โรคจอประสาทตาเสื่อม อีกหนึ่งเรื่องควรระวังในวัย 40+ (ตอนที่ 2)

eye
ต่อเนื่องจากบทความครั้งที่แล้ว กับเรื่องของโรคจอประสาทตาเสื่อมกันค่ะ เนื่องจาก ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม คือกระบวนการที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ ทำให้เชื่อว่าสารต้านอนุมูลอิสระน่าที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ โดยพบว่าการทานสารต้านอนุมูลอิสระ ประเภทวิตามินซี วิตามินอี beta carotene และ Zinc ในปริมาณที่มากพอ จะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ โดยมี ประมาณการรับสารอาหารทดแทน ต่อวันดังต่อไปนี้ค่ะ 1. วิตามินซี 500 mg 2. วิตามินอี 400 IU 3. Beta carotene 15 mg 4. Zinc 80 mg ของ Zinc oxide 5. Copper 2 mg ของ Copper oxide

กระนั้นสารอาหารทดแทนดังกล่าวไม่สามารถป้องกัน รักษา หรือช่วยให้การมองเห็นที่สูญเสียไปแล้วดีขึ้นได้ แต่เป็นการลดความเสี่ยงที่โรคจะพัฒนาไปสู่ระยะรุนแรงจนทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นในคนไข้จอประสาทตาเสื่อมที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งหากมีอาการของโรคจอประสาทตาเสื่อมเกิดขึ้นแล้ว ในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาอยู่สองวิธี คือ

1) การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ โดยใช้แสงเลเซอร์ เพื่อยับยั้งหรือชะลอเส้นเลือดผิดปรกติที่ทำให้เกิดเลือดออกใต้จอประสาทตา ซึ่งแม้ว่าจะไม่สามารถทำให้การมองเห็นที่เสียไปกลับคืนมา หรือรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถช่วยคงสภาพการมองเห็นให้เหลือไว้ได้มากกว่าการที่ไม่ได้รับการรักษาเลย และ

2) การรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อนำเส้นเลือดที่ผิดปกติออกจากใต้จอประสาทตา รวมทั้งแก้ไขภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ของโรค แต่คนไข้ก็จะมีการมองเห็นลดลงหลังการรักษาไม่ต่างจากการใช้แสงเลเซอร์

ข้อมูลในปัจจุบันในส่วนที่เกี่ยวกับโรคจอประสาทตาเสื่อมนั้น แม้ว่าจะมีแนวทางการรักษา แต่ก็เป็นเพียงการชะลอไม่ให้อาการของโรครุนแรงขึ้นเท่านั้น ยังไม่สามารถทำได้โดยสมบูรณ์ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา คนไข้ส่วนใหญ่ที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมจะยังคงสูญเสียการมองเห็นบ้าง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ จึงแนะนำให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 – 64 ปี ที่แม้จะไม่มีอาการผิดปกติในการมองเห็น ก็ควรได้รับการตรวจสุขภาพตา รวมถึงการตรวจจอประสาทตา ทุกๆ 2 – 4 ปี และ สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทุกๆ 1 – 2 ปี และหากมีอาการของโรค และได้ทำการรักษาแล้ว สิ่งสำคัญคือการให้คนไข้ได้ปรับตัวกับภาวะสายตาเลือนลาง และหัดใช้เครื่องมือช่วยในการมองเห็น เพื่อให้คนไข้สามารถใช้การมองเห็นที่เหลืออยู่ในการดำเนินชีวิตตามปกติค่ะ

Advertisements