น้อมเกล้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

114248513_3409814302383497_608828572244890935_o
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓
เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน ไลฟ์ เซ็นเตอร์ คิวเฮ้าส์ ลุมพินี

สวยด้วยสมาธิ

meditate
คนจะสวย เกี่ยวอะไรด้วยกับเรื่องของสมาธิ ฟังดูแล้วเรื่องความสวยกับเรื่องสมาธิดูห่างไกลกันไปซักหน่อย แต่จริงๆ แล้วสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกันมาก และพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ

การเริ่มทำสมาธิ ส่วนใหญ่นั้น เราจะเริ่มจากการกำหนดลมหายใจค่ะ การหายใจเข้า-ออก ช้าๆ สม่ำเสมอ และให้ลึกถึงปอดนั้น ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนให้ร่างกาย ซึ่งเราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าร่างกายต้องการออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และเนื้อเยื่อส่วนย่อยต่างๆ ก็ต้องการเช่นกัน เมื่อเนื้อเยื่อส่วนเล็กๆ ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอก็จะไปช่วยซ่อมแซม สมานแผล กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอย พวกริ้วรอยจุดด่างดำก็จะจางหาย ผิวพรรณผ่องใส แถมด้วยแก้มแดงๆ จากเส้นเลือกฝาดก็จะกลับคืนมาด้วยค่ะ

นอกเหนือจากเรื่องของการหายใจ การนั่งหลังตรง และการผ่อนคลายร่างกายส่วนต่างขณะทำสมาธิ นั้นจะช่วยปรับคืนสมดุลให้กับร่างกายที่เคยเกร็งเครียด ซึ่งร่างกายที่ผ่อนคลายนี้จะทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวกยิ่งขึ้น การไหลเวียนของเลือดนั้นจะนำพาทั้งสารอาหาร และ ออกซิเจนที่เป็นประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นการช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่ในทุกๆ ส่วนเลยทีเดียว

ท้ายที่สุด การทำสมาธิจะพาจิตใจไปสู่ภาวะที่สงบ ไม่ยุ่งเหยิงฟุ้นซ่าน ซึ่งในสภาวะดังกล่าวสมองจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายสดชื่น ผ่อนคลายความเครียด ลดภาวะความหดหู่ซึมเศร้า และลดความวิตกกังวลลง ทำให้ร่างกายของเราสดชื่นจากภายในออกมาเลยล่ะค่ะ

นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้พบว่าการทำสมาธิเป็นประจำ จะกระตุ้นการทำงานของเยื่อหุ้มสมอง ส่วนหน้าซีกซ้ายที่เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ยินดี และส่งผลกับกล้ามเนื้อบนใบหน้า เมื่อมีสมาธิ จิตใจปลอดโปร่ง มีความสุข ก็ทำให้ลดเลือนริ้วรอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทำสมาธิจึงเหมือนเป็นยาอายุวัฒนะที่ดีต่อทั้งจิดใจ ร่างกาย และยังส่งผลไปถึงเรื่องสวยๆ งามๆ กันเลยทีเดียวค่ะ

รู้จักกับ ‘ข้าว’ แต่ละชนิด

rice
ทุกวันนี้ ถ้าไปเดินซื้อของ พอถึงชั้นขายข้าว เราก็จะเจอกับข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งสีสันก็สวยงาม จนเลือกกันไม่ถูก ผิดกับสมัยก่อน ที่มีให้เลือกเพียงข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ เมล็ดหักกี่เปอร์เซนต์ ปลายข้าว หรือข้าวร้อยเปอร์เซนต์ พอมีให้เลือกมากขนาดนี้ แล้วจะเลือกข้าวอะไรดี แต่ละชนิดมีประโยชน์ต่างกันอย่างไร … วันนี้เรามีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องข้าวมาฝากกันค่ะ

เริ่มกันที่ ข้าวกล้อง ผลผลิตจากข้าวเปลือก ที่นำไปสีเอาเปลือกแข็งๆ ออก ข้าวที่ได้จากการสีข้าวครั้งแรกนี้ล่ะค่ะ คือข้าวกล้อง หรือที่บางครั้งเราเรียกว่าข้าวซ้อมมือ เราจะเห็นว่าข้าวกล้องมีทั้งสีแดง สีน้ำตาล หรือสีเหลืองนวล บางครั้งก็มีเมล็ดยาว บางครั้งก็มีเมล็ดสั้น เหล่านี้เรียกรวมๆ ว่าข้าวกล้องเหมือนกันทั้งหมด เพราะผ่านการสีเพียงครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น ข้าวหอมมะลิถ้าผ่านการสีเพียงครั้งเดียวก็จะเรียกว่า ข้าวกล้องหอมมะลิค่ะ วิธีสังเกตง่ายๆ ปลายข้าวจะยังเต็มเมล็ด ไม่มีรอยบุ๋ม และที่เมล็ดข้าวจะมีรำข้าวเหลืออยู่ด้วย ส่วนนี้ล่ะค่ะที่อุดมไปด้วยประโยชน์ ทั้งโปรตีน สารอาหาร วิตามิน และไฟเบอร์

ข้าวสาร หรือ ข้าวขาว ได้จากการนำข้าวกล้องกลับไปสีอีกรอบ ทำให้ทั้งเปลือก รำข้าว และจมูกข้าวหลุดออกไป สังเกตว่าจะมีรอยบุ๋มที่ปลายเมล็ด สีจนได้ข้าวที่ขาวสวย เมล็ดเรียวยาว แต่ก็พลอยทำให้สารอาหารหลายๆ อย่างหลุดออกไปด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณสมบัติของข้าวก็ยังคงจะอุดมไปด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานที่สำคัญต่อร่างกาย นอกจากนั้นยังมีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการขับถ่าย ป้องกันการเกิดท้องผูก รวมทั้งมีแร่ธาตุ และวิตามิน ต่างๆ เช่น ไนอาซีน ที่ช่วยรักษาผิวหนัง วิตามินบี ที่ช่วยบำรุงระบบประสาท และ ธาตุเหล็กที่ช่วยสร้างเม็ดเลือด ช่วยป้องกันการเป็นโรคโลหิตจางอีกด้วย

ข้าวแดง ข้าวชนิดนี้สีสดสวยกว่าใครเพื่อน และเป็นข้าวพันธุ์พิเศษ เปลือก และตัวเมล็ดจะเป็นสีแดง พบได้ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ อย่างเช่น ประเทศภูฏาน หรือแม้แต่ในประเทศฝรั่งเศส ประโยชน์ก็มาก มีทั้งวิตามินบี 1 ที่ช่วยป้องกันการเป็นเหน็บชา วิตามินบี 2 ที่ช่วยป้องโรคปากนกกระจอก และวิตามินบี 6 ที่ช่วยป้องกันการเป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนังต่างๆ

ข้าวสีนิล หรือ บางครั้งก็เรียกกันว่า Rice berry ข้าวชนิดนี้เป็นข้าวพันธุ์พิเศษเช่นเดียวกับข้าวแดง มีทั้งแบบเป็นข้าวเหนียว และข้าวเจ้า มีทั้งของไทย อินโดนีเซีย และจีน ข้าวชนิดนี้มีสาร anthocyanin เป็นจำนวนมาก สีจึงเข้มกว่าข้าวแดง นอกจากนั้นข้าวชนิดนี้ยังมีทั้งธาตุเหล็ก และ สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวทั่วไปถึง 7 เท่าเลยทีเดียว จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วยค่ะ นอกจากนั้นใยอาหาร และแร่ธาตุที่อยู่ในข้าวสีนิลนั้นยังมีส่วนช่วยลดน้ำตาลที่อยู่ในเลือด ช่วยทำให้ผมดกดำ รากผมแข็งแรง บำรุงระบบการทำงานของสมอง ตับ ปอด เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา บำรุงกระดูกไม่ให้กระดูกเสื่อม ทำให้กล้ามเนื้อยืดขยายได้ดี ป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา ลดคลอเรสเตอรอลในเลือด ช่วยให้ระบบการขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเป็นอย่างดี เนื่องจากมีวิตามิน และโปรตีนในปริมาณที่สูงมาก

นำมาฝากกันอีกซักหน่อย กับ ข้าวดอย ข้าวชนิดนี้มีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขาวถึง 371 เท่าเลยทีเดียว และยังเป็นแหล่งอาหารที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกายไม่ต่ำกว่า 15 ชนิด อย่างเช่น วิตามินประเภทต่างๆ โปรตีน ไขมัน และเกลือแร่ที่จะช่วยบำรุงร่างกายให้เจริญเติบโตและแข็งแรงยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้รู้เรื่องของข้าวกันมากขึ้น คราวนี้ ไปเดินเลือกซื้อข้าวกันครั้งหน้า คงจะมีตัวเลือกในใจกันบ้างแล้วนะคะ ^^