DIY สครับสูตรธรรมชาติ

scrub.jpg
อากาศร้อนๆ แดดแรงๆ ทำร้ายผิวสวยๆ อยู่ตลอดเวลา การทาครีมกันแดดจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยกันในทุกวัน เพราะเป็นเหมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับผิวสวยๆ ยิ่งใครที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งริ้วรอย ฝ้า จุดด่างดำอาจถามหากันได้ง่ายๆ และที่สำคัญ นอกจากจะปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดแล้ว การช่วยให้ร่างกายได้ผลัดเซลผิวใหม่ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันค่ะ

วันนี้มีความรู้ดีๆ มาฝากกัน เกี่ยวกับการเลือกใช้สครับสูตรพิเศษต่างๆ จากธรรมชาติ ว่าสครับที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติแต่ละชนิดนั้น มีคุณสมบัติอะไรบ้าง แบบไหนที่จะช่วยบำรุง ฟื้นฟู เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงผิวสวยให้กลับมามีชีวิตชีวากันบ้าง

เริ่มต้นที่สครับจากน้ำผึ้ง น้ำผึ้งธรรมชาตินั้นมากด้วยคุณค่าสำหรับผิวสวย โดยเฉพาะผิวที่โดนแดดแผดเผาจนไหม้ น้ำผึ้งเป็นเหมือนยาสมานแผลชั้นดีที่จะช่วยให้ผิวหายจากอาการโดนแดดเผา บำรุงลึกไปถึงชั้นเซลล์ผิว ให้ผิวแข็งแรงขึ้นโดยเร็ว เป็นอาหารสำหรับผิวอย่างดีเพราะอุดมไปด้วยกลูโคสบริสุทธิ์ ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนั้นยังบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม น่าสัมผัสอีกด้วยล่ะค่ะ

สครับจากน้ำมันมะกอก เหมาะกับผิวที่โดดแดดซึ่งมักสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิว การบำรุงผิวช่วงหน้าร้อนจึงควรเน้นการเติมความชุ่มชื้น เพิ่มน้ำมันหล่อเลี้ยง เพื่อช่วยฟื้นฟูให้ผิวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างรวดเร็วค่ะ น้ำมันมะกอกนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทั้งช่วยผลัดเซลผิวได้อย่างรวดเร็ว เติมออกซิเจนให้ผิวสดชื่น แก้ไขปัญหาผิวคล้ำแดด และช่วยให้ผิวแข็งแรงสู้แดดด้วย

สครับจากเชีย บัตเตอร์ สารสกัดมาจากต้นเชีย อุดมไปด้วยวิตามิน A และ วิตามิน E เป็นเพื่อนที่ดีต่อผิว ทั้งช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เหี่ยวย่นให้กับมาเรียบเนียบ เพิ่มความแข็งแรงในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวใหม่มีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

สครับจากเมล็ดกาแฟบดละเอียด กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำร้ายผิว เป็นเหมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับผิวชั้นนอก กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวชั้นในให้เปล่งปลั่ง บำรุงลึกถึงภายใน และช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด จึงทำให้ผิวพรรณดูสดใสเป็นพิเศษ นอกจากนั้นสครับจากเปม็ดกาแฟบดละเอียดนี้ ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยสมานผิวให้กลับมาแข็งแรง ถนอม บำรุงผิวพรรณ และยังช่วยให้ผิวสดใสมีชีวิตชีวาอีกด้วยค่ะ

สครับจากชาเขียว ชาเขียวขึ้นชื่อในเรื่องการขับสารพิษ โดยเฉพาะผิวที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีมากๆ ไม่เว้นแม้แต่ครีมกันแดดที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำ การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ชาเขียวจะช่วยในการเพิ่มออกซิเจนให้กับผิว ทำให้ผิวกลับมาเต่งตึงไม่แห้งกร้าน ลดริ้วรอย ให้ผิวกระจ่างใส นอกจากนั้นในชาเขียวยังมีคาเฟอีนที่ช่วยในเรื่องการเผาผลาญไขมันอีกด้วยค่ะ สครับจากชาเขียวจึงไม่เพียงทำให้ผิวสะอาดสดใส แต่ยังช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวลขึ้นด้วย

สครับจากอัลมอนต์ ทุกส่วนของอัลมอนต์นั้นมีประโยชน์ต่อผิว โดยเฉพาะเมล็ดของอัลมอนต์ ที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากธรรชาติ จะช่วยขจัดเซลลูไลท์ที่สะสมในผิว ทั้งยังนิยมนำเปลือกของอัลมอนต์มาบดเพื่อใช้ในการช่วยขัดผิว ขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว เร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เติมความชุ่มชื้น ให้ผิวกลับมาตึงเรียบกระชับค่ะ

สครับในแต่ละแบบนั้นมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกันออกไป ลองเลือกให้เหมาะกับกิจกรรม และช่วงเวลาค่ะ ที่สำคัญอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ผิวสูญเสียน้ำตลอดเวลา อย่าลืมดื่มน้ำกันให้มากๆ เพื่อช่วยดูแลผิวให้สวยสดใสกันด้วยนะคะ

ร้อนนี้ มาทานของอร่อยให้ใจเย็นกันดีกว่า

dffe7cf137bc2f614efd46ae3d96a280-w2880-2d.jpg
หน้าร้อน จะไปไหนก็เจอแต่อากาศร้อนอบอ้าวชวนให้หงุดหงิดกันได้ง่ายๆ วันนี้ มาหาขนมอร่อยๆ ทานดับร้อน ให้สดชื่นในหัวใจกันซักหน่อยดีกว่าค่ะ
ขนมเค้ก ขนมที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัย ทั้งหน้าตาที่ชวนรับประทาน รสชาติที่ทำให้อารมณ์ดี จึงทำให้ขนมเค้กเป็นทั้งขนมทานเล่นและของฝากที่หลายๆ ท่านมักเลือกกัน
แต่ก่อนจะเลือกเค้กอร่อยๆ ไปทานกัน เราลองมาทำความรู้จักกับเค้กชนิดต่างๆ กันสักนิดดีกว่า ว่าเค้กแต่ละประเภทเป็นอย่างไร แบบไหนจะโดนใจที่สุด

เริ่มที่ Cheese cake ค่ะ เค้กชนิดนี้อุดมไปด้วยพลังงานจากวัตถุดิบหลักอย่างครีมชีสหอมๆ น้ำตาล นม ไข่ ที่ผสมให้เข้ากันอย่างพอดิบพอดี เนื้อเค้กจะนุ่มแน่นได้กลิ่นของความเป็นชีส รับประทานคู่กับซอสรสเปรี้ยวอย่าง สตรอเบอร์รี่ หรือ ราสเบอร์รี่ก็ยิ่งเข้ากันค่ะ ใครเป็นคอชีสเลือกชีสเค้กเป็นอันดับแรกได้เลย

ลำดับต่อมา Butter Cake ได้ยินชื่อก็พอจะรู้แล้วนะคะว่าส่วนผสมหลักของเค้กชนิดนี้มาจาก “เนย” ค่ะ เนยจะถูกตีให้เข้ากับน้ำตาลและอากาศที่เข้าไปรวมตัวจนเป็นฟอง ตอนอบเค้กก็จะฟูขยายตัวขึ้น เสน่ห์ของเค้กเนยก็จะอยู่ที่ความหอมมันจากเนยนั่นเองค่ะ เนื้อเค้กชนิดนี่จะมีน้ำหนักพอตัวเลยทีเดียว เราสามารถใส่ส่วนผสมอื่นๆ อย่าง เนื้อผลไม้ ช็อคโกแลตชิพเข้าไปในเนื้อเค้กได้ ตัวอย่างของเค้กชนิดนี้ก็เช่น เค้กวนิลา เค้กช็อคโกแลตชิพ ฟรุ๊ตเค้กค่ะ

ประเภทที่สาม Foam type cake เค้กชนิดนี้มีลักษณะพองฟู เนื้อเบานุ่ม จากส่วนผสมหลักที่มาจากไข่ขาวที่นำมาตีๆๆ จนขึ้นฟู และอากาศที่อยู่ในไข่ขาวจะยิ่งฟูขึ้นอีกเมื่อนำไปเข้าเตาอบ เวลาทานจึ้งรู้สึกว่าเค้กละลายได้ในปากเลยล่ะค่ะ ที่สำคัญเค้กชนิดนี้เป็นเค้กที่ปราศจากไขมัน ใครที่กำลังลดความอ้วนอยู่เลือกทานเค้กลักษณะนี้ได้เลยค่ะ ตัวอย่างของเค้กชนิดนี้ก็พวกเค้กไข่หน้านวลเนื้อนุ่มๆ เด้งๆ นั่นล่ะค่ะ
ต่อมา Sponge cake ถ้าเทียบเค้กชนิดนี้กับ foam type cake แล้ว เนื้อจะแน่นขึ้นมาอีกหน่อย มีน้ำหนักมากขึ้นมาอีกนิด วัตุดิบหลักก็จะมีทั้งเนย นม น้ำตาล และไข่ จะใช้เนยไม่มากเท่าบัตเตอร์เค้ก และใช้การตีจนส่วนผสมขึ้นฟู และด้วยความที่เนื้อเค้กมีน้ำหนักกว่าโฟมเค้ก จึ่งเหมาะกับการนำมาทำเป็นชั้นๆ หรือ ทำเป็นแยมโรลค่ะ

และประเภทสุดท้าย Merinque cake เป็นเค้กเนื้อเบาอีกเช่นกันค่ะ มีทั้งแบบที่ใช้ไข่ขาวอย่างเดียว และแบบที่ใส่ไข่แดงไปด้วยแล้วแยกกันตี เนื้อเค้กจะละเอียดนุ่มนวล แต่ด้วยความที่เนื้อเบามากจึงไม่เหมาะกับการแต่งหน้าเค้กมากๆ เพราะเนื้อเค้กจะรับน้ำหนักไม่ไหว เค้กชนิดนี้เหมาะกับการทานกับครีมสด คู่กับผลไม้หรือแยมรสต่างๆ ค่ะ

เอาล่ะค่ะ ได้รู้จักเค้าชนิดต่างๆ กันไปแล้ว แถมตอนนี้ ก็ใกล้จะถึงเวลาพักกลางวัน รออะไรล่ะค่ะ ถึงเวลาไปหาของอร่อยมาทานแก้ร้อนให้อารมณ์ดีกันแล้วค่า

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก #SecretRecipe ชั้น G #lifecenter #QHouseLumpini นะคะ ^^