ฟันปลอม และรากฟันเทียม

senior.jpg
เรื่องของฟันมีรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจดูแล ตั้งแต่ในวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยสูงอายุ สำหรับวันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับฟันของผู้สูงอายุ เพื่อที่เราจะได้เตรียมการ หรือเข้าใจในตัวของผู้สูงอายุมากขึ้น
ผู้สูงอายุ ในที่นี้หมายถึงผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่ฟันผ่านการใช้งานมานาน จึงมีฟันที่โดนถอนจากสาเหตุต่างๆ มาหลายซี่ และมักจะต้องมีการใส่ฟันปลอม การดูแลฟันสำหรับผู้สูงอายุก็เหมือนกับการดูแลฟันในวัยอื่นๆ เพียงแต่จะต้องมีการทำความสะอาดฟันปลอมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับการดูแลฟันปลอมนั้น หากใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ ก็ควรถอดมาล้างทั้งหลังอาหาร และก่อนนอน ใช้แปรงทำความสะอาดฟันปลอมโดยใช้ยาสีฟันแล้วล้างให้สะอาดด้วยน้ำธรรมดา และควรถอดฟันปลอมแช่น้ำก่อนนอน สำหรับบริเวณที่ไม่มีฟันให้ใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มทำความสะอาด และหากฟันปลอมมีการแตกหักเสียหาย ไม่ควรซ่อม หรือหาทางแก้ไขโดยใช้เครื่องมือต่างๆ ด้วยตัวเองนะคะ แต่ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขจะดีกว่า
และในส่วนของการดูแลฟันปลอมแบบติดแน่นภายในช่องปาก อย่างเช่น สะพานฟัน ที่เป็นฟันปลอมติดแน่นในช่องปากเพื่อทดแทนฟันที่หายไป 1-2 ซี่ติดกัน โดยมีการเตรียมการ เริ่มต้นจากการกรอฟันข้างเคียงบริเวณช่องว่างนั้น แล้วทำครอบฟัน เชื่อมฟันให้เป็นสะพานฟันสำหรับยึดติดกับรากฟันเทียม จากนั้นทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมลงในกระดูกขากรรไกร จนกระดูกธรรมชาติเกาะยึดกับรากฟันเทียมแล้ว ทันตแพทย์จึงทำฟันปลอมต่อขึ้นมาจากรากฟันเทียมอีกชั้นหนึ่ง

ข้อดีของฟันปลอมติดแน่น คือ ความสะดวกสะบายของคนไข้ที่ไม่ต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาด แต่ก็ยังคงต้องทำความสะอาดให้ดี เมื่อไม่ต้องถอดออกมาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงลืมไว้ที่ไหน อย่างไรก็ตาม ค่ารักษาก็จะสูงกว่าการใช้ฟันปลอมชนิดถอดได้ และเมื่อเกิดการแตกหักเสียหายก็จะซ่อมได้ยากกว่าฟันปลอมชนิดถอดได้อีกด้วยค่ะ

ในส่วนของรากฟันเทียม ผู้ที่สนใจทำรากฟันเทียมควรมาปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อที่จะตรวจประเมินสภาพในช่องปาก พิมพ์ปาก เอ็กซเรย์ เพื่อประเมินคุณภาพของกระดูกในตำแหน่งที่ต้องการฝังรากฟันเทียม ตรวจสอบอวัยวะข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง ทิศทางในการฝังรากฟันเทียม กำหนดชนิดและขนาดของรากฟันเทียมที่จะเลือกใช้ และข้อจำกัดทางกายภาพต่างๆ ของผู้ป่วย เพื่อจัดเตรียมเครื่องมือ และวางแผนการรักษาอย่างละเอียดรอบคอบ

หลังจากที่ทำการประเมินเรียบร้อยแล้ว ทั้งในส่วนของความหนา ความสูงของกระดูกที่เหมาะสม ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียมนั้น เริ่มต้นจากการฉีดยาชาบริเวณที่จะฝัง เมื่อยาชาออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว ทันตแพทย์จะทำการเปิดเหงือกเป็นบริเวณเล็กๆ แล้วใช้หัวสกรูกรอกระดูกให้เป็นรู ขนาดประมาณ 3-6 มม. ตามขนาดของรากฟันเทียมที่ได้เตรียมไว้ จากนั้นทำการใส่รากฟันเทียมที่ทำจากวัสดุไทเทเนียมเข้าไปในรูนั้น ก่อนทำการเย็บปิด โดยใช้เวลาตั้งแต่ฉีดยาชาจนถึงขั้นตอนการเย็บปิดประมาณ 30-45 นาที จากนั้น ใช้เวลารอให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูก ประมาณ 4-6 เดือน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายในการทำการพิมพ์ปาก และใส่ฟันปลอมจากฐานของรากฟันเทียม

รากฟันเทียมนั้น มีข้อดีค่ะ
– เป็นการใส่ฟันติดแน่นวิธีการหนึ่ง เมื่อใส่ฟันเสร็จแล้วผู้ป่วยจะมีความรู้สึกใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมาก
– หากปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายดี มีการเกาะยึดของรากฟันเทียมกับกระดูกอย่างแข็งแรง ฟันเทียมก็จะมีความแข็งแรง สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ
– การดูแลรักษาเหมือนฟันธรรมชาติทั่วไป คือ การแปรงฟันรอบรากฟันเทียม การใช้ไหมขัดฟัน สามารถใช้ได้ตามปกติเหมือนฟันซี่อื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ในการใช้ฟันปลอม เนื้อเยื่อรอบรากฟันเทียมสามารถเกิดการอักเสบได้เหมือนการเกิดโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบได้ เช่นเดียวกับฟันธรรมชาติ ผู้ป่วยที่ฝังรากฟันเทียมจึงควรดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการนำโลหะไปถูกส่วนที่เป็นรากฟันเทียมที่ฝังอยู่ในกระดูก เพราะอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างโลหะ 2 ชนิดที่ต่างกันได้ ดังนั้น ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ เมื่อต้องการขูดหินน้ำลาย ทำความสะอาดฟันประจำปี เพื่อให้ทันตแพทย์ระมัดระวังในการใช้เครื่องมือโลหะเข้าใกล้รากฟันเทียม

การดูแลฟันในวัยผู้สูงอายุนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้วัยไหนๆ เลย เพราะฟันนั้นนอกจากจะเป็นส่วนสำคัญในการใช้เคี้ยวอาหารแล้ว ยังช่วยในการออกเสียงให้ชัดเจน ช่วยรักษาโครงของรูปหน้า และยังหมายถึงความมั่นใจของทุกๆ คนอีกด้วยค่ะ

Advertisements

เลือกอุปกรณ์ดูแลฟันให้สวย สะอาด แข็งแรง

bt.jpg

อุปกรณ์ดูแลฟันเดี๋ยวนี้มีมากมายหลากหลายจนละลานตา ถ้าไม่อยากหยิบผิดหยิบถูกลองฟังทางนี้ค่ะ วันนี้มีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ดูแลฟันมาฝาก จะได้ดูแลฟันให้สะอาดแข็งแรงกันทุกคนเลยค่ะ

แปรงสีฟัน
แปรงสีฟันไม่ว่าจะของวัยไหนสิ่งสำคัญก็อยู่ที่ขนแปรงค่ะ ขนแปรงที่ดีต้องมีลักษณะนุ่มปลายมนเพราะจะไม่ทำร้ายฟันจนสึกค่ะ ด้ามจับก็ควรจะยาวและยืดหยุ่น จับแล้วถนัดมือไม่ลื่นหลุดง่าย แปรงอาจจะมีหัวที่เล็กสักหน่อยเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดได้ลึกถึงด้านในของช่องปากบริเวณฟันกรามซี่ในสุด ลองสังเกตดูว่าถ้าเราใช้แปรงที่หัวแปรงใหญ่เกินไป เวลาแปรงเราจะรู้สึกเจ็บกระพุ้งแก้มด้านในและอาจเป็นแผลร้อนในตามมาอีกด้วย

ไหมขัดฟัน
ไหมขัดฟันมีชนิดที่เคลือบขี้ผึ้ง (Waxed Dental Floss) เหมาะกับมือใหม่หัดใช้ไหมขัดฟัน ผู้ที่อุดฟันไว้หลายซี่ หรือขอบฟันไม่ค่อยเรียบ เพราะไหมขัดฟันชนิดนี้จะมีความเรียบ และลื่นเข้าไปในซอกเหงือกซอกฟันได้ดี สามารถใช้งานได้ง่ายเลยล่ะค่ะ
ไหมขัดฟันอีกประเภทหนึ่งคือ ไหมขัดฟันแบบไม่เคลือบขี้ผึ้ง (Unwaxed Dental Floss) เหมาะกับคนที่ใช้ไหมขัดฟันมาซักระยะหนึ่งแล้วจนมีช่องว่างระหว่างฟันเพิ่มขึ้น ไหมชนิดนี้จะมีความคมมากกว่า สามารถกำจัดเศษอาหาร และคราบหินปูนได้ดีกว่าชนิดเคลือบขี้ผึ้ง
นอกจากนั้นยังมีเทปขัดฟัน ที่มีลักษณะคล้ายกับไหมขัดฟัน แต่จะมีขนาดกว้างกว่านิดหน่อยค่ะ

ยาเม็ดฟลูออไรด์ (Fluoride supplement)
ยาเม็ดนี้อุดมไปด้วยฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุ โดยการทำงานของฟลูออไรด์ คือ ไปการรวมกับโครงสร้างฟันเพื่อเสริมโครงสร้างเนื้อฟันให้แข็งแรง ฟันก็จะผุยาก เราสามารถทานฟลูออไรด์ได้เพราะฟลูออไรด์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อฟัน ส่วนมากยาเม็ดฟลูออไรด์จะเป็นที่นิยมสำหรับเด็ก โดยจะให้เด็กๆ เคี้ยวยานี้ให้ละเอียดเพื่อให้ฟลูออไรด์สัมผัสกันฟันทุกซี่เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำหน้าที่ได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม แม้ฟลูออไรด์จะมีประโยชน์ แต่การใช้งานก็ควรอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์ เพราะถ้าเด็กๆ ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการฟันตกกระไม่น่าดูได้เช่นกันค่ะ

ยาย้อมคราบฟัน
ยาย้อมคราบฟันจะเป็นตัวช่วยเนรมิตให้เราเห็นคราบทั้งหลายที่เกาะอยู่ที่ฟันของเราชัดเจนขึ้น ยาย้อมคราบฟันส่วนใหญ่จะมีสีแดง เวลาใช้ยาก็จะต้องเคี้ยวยาก่อนเพื่อให้สีของยาจะไปจับที่คราบฟัน พอเราแปรงฟันก็รู้ว่าจะเน้นตรงไหน แปรงตรงไหนยังไม่หมด จึงเลือกทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

แปรงซอกฟัน
แปรงแบบนี้เป็นแปรงเฉพาะกิจค่ะ ใช้ทำความสะอาดในบริเวณที่เข้าถึงยากจริงๆ แบบที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าไม่ถึงแน่ๆ เช่น บางคนอาจจะมีเหลื่อม ซอกฟัน ที่แปรงได้ยาก หรือสำหรับคนที่ดัดฟันซึ่งอาจมีบริเวณใต้ลวดที่เข้าถึงได้ยาก ข้อควรระวังคือแปรงชนิดนี้ถ้าใช้ไม่ถูกก็อาจไปทำร้ายเหงือกได้ ก่อนจะใช้อาจจะต้องปรึกษาทันตแพทย์กันสักหน่อยนะคะ

ที่ทำความสะอาดลิ้น
ที่ทำความสะอาดลิ้นที่เป็นพลาสติกรูปตัวยูนี้บางท่านก็เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพราะว่าช่วยลดปัญหากลิ่นปากที่คอยกวนใจ และยังเป็นที่สะสมแบคทีเรียตัวร้ายอีกด้วย วิธีการใช้ก็ง่ายแสนง่ายแค่ขูดคราบของเศษอาหารที่เกาะอยู่บริเวณลิ้น เริ่มต้นจากโคนลิ้นสู่ปลายลิ้น โดยอาจจะขูดหลังจากเวลาที่แปรงฟันเสร็จ เพื่อความสะอาดแบบหมดจดจริงๆ อ้อ ข้อดีอีกประการหนึ่งของที่ทำความสะอาดลิ้นก็คือสามารถทำให้ลิ้นรับรสชาติต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

แปรงสีฟันแบบชาร์จไฟได้
แปรงลักษณะนี้ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ด้วยตนเองตามปกติค่ะ หรือบางคนอาจจะขี้เกียจขยับแปรงเพื่อปัดฟันก็อาจจะหันมาใช้แปรงสีฟันแบบนี้ก็ได้ การดูแลแปรงสีฟันในลักษณะนี้อาจต้องเช็คในเรื่องของระบบการชาร์จพลังงาน เพื่อการทำงานของแปรงอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นแค่เพียงตัวช่วย ให้คุณสามารถทำความสะอาดฟันได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่การดูแลฟันนั้นมีมากกว่าแค่เรื่องของความสะอาด เพราะฉะนั้น อย่าละเลยการไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ หกเดือนนะคะ ถ้าพบปัญหาอะไรจะได้รีบแก้ไขได้ทันค่ะ