เมื่อลูกแพ้นมวัว

cow-milk
เราอาจจะได้ยินเรื่องการ “แพ้นมวัว” กันบ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน อาจเป็นเพราะมีผลการวิจัยทางการแพทย์ที่แพร่หลายมากขึ้น ทั้งงานวิจัยต่างๆ ในต่างประเทศ รวมถึงเคสต่างๆ ที่คุณหมอได้ทำการรักษา อีกทั้งผลจากการรับประทานนมวัวที่ปรากฎผลข้างเคียงให้เห็นก็มีมากขึ้นในทุกวัน วันนี้มาทำความรู้จักกับอาการ “แพ้นมวัว” กันดีกว่าค่ะ

มีอะไรในนมวัว
นมจัดเป็นโปรตีนอย่างหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากนมแม่ เพราะเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก และเป็นเหมือนโปรตีนชนิดที่แปลกปลอมสำหรับทารก ซึ่งบางครั้งร่างกายอาจต่อต้าน เหมือนกับการได้รับสิ่งผิดปกติที่เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะไม่ย่อยหรือทำลาย โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 เดือน ซึ่งเยื่อบุทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร ระบบน้ำย่อยต่างๆ รวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่แข็งแรงเต็มที่ เมื่อได้รับโปรตีนที่แปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายจึงเกิดปฎิกิริยาต่อต้าน และนำไปสู่อาการแพ้ได้

ภูมิแพ้…นมวัว
“ภูมิแพ้” นั้นสามารถแบ่งได้หลายๆ ส่วน ซึ่งการแพ้นมวัว ก็เป็นหนึ่งในอาการของภูมิแพ้ที่ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาต่อนมวัวนั่นเอง การแพ้นมวัวนั้นจะสามารถขยายไปสู่อาการของภูมิแพ้อื่นๆ อีกมาก โดยอาการแพ้นมวัวนั้นจะพบมากในเด็กตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงช่วง 2-3 ปีแรก เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และเด็กๆ ยังมีการรับประทานนมอย่างต่อเนื่องด้วย

อาการของผู้แพ้นมวัว
อาการที่จะบ่งบอกว่าเด็กแพ้นมวัวคือ มีผื่นแพ้ตามตัว ผิวหน้า หรือมีผื่นเรื้อรัง หลังกินนมแล้วอาเจียนหรืองอแง ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา มีน้ำมูก หายใจติดขัด เวลานอนจะหายใจเสียงดัง เป็นหวัดบ่อย เด็กจะเหนื่อยง่าย และมักรักษาอาการหวัดไม่ค่อยหาย อาจจะขยายไปสู่การเป็นโรคหอบหืด ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็กหากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ไม่สนใจและละเลยกับสิ่งบอกเหตุเหล่านี้
เมื่อเด็กทานนมวัวแล้วมีอาการแพ้ อย่างเช่นการหายใจไม่สะดวก เป็นหวัดบ่อย แล้วยังคงกินนมวัวอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว เนื่องจากร่างกายยังคงต้องต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมนี้ตลอดเวลา ซึ่งจะนำไปสู่อาการภูมิแพ้ตลลอดชีพ

รักษาง่ายๆ แค่งดนมวัว
สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ มีผื่นผิวหนัง ควรรีบงดนมวัวประมาณ 6 – 12 เดือน สำหรับเด็กทารกควรทานนมแม่ 100% จะดีต่อสุขภาพของทารกมากกว่า เพราะในนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อเด็ก และยังช่วยเสริมภูมิต้านทานต่อโรคอีกด้วย
ไม่เช่นนั้น อาจจะเลือกทานนมสูตรพิเศษที่สกัด หรือย่อยโปรตีนบางชนิดที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายออกก็ได้

สำหรับทารกนั้น การได้รับนมมารดาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานที่สุด ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ และพัฒนาการของลูกน้อย เพราะนอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้ว การได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่ยังเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันที่อบอุ่นให้กับจิตใจของลูกน้อยอีกด้วยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Nawabutra Women and Children Medical Center ชั้น 2 Life Center #QHouseLumpini

Advertisements

สวยเพอร์เฟ็คต์ เส้นผมจรดปลายเล็บ

o
สัปดาห์นี้ ยังขออยู่กับเรื่องสวยๆ สำหรับสาวๆ อีกซักหน่อยค่ะ ก็ความสวยสมบูรณ์แบบย่อมหมายถึงความงามแบบไร้ที่ติ ตั้งแต่ปลายผม จรดจนถึงปลายนิ้ว ที่ไม่เว้นแม้แต่จุดเล็กๆ อย่างเล็บมือและเท้า รายละเอียดสำหรับสาวๆ ก็เลยเยอะเป็นพิเศษ
วันนี้ เรามาจะคุยกันถึงเคล็ดลับการดูแลรักษาเล็บให้สะอาด สวยได้รูป พร้อมสำหรับการเติมแต่งด้วยสีสันและดีไซน์เก๋ๆ ให้แมทช์กับชุดทำงาน หรือแม้แต่ธีมงานปาร์ตี้ในยามค่ำคืนกันค่ะ
เคล็ดลับการดูแลเล็บให้สะอาดแข็งแรง
การดูแลเล็บมือ และเล็บเท้า ความสะอาดสำคัญที่สุดค่ะ วิธีทำความสะอาดเล็บที่ดี คือการใช้แปรงขนนุ่มพร้อมสบู่อ่อนๆ ถูบนเล็บ จุดที่สำคัญที่สุดคือใต้เล็บค่ะ บริเวณนี้ซุกเชื้อโรคเอาไว้เยอะที่สุด แปรงเบาๆ แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นๆ
ที่สำคัญ ควรเล็บมือทุกสัปดาห์ ส่วนเล็บเท้า 2 สัปดาห์ครั้ง เวลาตัดไม่ต้องตัดให้ชิดผิวหนังมากไปนะคะ อาจจะทำให้เป็นแผลได้ และอย่าตัดให้เล็บโค้งมากเกินไปด้วย เพราะจะทำให้เกิดอาการเล็บขบเจ็บจี๊ดได้ง่ายๆ ค่ะ
การบำรุงเล็บด้วยวิตามิน เล็บต้องการโปรตีน วิตามิน A , C , E รวมทั้งสังกะสี อย่าลืมเลือกอาหารที่ให้คุณค่าสำหรับเล็บกันด้วย และสุดท้าย การบำรุงเล็บด้วยโลชั่น ใช้โลชั่นที่สาวๆ ใช้ทามือนั่นล่ะค่ะ ให้ประโยชน์กับเล็บด้วยเช่นกัน นอกจากความชุ่มชื่นและการบำรุงเล็บแล้ว โลชั่นยังจะช่วยปกป้องเล็บจากสารเคมีต่างๆ เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ได้อีกด้วย เวลาทาโลชั่นสาวๆ อาจเพิ่มการนวดเล็บสัก 3- 5 นาทีเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียน เล็บก็จะสวยและแข็งแรงค่ะ
วิธีทาเล็บให้สวยทน สวยนาน
ทาเล็บทั้งที สาวๆ ก็คงอยากจะให้ลวดลายสวยๆ อยู่ติดเล็บไปนานๆ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า จะยืดเวลาความสวยกันได้อย่างไรบ้าง เริ่มด้วยการหาอ่างน้ำใบเล็กๆเติมน้ำอุ่น บีบมะนาวลงไปซักหน่อย แล้วแช่มือสวยๆ ไว้สักครู่ แค่นี้เล็บก็จะนิ่ม มือก็จะนุ่มขึ้นแล้วล่ะค่ะ สำหรับขั้นตอนก่อนทาเล็บ ให้ทา Base Coat ก่อน เพราะ Base Coat จะช่วยเคลือบผิวเล็บไม่ให้สัมผัสกับสารเคมีจากยาทาเล็บมากเกินไป เล็บจะได้ไม่เหลือง และควรเลือกยาทาเล็บที่ไม่มี Acetone แอลกอฮอล์ที่จะมาทำร้ายเล็บสวยๆค่ะ

เพิ่มเคล็ดลับการทาเล็บให้อีกนิดสำหรับสาวๆ ที่ทาเล็บเอง ไม่ควรป้ายเกิน 3 ครั้ง เพราะสีจะแห้งยาก เป็นรอยง่ายเนื่องจากสีชั้นในไม่แห้งสนิท วิธีทาเล็บก็เริ่มจากตรงกลาง-ซ้าย-ขวา และเมื่อทาเล็บเสร็จแล้ว อย่าลืมปกป้องเล็บจากแสงแดดด้วยการทาน้ำยาเคลือบเล็บ หรือ Top Coat อีกชั้นด้วยนะคะ

สังเกตซักนิด เล็บบอกโรค
สาวๆ ดูแลเล็บจนสะอาด สวยงามด้วยการตกแต่งอย่างประณีตแล้ว อย่าลืมสังเกตเล็บกันซักนิด มีเรื่องราวของสุขภาพจากภายในซ่อนอยู่ในนั้นด้วย อย่างกรณีที่เล็บเป็นปุ่ม งุ้มมากผิดปกติ สีซีด ก็ควรระวังเกี่ยวกับเรื่องโรคหัวใจและโรคปอดเรื้อรัง ส่วนเล็บที่มีสีต่างกันมาก ส่วนที่ติดกับโพรงจมูกจะมีสีขาว ส่วนปลายเล็บมีสีปกติ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ใต้ฐานเล็บบวม ควรระวังโรคไต และเล็บที่มีจุดสีดำ หรือแถบสีดำ ต้องระวังโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (melanoma) ค่ะ

รู้วิธีดูแลเล็บกันแล้ว ลองเอาไปใช้กันนะคะ สาวๆ อย่างเรานิยมความสวยแบบสมบูรณ์แบบ จุดเล็กจุดน้อยแค่ไหน เราก็ไม่ละเลย
ถึงตอนนี้ ก็ได้เวลามองสีหาดีไซน์ใหม่ๆ ให้เล็บสวยเลิศเฉิดฉายกันแล้วค่ะ

เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

face.jpg
ก่อนจะไปถึงเรื่องของการล้างหน้าให้ถูกวิธี วันนี้ มาทำความเข้าใจกันซักหน่อย กับเรื่องของการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะผิวสวยใสอ่อนกว่าวัย เป็นสิ่งที่สาวๆ ทุกคนต่างก็ถวิลหา
เราคงจะเคยได้ยินมา ว่าถ้าอยากผิวสวยต้องดื่มน้ำเยอะๆ … แล้วน้ำ กับผิวมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทำไมใครๆ ถึงได้ชวนให้ดื่มน้ำกันจัง …
แท้ที่จริงแล้ว การเติมน้ำกลับเข้าสู่ผิวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยการดื่มน้ำเท่านั้นค่ะ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศนำโดย “ดร. Murad” ได้ทำการศึกษาค้นคว้า รวมทั้งทำการพิสูจน์แล้ว ว่ากุญแจสำคัญของการมีสุขภาพผิว และระบบของร่างกายที่ดีนั้น อยู่ที่ความสามารถของเซลล์ในการเก็บน้ำค่ะ จากการค้นพบของดร. Murad นี้เอง ทำให้เกิดการทดลอง และวิจัยต่อเนื่อง จนพบว่า ถ้าเราสร้างเซลล์ให้แข็งแรง เราก็สามารถต่อสู้กับโรค และฟื้นฟูปัญหาของริ้วรอยได้ สุขภาพผิวที่ดีก็เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนสุขภาพของร่างกายที่ดีด้วยในเวลาเดียวกัน
การมองไปที่ผลกระทบของการสูญเสียน้ำในเซลล์นั้น ทำให้เราเห็นว่าการส่งเสริม และปกป้องเซลล์เป็นพื้นฐานของการดูแลระบบทั้งหมดของร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถทำได้เพื่อยืดอายุผิว และกำจัดปัญหาต่างๆบนผิวหน้า

ผิวที่มีสุขภาพดี เป็นผิวที่มีความสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยน้ำ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวของเราสูญเสียความสมบูรณ์ ซึ่งเกิดขึ้นจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น มลภาวะจากสิ่งแวดล้อม อนุมูลอิสระ การอักเสบ หรือเชื้อจุลินทรีย์ ก็จะส่งผลให้ผนังเซลล์เปิด อยู่ในภาวะอ่อนแอ ทำให้เรามองเห็น และรู้สึกได้ถึงความร่วงโรยบนผิวและร่างกาย ซึ่งก็คือความร่วงโรยที่มาพร้อมวัย หรือ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

ปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณ หรือ ริ้วรอย ส่วนใหญ่มีผลเนื่องมาจากการสูญเสียน้ำในเซลล์ เหมือนองุ่นที่เหี่ยวแห้งกลายเป็นลูกเกด หรือต้นไม้ที่ไม่ได้รับการรดน้ำที่จะเหี่ยวแห้ง และเฉาไปในที่สุด การคืนน้ำสู่เซลล์ผิวของ ดร.มิวราด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับริ้วรอย และความหย่อนคล้อย ทั้งยังช่วยให้เราย้อนเวลาให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ค่ะ

“ศาสตร์แห่งน้ำในเซลล์” เป็นผลจากการศึกษา และคิดค้นเป็นศาสตร์แขนงใหม่ เป็นวิธีการการปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย และเป็นวิธีที่จะช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรง ทนทานต่อการถูกทำร้ายได้มากขึ้น มีหัวใจหลัก 3 ประการคือ

1. น้ำ – เน้นในส่วนของการให้ผิวดูดซับน้ำไว้ได้ ให้ผิวมีความพร้อมในการเสริมสร้าง และซ่อมแซมตนเอง เป็นเหมือนปราการปกป้องผิว และ ช่วยสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ให้แข็งแรงด้วยการนำส่วนผสมที่ให้น้ำเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดกับผิว
2. ต้านการอักเสบ – เป็นเรื่องของยับยั้งการทำลายผนังรอบเซลล์ในผิวชั้นบน ที่มักจะถูกรบกวนจากอนุมูลอิสระ และตัวทำลายอื่น ๆ ลดการอักเสบภายในเซลล์ และนอกเซลล์เพื่อลดการตายของเซลล์
3. สารต้านอนุมูลอิสระ – เป็นการปกป้องเซลล์ผิวจากการรุกรานของอนุมูลอิสระ และชะลอการก่อตัวของอนุมูลอิสระ ทำให้การหมุนเวียนภายในร่างกายเป็นปกติ และกำจัดอนุมูลอิสระเพื่อลดความเสียหายของเซลล์

ทั้งนี้ เพื่อให้สุขภาพผิวดีขึ้นในทุกๆ ทาง จึงมีการคิดค้นแนวทางการปฏิวัติการดูแลสุขภาพที่เรียกว่า Inclusive Health ซึ่งก็คือการดูแลสุขภาพผิวแบบองค์รวม 3 ประการ เพื่อช่วยส่งเสริม และปกป้องสุขภาพของเซลล์ในลักษณะที่แตกต่างกัน และสร้างสิ่งที่สามารถดูแลระบบของร่างกายได้อย่างครอบคลุมในสามส่วน คือ

1 Look Better คือการดูแลปัญหาภายนอก ใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการเติมน้ำให้ถึงระดับเซลล์ผิว ซึ่งจะช่วยให้ผิวมีสุขภาพที่ดี
2 Live Better คือ การดูแลปัญหาภายใน โดยการให้ความสำคัญกับอาหาร และโภชนาการ เนื่องจากร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบมาถึง 72 % ซึ่งน้ำที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีที่สุดจะมาจากผัก และผลไม้ อีกทั้งยังมิใช่เพียงการดื่มน้ำมากๆ ในแต่ละวันอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะการดื่มน้ำมากก็จะทำให้ร่างกายขับน้ำออกเร็วเช่นกัน
3 Feel Better คือการดูแลตนเอง ดูแลเรื่องอารมณ์ โดยเฉพาะในส่วนของความเครียด และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผิวสวยโดยตรงในเรื่องของริ้วรอยก่อนวัยอันควร

การดูแลผิวให้สวยนั้น คงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับคุณสาวๆ นะคะ แค่ดูแล และปฎิบัติให้ได้ตามหลักง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็เป็นเจ้าของผิวสวยอ่อนวัยกันได้แล้วล่ะค่ะ

อาบน้ำให้ถูกวิธี

shower.jpg

วันนี้ ชวนสาวๆ มาสำรวจตัวเองกันสักหน่อย ว่าตอนอาบน้ำเราอะไรกันบ้าง เพราะหลายๆ อย่างที่เราทำกันประจำๆ เราอาจจะไม่รู้เลยว่าอาจจะเป็นผลเสียโดยไม่รู้ตัว มาไล่ดูกันตั้งแต่เส้นผม จรดไปถึงปลายเท้ากันเลยดีกว่าค่ะ
เริ่มต้นที่เส้นผม การสระผมทุกวัน ไม่ใช่สิ่งที่ดีค่ะ เพราะการสระผมทุกครั้ง หมายความถึงน้ำมันที่ถูกชะล้างออกจากโคนผม ยิ่งสระบ่อย ร่างกายของเราก็ยิ่งต้องผลิตขึ้นมาใหม่ให้เพียงพอ กลายเป็นว่าผมของเรากลับยิ่งมันขึ้นไปอีก สระผมเพียงแค่วันเว้นวัน หรือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วค่ะ เพียงเท่านี้ผมก็สวยเงางาม ไม่มันเยิ้มแน่นอน นอกจากนั้น การใช้ผ้าขนหนูห่อผมไว้หลังสระผมแบบในทีวี ไม่ใช้สิ่งที่ควรเลียนแบบนะคะ เพราะหลังจากเราสระผม ขณะที่เส้นผมเปียกเป็นช่วงเวลาที่เส้นผมจะอ่อนแอกว่าปกติ การไปห่อๆ หมักๆ ไว้นั้น กลับจะยิ่งทำให้เส้นผมพันกัน เป็นการทำร้ายเส้นผมแบบไม่รู้ตัว ทางที่ดี ควรใช้ผ้าขนหนูแห้งค่อยๆ ซับน้ำออกจากผมจะดีกว่า แต่อย่าขยี้ผมแรงนะคะ เดี๋ยวเส้นผมจะขาดและแตกปลายง่ายค่ะ

เพิ่มเติมอีกนิดในส่วนของหนังศีรษะ การนวดศีรษะในระหว่างการสระผม โดยเฉพาะสาวๆ ที่เข้าร้านทำผมบ่อยๆ ทราบหรือไม่คะ ว่านั่นเป็นการกระตุ้นต่อมไขมัน ให้ผลิตออกมามากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะการนวดบริเวณกระหม่อม อันที่จริง ส่วนที่เราควรจะนวดคือปลายผมค่ะ เพราะปลายผมส่วนใหญ่มักขาดน้ำมันหล่อเลี้ยง จะแห้งอยู่บ่อยๆ

อาบน้ำเสร็จ ใครที่มัวเลือกชุดสวย ปล่อยผิวให้แห้ง ทราบหรือไม่คะว่าเรากำลังจะสูญเสียนาทีทองในการบำรุงผิวไป เพราะหลังอาบน้ำเสร็จนั้นเป็นช่วงเวลาดีที่รูขุมขนจะเปิดรับครีมบำรุงผิวที่จะไปช่วยบำรุง ฟื้นฟูผิวของเราค่ะ ซึ่งถ้ารอจนผิวแห้ง รูขุมขนก็จะปิด ทาครีมเท่าไหร่ก็ไม่ซึมเข้าผิวค่ะ ครั้งต่อไป แนะนำว่า อาบน้ำเสร็จ เช็ดตัวให้แห้งพอหมาดๆ แล้วทาครีมทันทีเลยค่ะ

ต่อมา สำหรับหนุ่มสาวนักกีฬา การไม่อาบน้ำหลังการออกกำลังกาย อันนี้ต้องระวังให้มาก ในเมื่อเราออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพแล้ว ก็ควรจะดูแลสุขผิวกันด้วย ทุกๆ ครั้งที่เราออกกำลังกาย คราบเหงื่อไคลจะทำให้เกิดแบคทีเรียที่เพิ่มจำนวนขึ้นมาก อาจทำให้เกิดผดผื่นได้ง่าย และยิ่งถ้าผิวอุดตัน หรือมีความสกปรกก็จะทำให้เกิดปัญหาสิวที่หลังได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น บางคนใส่เสื้อผ้าชื้นๆ ปล่อยให้ร่างกายชื้นเหงื่อ ปัญหาโรคปอดก็จะตามมาอีกด้วย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยค่ะ ต่อไปนี้ ถ้าจะออกกกำลังกาย เผื่อเวลาไว้อาบน้ำด้วยนะคะ
สุดท้าย เรื่องของเท้า กับวันทั้งวันที่เราต้องใส่รองเท้าเดินไปไหนต่อไหน ยิ่งกับรองเท้าคัทชูคู่โปรดที่เท้าโดนอบเอาไว้ ยิ่งจะช่วยให้เชื้อแบคทีเรียทั้งหลายเติบโตอย่างสนุกเลยล่ะค่ะ สาวๆ บางคน พอถึงเวลาอาบน้ำก็เอาเท้าถูๆ กันยกใหญ่ จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องรุนแรงถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ การทำความสะอาดเท้าสวยๆ ด้วยสบู่อ่อนๆ แต่ขัดเบาๆ ให้ทั่วตามร่องนิ้ว ตามซอกมุมต่างๆ แล้วเช็ดให้แห้งก็พอเพียง และไม่ทำให้เกิดการถลอกของผิวหนังอีกด้วย

เอาล่ะค่ะ ว่าด้วยเรื่องการอาบน้ำตั้งแต่ผม จรดปลายเท้า แต่ขอแอบเว้นการทำความสะอาดผิวหน้าไว้ซักหน่อย ครั้งหน้าเรามาดูกันค่ะ ว่าการทำความสะอาดผิวหน้า ทำอย่างไรถึงจะเหมาะ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ ^^