สวยด้วยสมาธิ

meditate
คนจะสวย เกี่ยวอะไรด้วยกับเรื่องของสมาธิ ฟังดูแล้วเรื่องความสวยกับเรื่องสมาธิดูห่างไกลกันไปซักหน่อย แต่จริงๆ แล้วสองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกันมาก และพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ

การเริ่มทำสมาธิ ส่วนใหญ่นั้น เราจะเริ่มจากการกำหนดลมหายใจค่ะ การหายใจเข้า-ออก ช้าๆ สม่ำเสมอ และให้ลึกถึงปอดนั้น ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนให้ร่างกาย ซึ่งเราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าร่างกายต้องการออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และเนื้อเยื่อส่วนย่อยต่างๆ ก็ต้องการเช่นกัน เมื่อเนื้อเยื่อส่วนเล็กๆ ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอก็จะไปช่วยซ่อมแซม สมานแผล กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอย พวกริ้วรอยจุดด่างดำก็จะจางหาย ผิวพรรณผ่องใส แถมด้วยแก้มแดงๆ จากเส้นเลือกฝาดก็จะกลับคืนมาด้วยค่ะ

นอกเหนือจากเรื่องของการหายใจ การนั่งหลังตรง และการผ่อนคลายร่างกายส่วนต่างขณะทำสมาธิ นั้นจะช่วยปรับคืนสมดุลให้กับร่างกายที่เคยเกร็งเครียด ซึ่งร่างกายที่ผ่อนคลายนี้จะทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวกยิ่งขึ้น การไหลเวียนของเลือดนั้นจะนำพาทั้งสารอาหาร และ ออกซิเจนที่เป็นประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นการช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่ในทุกๆ ส่วนเลยทีเดียว

ท้ายที่สุด การทำสมาธิจะพาจิตใจไปสู่ภาวะที่สงบ ไม่ยุ่งเหยิงฟุ้นซ่าน ซึ่งในสภาวะดังกล่าวสมองจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายสดชื่น ผ่อนคลายความเครียด ลดภาวะความหดหู่ซึมเศร้า และลดความวิตกกังวลลง ทำให้ร่างกายของเราสดชื่นจากภายในออกมาเลยล่ะค่ะ

นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้พบว่าการทำสมาธิเป็นประจำ จะกระตุ้นการทำงานของเยื่อหุ้มสมอง ส่วนหน้าซีกซ้ายที่เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ยินดี และส่งผลกับกล้ามเนื้อบนใบหน้า เมื่อมีสมาธิ จิตใจปลอดโปร่ง มีความสุข ก็ทำให้ลดเลือนริ้วรอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทำสมาธิจึงเหมือนเป็นยาอายุวัฒนะที่ดีต่อทั้งจิดใจ ร่างกาย และยังส่งผลไปถึงเรื่องสวยๆ งามๆ กันเลยทีเดียวค่ะ

สุขภาพดี เริ่มต้นที่ลมหายใจ

1405419330-5202-640x430
ความเร่งรีบของชีวิต กับการทำงานวุ่นตลอดแทบจะทุกนาที … เคยสังเกตกันหรือเปล่าคะ ว่าเราห่างจากการสูดลมหายใจให้เต็มปอดกันมานานมากเท่าไหร่แล้ว

การหายใจที่ดี คงไม่ใช่เป็นเพียงการนำออกซิเจนที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกาย หากแต่ยังเป็นการยืดขยายอวัยวะภายใน และปรับสมดุลของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย มีประโยชน์ต่อการทำงานในหน่วยที่เล็กที่สุด คือเซลล์ รวมถึงได้เติมความสดชื่น และความสงบของจิตใจ

เพื่อเป็นการต้อนรับปี 2559 ด้วยความสดชื่น วันนี้ ขอนำเนื้อหาดีๆ เกี่ยวกับลมหายใจ จาก Expert Articles ในเวปไซต์ของเรา มาฝากกันค่ะ

คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ Clinical Director จากสถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะ ชั้น 2ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการหายใจว่า การดำรงชีวิตของคนเราอยู่ได้ด้วยการหายใจ ซึ่งสิ่งนี้ก็บอกเป็นนัยๆ ได้ว่า ความสำคัญของการหายใจนั้นสำคัญมากต่อการมีชีวิตอยู่ แน่นอนทุกคนที่ยังหายใจได้แปลว่ายังคงดำเนินชีวิตอยู่ แต่จะมีสักกี่คนที่หายใจได้ประสิทธิภาพอย่างแท้จริง นั่นคือการหายใจทุกครั้งร่างกายได้รับออกซิเจนที่เพียงพอต่อความต้องการของทั้งร่างกาย

ปกติการหายใจที่ถือว่าได้ประสิทธิภาพคือ ปอดทุกส่วนต้องขยายตัวได้เต็มที่

ปอดของคนเรามีด้วยกันสามส่วน คือ ปอดส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่าง ทุกครั้งที่หายใจปอดจะขยายตัว ปอดล่างเมื่อขยายจะดันกระบังลมให้เลื่อนลง ทำให้ท้องป่องเวลาเราหายใจเข้า ส่วนปอดบนและส่วนกลางจะดันให้ชายโครงกางขึ้น จะเห็นชายโครงกางขึ้นชัดเจน แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักหายใจด้วยการใช้ปอดล่างอย่างเดียว แต่เหตุที่ทำให้ปอดบนไม่ค่อยขยายอาจเป็นเหตุจากบางคนอาจมีภาวะโครงสร้างร่างกายที่ยึดติด เช่น หลังค่อม ไหล่งุ้ม เหล่านี้จะทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังซึ่งเชื่อมกับชายโครง ไม่ขยายตัวจึงเป็นเหตุให้อากาศเข้าไปได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งเราอาจจะรู้สึกเหมือนหายใจเร็ว ขัด และสั้น นานวันเข้าก็เป็นปัจจัยที่ทำให้มีปัญหาที่ระบบอื่นๆ ในร่างกายตามมา เราหายใจเข้าเอาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ ซึ่งออกซิเจนเป็นเสมือนอาหารของซลล์ เมื่อเซลล์ได้อาหารตามที่ต้องการ เซลล์ก็แข็งแรงเสมือนร่างกายเรามีภูมิต้านทานโรคภัยต่างๆ ได้ดีเพราะหน่วยย่อยของร่างกายเล็กสุดก็คือเซลล์ และเมื่อหายใจออกก็เป็นการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเชื้อโรคต่างๆ ผ่านท่อทางเดินหายใจ  ซึ่งของเสียเหล่านี้มักเกิดจากกระบวนการต่างๆ ภายในร่างกายคนเรา

ใครบ้าง ที่รู้สึกหายใจไม่อิ่ม หรือหายใจสั้นๆ ขัดๆ ลองใช้วิะีนี้ดูค่ะ
ยืดอกขึ้น ผายหัวไหล่ไปด้านหลังแล้วลองหายใจเข้าให้ลึกและยาวที่สุด จินตนาการว่าเหมือนลำตัวเรากำลังพองออกมากที่สุด พร้อมกับค่อยๆหายใจออกช้าๆ ยาวๆ สักประมาณ 3 – 5 รอบ เพียงแค่นี้ รับรองว่าจะสัมผัสได้ถึงความสดชื่นในทันทีเลยล่ะค่ะ

มหัศจรรย์ของลมหายใจ การหายใจที่มีประสิทธิภาพนอกจากจะเป็นเสมือนการสร้างภูมิต้านทานแล้วยังเป็นการขับพิษและเชื้อโรคในร่างกาย ทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายไปด้วย สังเกตกันหรือเปล่าคะ ว่าในขณะที่เราจดจ่ออยู่กับลมหายใจ จิตของเราก็ไม่ได้วุ่นวายอยู่กับเรื่องอื่นๆ เลย เหมือนว่าได้ปล่อยวางเรื่องราวต่างๆที่ไม่สบายใจไว้ก่อน จึงทำให้จิตใจผ่อนคลาย สบายตามไปด้วย

คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมักมองออกไปนอกตัวอย่างเดียว เพ่งเล็งกับการกระทำหรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นจนลืมหันกลับมามองดูสิ่งที่มหัศจรรย์ในตัวนั่นคือ “ลมหายใจ” เพียงเราลองหายใจให้ถูกวิธีแค่ 2-3 ครั้ง ก็รู้สึกถึงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้ แล้วหากเราฝึกเป็นประจำ เซลล์ในร่างกายก็จะแข็งแรง ของเสียถูกขับออกข้อต่อกระดูกสันหลังก็เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว ฯลฯ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ยืดอายุขัยเราได้อีกนานเลยล่ะค่ะ

ติดตามเรื่องราวดีๆ และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ได้จากอีกช่องทางหนึ่งของเรา ตาม link เลยนะคะ ^^
http://lifecenterthailand.com/health_and_wellness/expert_articles