ดูแลสุขภาพฟันกันดีกว่า

c700x420.jpg
หลายๆ ครั้ง เราไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพฟัน จะไปพบทันตแพทย์ก็เฉพาะเวลาที่เริ่มปวดฟัน หรือมีปัญหากันแล้ว วันนี้ มาทำความเข้าใจ แล้วเริ่มดูแลสุขภาพฟันกันดีกว่า

การทำความสะอาดฟันในชีวิตประจำวัน มีขั้นตอนง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน ใช้ไหมขัดฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน แต่นอกเหนือจากการทำความสะอาดฟันตามปกติแล้ว สำหรับผู้ที่ดื่มชากาแฟเป็นประจำ อาจทำให้ฟันมีคราบสีติดตามซอกฟันอีกด้วย ซึ่งตรงนี้ สามารถขจัดคราบต่างๆ ได้ โดยการขูดหินปูนและขัดฟันค่ะ

และสำหรับสาวๆ ที่อยากมีฟันขาวๆ จะได้ยิ้มสวยๆ ได้อย่างมั่นใจ มาดูกันค่ะ ว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง
อย่างแรก การขจัดคราบสีที่ติดอยู่ตามตัวฟัน (external stain) สามารถขจัดด้วยการแปรงฟันด้วยตัวเอง และขัดฟันโดยทันตแพทย์ วิธีการนี้ไม่ใช่การฟอกสีฟัน ความขาวที่เกิดขึ้นคืด ได้สีฟันธรรมชาติของคนๆ นั้นกลับคืนมา
และอย่างที่สอง การฟอกสีฟัน เป็นการเปลี่ยนสีฟันธรรมชาติให้ขาวขึ้น โดยน้ำยาฟอกสีฟันทำหน้าที่กระตุ้นให้เม็ดสีในผิวฟันเกิดการแตกตัวให้มีโมเลกุลเล็กลง ทำให้สีฟันจางลง แต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นชั่วคราว ผลที่ได้คือฟันมีสีขาวขึ้น การฟอกสีฟันนี้มีหลายวิธีการ แต่วิธีการที่ต้องควบคุมโดยทันตแพทย์มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ 1. การฟอกสีฟันที่คลินิกโดยการกระตุ้นด้วยแสงประเภทต่างๆ เช่น แสง cool light, แสงจากเครื่อง plasma arc, แสงเลเซอร์ เป็นต้น โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูง และ 2. การฟอกสีฟันด้วยตัวเอง โดยการทำถาดใส่น้ำยาฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล ซึ่งมีทั้งแบบใส่กลางวัน หรือใส่กลางคืน

หลังฟอกสีฟันเสร็จใหม่ๆ ฟันอาจไวต่อการเสียวฟันได้มากกว่าปกติ และอาการนี้จะคงอยู่ประมาณ 1-2 วัน ดังนั้น ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินไป เลี่ยงอาหารที่มีความเป็นกรดสูงเพื่อป้องกันอาการเสียวฟัน และหากเสียวฟันมากอาจรับประทานยาแก้ปวดประเภทพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาได้
นอกจากนี้หากต้องการให้ผลของการฟอกสีฟันคงสภาพอยู่ได้นาน แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกเลต ไวน์แดง น้ำอัดลม ผักผลไม้สีเข้มต่างๆ รวมถึงการสูบบุหรี่ค่ะ

การฟอกสีฟันที่ดีควรทำภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์ ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้ที่แนะนำวิธีการที่เหมาะสมให้แต่ละบุคคล ทั้งนี้เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีโครงสร้าง และองค์ประกอบที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีผลตอบสนองต่อการฟอกสีฟันแตกต่างกันไปด้วย หากฟอกสีฟันแล้วได้ผลยังไม่เป็นที่พึงพอใจ ทันตแพทย์จะเลือกวิธีการที่เหมาะสมต่อไปให้ บางรายอาจใช้วิธีการฟอกสีฟันที่คลินิก (in-office bleaching) ซ้ำ หลังจากทำครั้งแรกไปแล้ว 1 สัปดาห์ บางรายอาจได้รับคำแนะนำให้ทำต่อด้วยการใส่ถาดฟอกสีฟันที่บ้านในเวลานอน (home bleaching) เป็นต้น ในการณีที่มีการฟอกสีฟันด้วยตัวเอง ทันตแพทย์จะนัดคนไข้กลับมาตรวจเป็นระยะเพื่อตรวจดูพัฒนาการของสีฟัน และผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จนกว่าจะได้สีฟันที่เหมาะสมก็จะให้ยุติการฟอกสีฟันนั้น การฟอกสีฟันด้วยตัวเองไม่ควรทำโดยไม่ได้รับคำปรึกษาจากทันตแพทย์ เพราะอาจมีอันตรายที่เกิดต่อฟันเราโดยไม่รู้ตัวได้ค่ะ

Advertisements

ของทอด เรื่องควรระวังที่มากกว่าความอ้วน

fried.jpg
หนึ่งในอาหารจานโปรดของหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นเมนูของทอด ไม่ว่าจะเป็น ปลา ไก่ หมู เนื้อ หรือแม้แต่เมนูชุบแป้งทอดต่างๆ และในขณะที่เราทุกคนก็ทราบกันดี ว่าการทานเมนูของทอดเป็นประจำ นอกจากจะให้พลังงาน และไขมันที่มากเกินความจำเป็นของร่างกายแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ ที่อาจเกิดผล สะสม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อีกด้วย

วันนี้ มาดูกันซักหน่อย ว่าน้ำมันทอดที่ใช้ซ้ำๆ จะส่งผลเสียกับร่างกายได้อย่างไรบ้าง และเรามีวิธีหลีกเลี่ยงได้อย่างไรบ้าง ถ้าใจยังอยากจะทานของทอดกันอยู่

งานวิจัยหลายๆ ชิ้นยืนยันว่า น้ำมันที่ผ่านการทอดอาหารซ้ำนานเกินไปจะมีคุณค่าทางโภชนาการลดลง และยังทำให้หนูทดลองมีการเจริญเติบโตลดลง ตับและไตมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการสะสมไขมันในตับ มีการหลั่งน้ำย่อยทำลายสารพิษในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น และนอกจากนั้น ไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ปริมาณสูงอาจทำให้ไลโปโปรตีนชนิดแอลดีแอลมีโอกาสเกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ขณะเดียวกัน การนำน้ำมันมาทอดซ้ำหลายครั้งจะทำให้เกิดสารโพลาร์ ซึ่งสารนี้มีฤทธิ์ต่อการกลายพันธุ์ คือทำให้เซลล์ดีกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดมาตรฐานให้ร้านค้าใช้น้ำมันทอดซ้ำที่มีสารโพลาร์ได้ไม่เกินร้อยละ 25 ต่อน้ำหนักน้ำมันที่ใช้เท่านั้น (หรือ 25 กรัม ต่อน้ำมัน 100 กรัม) เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค

แต่แม้จะรู้ว่าของทอด โดยเฉพาะการใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพในหลายทาง แต่หลายๆ ครั้งเราก็คงอดใจไม่ได้ กับความหอม กรอบ น่าอร่อยของเมนูของทอดที่อยู่ข้างหน้า ถ้าใครอดใจไม่ไหวกันจริงๆ อย่างน้อย ลองมาสังเกตกันซักหน่อย ว่าน้ำมันที่ทอดของอร่อยข้างหน้านั้นถูกใช้ซ้ำมามาก หรือเปลี่ยนสภาพไปหรือยัง ลองหลีกเลี่ยง ร้านค้าที่ใช้น้ำมันทอดที่มีลักษณะแบบนี้ค่ะ

1. หลีกเลี่ยงทานทานของทอด ที่ใช้น้ำมันที่มีกลิ่นเหม็นหืน เหนียวสีดำคล้ำ ฟองมาก เหม็นไหม้ โดยน้ำมันที่ใหม่ควรจะมีสีเหลืองใส ไม่ดำคล้ำ
2. สังเกตว่าเวลาทอดอาหารมีควันขึ้นมากหรือไม่ หากร้านใดทอดอาหารแล้วมีควันมาก แสดงว่าน้ำมันใช้มานาน ไม่ควรซื้อค่ะ และ
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทอดด้วยความร้อนสูงมาก ๆ หรืออาหารที่ทอดในน้ำมันเดือดพล่าน เพราะอาหารพวกนี้จะทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพเร็ว อาจทำให้คนขายไม่ค่อยเปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ นอกจากนี้ อาหารจะอมน้ำมันมาก ๆ สังเกตได้ว่าทานแล้วจะรู้สึกระคายคอค่ะ

ได้วิธีสังเกตน้ำมันกันไปแล้ว ใครที่ชอบของทอดจนอดใจไว้ไม่ได้ อย่างน้อยลองเลือกดูร้านที่ใช้น้ำมันใหม่ๆ ถึงแม้ว่าอาจจะยอมได้รับไขมันมาเพิ่มน้ำหนักกันมากขึ้นอีกนิด แต่ก็พอจะหลีกเลี่ยงสารอันตรายจากน้ำมันที่ใช้ซ้ำๆ ได้บ้างนะคะ ^^