้วน ทั้งยังช่วยบำรุงผมและผิวให้ชุ่มชื้นจากสารซิลิคอนที่มีอยู่ในเนื้อลูกเดือยอีกด้วย

หัวบุก ทางเลือกทดแทนของเมนูเส้นทั้งหลาย ที่มีประโยชน์มากกว่าเป็นไหนๆ เพราะเส้นที่ผลิตจากแป้งบุกนั้นจะมีแป้งประมาณ 67% และ โปรตีน 5-6% โดยสารแป้งแมนแนน ที่อยู่ในเนื้อบุกเมื่อแตกตัวจะมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด คนที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวานจึงความรับประทานเมนูบุกเป็นอย่างยิ่ง

ผักสลัด เมนู Raw Food จะน่าทานมากขึ้นเมื่อมีสีเขียวๆ จากสลัดมากหน้าหลายตา อย่าง กรีนโอ๊ด เร้ดโอ๊ค หรือคอส กรีนโอ๊คเป็นผักที่ทานง่าย นุ่ม รสชาติอร่อย ผักชนิดนี้ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด บำรุงสายตา บำรุงเส้นผม ระบบประสาท รวมถึงระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย เร้ดโอ๊ค ผักใบหยักสวยสีน้ำตาลแดงชนิดนี้ ก็คล้ายๆ กับกรีนโอ๊ค แต่มีคุณสมบัติที่เพิ่มมากขึ้นคือการช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ช่วยบำรุงร่างกายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะมีโฟเลท ธาตุเหล็ก และวิตามินซีสูง คอส ผักสีเขียวเข้มสด มีรสชาติหวาน กรอบ ช่วยล้างพิษ ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

อะโวคาโด เพื่อนรู้ใจสำหรับสาวๆ เลยก็ว่าได้ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ดูแลผิวพรรณให้สวยสดใสเปล่งปลั่งและยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ได้เป็นอย่างดี ช่วยลดระดับของโคเลสเตอรอล ช่วยลดภาวะหลอดเลือดอุดตัน และช่วยป้องกันการเป็นโรคที่เกี่ยวกับดวงตา นอกจากวัตถุดิบเหล่านี้แล้ว เมล็ดอัลมอน บีทรูท แก้วมังกร และผลไม้ตามฤดูต่างๆ เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารเมนู Raw Food ก็จะช่วยบำรุง สุขภาพจากภายในให้แข็งแรงได้โดยไม่ต้องพึ่งยา

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/AriyaOrganicCafe

ลองเริ่มสนใจเมนูสุขภาพ ดูแลตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ จะได้ไม่ต้องพึ่งคุณหมอ และลดการใช้ยาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ
http://www.lifecenterthailand.com

ทดลองทำเมนู Raw Food  ง่ายๆ ได้ ตามบทความต่อไปเลยนะคะ

https://lifecenterthailand.wordpress.com/2015/02/10/เข้าครัว-กับเมนู-ซูชิ-อา/

#rawfood #รอฟู้ด #มังสวิรัติ #veganfood

เคยดื่มกันมั๊ย “นมออร์แกนิค”

milkโชคดีที่เดี๋ยวนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงเริ่มกลับเข้าสู่ธรรมชาติอย่างแท้จริงกันอีกครั้ง ทั้งปุ๋ย น้ำยาเคมี ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนทั้งหลายถูกโยนทิ้ง หันกลับมาใช้วิถีธรรมชาติแบบเดิมๆ เสียที
เลี้ยงแม่วัวอินทรีย์เลี้ยงอย่างไร
วันนี้แม่วัวได้เดินทอดน่องอยู่กลางทุ่ง แปลงหญ้าขนาด 2 ไร่ต่อแม่วัวหนึ่งตัว จึงไม่ทำให้เกิดความเครียดเพราะได้เดินเล่นชิลๆ กลางทุ่งกว้าง ที่กว้างกว่าตอนโดหรูกลางเมืองไม่รู้เท่าไหร่ และเล็มหญ้าที่ปลูกไว้แบบปราศจากสารเคมีตกค้างทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง และสารเคมีทุกประเภท เพราะอาหารของแม่วัวก็ต้องเป็นอาหารอินทรีย์ รวมทั้งต้องไม่มีการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นน้ำนม ทั้งหมดนี้จะทำให้นมของแม่วัวเป็นนมที่ผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติจริงๆ
นมออร์แกนิค มีดีอย่างไร
ผลจากการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติ สิ่งที่ได้ก็คือน้ำนมธรรมชาติจากแม่วัวอารมณ์ดี ที่ปราศจากสารเคมี ฮอร์โมน หรือสารตกค้างใดๆ ทั้งสิ้น น้ำนมออร์แกนิคจากแม่วัวจึงมีคุณภาพที่ดีกว่านมทั่วไปอย่างมาก ทั้งมี Omega – 3 มากกว่านมทั่วไปประมาณ 50% มี Omega-6 มากกว่านมทั่วไป 20 % จึงช่วยบำรุงสมองให้ฉลาดล้ำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และต่อต้านการเกิดมะเร็งอีกด้วย
วิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่น วิตามิน E วิตามิน A และสารแอนติออกซิแดนท์ในน้ำนมออร์แกนิคนั้น ก็มีในปริมาณที่สูงกว่าน้ำนมทั่วไป จึงช่วยบำรุงผิว บำรุงสายตา และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีคลอเลสเตอรอล กรดไขมันอิ่มตัว รวมทั้งพลังงานลดลง จึงไม่ทำให้อ้วน ลดอัตราการเกิดไขมันสะสมอุดตันในเส้นเลือด จึงปลอดภัยกว่านมทั่วไป
ความเชื่อเรื่องนมวัวกับโรคภูมิแพ้
สำหรับความเชื่อที่ว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หรือช่วงขวบปีแรกไม่ควรทานนมวัว เพราะทารกจะเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้หรือมีอาการอยู่ไม่สุขจากสารตกค้าง เช่น ฮอร์โมนที่มีอยู่ในนมวัว ก็จะเปลี่ยนไป เพราะนมออร์แกนิคกลับจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหอบหืด กลาก รวมทั้งภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี
นมออร์แกนิค นอกจากจะทานในรูปแบบของนมสดแล้ว ยังนำมายืดอายุแปรรูปเป็นโยเกิร์ตออร์แกนิค ทานคู่กับผลไม้สด หรือบรรดาธัญพืชชนิดต่างๆ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากๆ เลยอีกด้วยค่ะ