ผ่อนคลาย ลดอาการเครียด ด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ

aroma
การใช้กลิ่นบำบัดโรค กลิ่นหอม กับการบำบัดโรคต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร? อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย แต่หากเรารู้จักกับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เราก็จะพบกับความสัมพันธ์บางอย่างที่เชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน เช่น จมูกของเราเป็นอวัยวะที่ไวต่อการรับรู้กลิ่นมาก และการรับกลิ่นนั้นก็ทำโดยระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ต่างๆ ทั้งความรู้สึกสุข ตื่นเต้น หดหู่ รวมไปถึงอารมณ์ทางเพศอีกด้วย กลิ่นจึงมีผลโดยตรงต่อสมองส่วนนี้

ด้วยความสัมพันธ์ของกลิ่น และอารมณ์ กลิ่นบำบัดจึงเหมาะมากสำหรับคนในยุคนี้ที่มีความเสี่ยงสูงต่ออาการป่วยด้วยปัญหาจากความเครียด ทั้งไมเกรน อาการวิตกกังวล ช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก่อนมีประจำเดือน รวมถึงโรคยอดนิยม อาทิ ความดันโลหิตสูง อาการเกี่ยวกับลำใส้ระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ อาการปวดจากการที่กล้ามเนื้อตึงเครียด และอาการที่เกี่ยวกับสภาพทางจิตใจ ทำให้สปาหลายๆ แห่งต่างหยิบเอาเรื่องกลิ่นบำบัดไปใช้เพื่อสร้างความผ่อนคลายทั้งในด้านอารมณ์ และร่างกายให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ

วิธีการใช้น้ำมันหอมเพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ นั้น ส่วนสำคัญคือ ผู้ใช้จำเป็นจะต้องทราบถึงประวัติอย่างละเอียดของผู้ที่ต้องการจะทำการบำบัดด้วยกลิ่น โดยอาจใช้คำถามเกี่ยวกับสุขภาพ ชีวิตประจำวัน อาหารการกิน สภาวะความเครียด การนอนหลับพักผ่อน รวมไปถึงอาการป่วย หรือโรคต่างๆ ที่เป็นอยู่ เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพโดยรวม ก่อนจะนำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยที่เหมาะสมที่สุด การใช้กลิ่นบำบัดนั้นอาจจะใช้กลิ่นเพียงกลิ่นเดียว หรือ ใช้หลายๆ กลิ่นก็เป็นไปได้ โดยจะดูการตอบสนองของผู้ที่มาทำการบำบัดว่าร่างกายตอนสนองต่อกลิ่นนั้นๆ หรือไม่ เพื่อหากลิ่นที่เหมาะสมที่สุดในการบำบัดต่อไป โดยในการใช้กลิ่นบำบัดนั้น ผู้ให้บริการแต่ละราย จะมีรูปแบบ วิธีการบำบัด และการใช้กลิ่นที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

โดยทั่วไป การบำบัดด้วยกลิ่นหอมนั้น มักจะประกอบรวมกับการนวด โดยการนวดนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัด เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลือง รวมถึงผ่อนคลายอาการเจ็บปวดอีกด้วย การนวดยังจะช่วยให้ผู้บำบัดทราบว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนตึง ส่วนไหนไวต่อความรู้สึก ซึ่งตัวผู้ถูกบำบัดเองมักจะไม่เคยทราบมาก่อน ปกติแล้ว การบำบัดด้วยกลิ่นในระยะเริ่มต้นอาจทำเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เมื่อได้ทำการบำบัดแล้วสักระยะหนึ่ง ก็อาจลดความถี่ลงเหลือเพียงเดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง ทั้งนี้ การใช้กลิ่นบำบัด จะไม่ทำร่วมกับการรักษาแบบโฮมีโอพาธี (Homeopathy เป็นการรักษาแบบทางเลือกอีกแขนงหนึ่ง) เพราะกลิ่นหอมบางชนิดอาจไปรบกวนผลของการใช้ยาแบบโฮมีโอพาธีได้

สำหรับในกรณีที่ไม่มีเวลาไปนวด เรายังคงสามารถใช้กลิ่นบำบัดได้เช่นกันค่ะ เพราะนอกจากการนวดแล้ว การการบำบัดโดยกลิ่นในระดับหนึ่งนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น การหยดน้ำมันหอมลงอ่างอาบน้ำอุ่นๆ ก่อนลงไปแช่และสูดดมกลิ่นหอมในระหว่างการอาบน้ำ การใช้เครื่องพ่นไอน้ำปล่อยกลิ่นหอมในห้องที่เราอยู่ การหยดน้ำมันหอมน้อยๆลงบนผ้าเช็ดหน้า การประคบร้อน ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวด หรือแม้แต่การหยดน้ำมันหอมชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ลงบนสำลีเพื่อทาผิวที่มีอาการบวมก็สามารถที่จะทำได้ด้วยตัวเอง และสำหรับการเก็บรักษาน้ำมันหอม เนื่องจากน้ำมันหอมมีคุณสมบัติคือสามารถระเหยได้ง่าย ทั้งยังจะเสื่อมสภาพเมื่อโดนความร้อน จึงควรเลือกเก็บในขวดทึบแสง มีฝาปิดสนิท และเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ซึ่งอาจจะทำให้สามารถน้ำมันหอมเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปีโดยไม่สูญเสียคุณสมบัติสำคัญ อย่างไรก็ตาม น้ำมันหอมบางชนิด เช่น น้ำมันจากกลิ่นส้ม เลมอน มะนาว หรือผิวส้ม จะเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าน้ำมันทั่วไป อาจเก็บไว้ได้ไม่เกิน 6 เดือนค่ะ

สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจ อยากจะลองหากลิ่นหอมๆ มาช่วยผ่อนคลาย มาดูกันค่ะ ว่ากลิ่นอะไร มีคุณสมบัติที่โดดเด่นอะไรกันบ้าง…
กลิ่นลาเวนเดอร์ ช่วยให้นอนหลับง่าย ปรับอารมณ์ และทำให้จิตใจสงบ
กลิ่นตะไคร้หอม ช่วยบรรเทาอาการหวัด ปวดศีรษะ ลดไข้ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
กลิ่นเปปเปอร์มินต์ ช่วยให้สดชื่น แจ่มใส ปลอดโปร่ง กระตุ้นจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
กลิ่นเลมอน นอกจากทำให้สดชื่น สดใส แล้ว หากใช้นวด ก็จะช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตอีกด้วย
กลิ่นส้ม ช่วยเติมความสดชื่น ผ่อนคลาย และกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
กลิ่นโรสแมรี่ ทำให้สดชื่น สดใส และลดอาการของไมเกรน
กลิ่นยูคาลิปตัส ช่วยให้หายใจโล่ง ปลอดโปร่ง และบรรเทาอาการอ่อนล้าที่สะสมมา และกลิ่นสุดท้าย
กลิ่นมะลิ นอกจากความหอมละมุนแล้ว กลิ่นอ่อนๆ ของดอกมะลิ ยังจะช่วยเติมความสดชื่น สดใส ช่วยให้อารมณ์ดี กระตุ้นการมองโลกในด้านบวก รวมถึงมีผลต่ออารมณ์โรแมนติกกันอีกด้วยค่ะ

เอาล่ะค่ะ ได้ทราบกันไปแล้วกับเรื่องราวหอมๆ ที่ได้นำมาฝากกัน วันนี้อย่าลืมหากลิ่นหอมๆ ในแบบที่ชอบ มาเติมความสดชื่น บำบัดอารมณ์ และผ่อนคลายไปด้วยกันนะคะ ^^

———-
credit ภาพ -100dorog.ru-

นวดผ่อนคลาย ให้สบายตัว

spa.jpg
การนวดเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่เกิดจากการบ่มเพาะความชำนาญจนเกิดเป็นตะกอนความคิด ในการสร้างรูปแบบเฉพาะของการนวด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย หรือเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย … หลายๆ คน อาจจะสงสัย ว่าวิธีการนวดจะมีแบบไหนกันบ้าง นวดไปเพื่ออะไร วันนี้เรามาดูกันค่ะ

การนวดแบบแรก นวดน้ำมัน ประคบสมุนไพร Vital Oil Massage with Herbal Ball
การนวดนี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของ โดยน้ำมันในการนวด ช่วยในการดีท็อกซ์ และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยในด้านการผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า นอกจากนั้นการประคบสมุนไพรยังเป็นการนำประโยชน์จากสมุนไพรดีๆ มาช่วยบรรเทาความตึงเครียดและอาการเจ็บปวดของร่างกาย และทำให้ผิวสวยเปล่งปรั่งได้อีกด้วยค่ะ

การนวดอโรม่าเทอราพี Aromatherapy Massage
สำหรับผู้ที่เครียดสะสม ทำงานหนัก ร่างกายอ่อนล้า จะเหมาะกับการนวดแบบนี้ เพราะการนวดอโรม่าเทอราพีจะเน้นที่ความอ่อนโยนและผ่อนคลาย ทั้งรูปแบบการนวด และกลิ่นบำบัดจากน้ำมันหอมระเหยที่ผสมขึ้นมาเป็นพิเศษ จะช่วยให้จิตใจแจ่มใสขึ้น ทั้งยังคืนความชุ่มชื่นให้ผิวเปล่งประกาย และคลายความเมื่อยล้าจากร่างกายทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

การนวดสปอร์ต Sport Massage
เดี๋ยวนี้คนเข้ายิม เล่นเวท โยคะ แอโรบิค ออกกำลังกายและใช้กล้ามเนื้อกันมาก บางครั้งการออกกำลังกายที่หนัก หรือหักโหมจนเกินไป อาจก่อให้เกิดการปวดเมื่อย กล้ามเนื้อตึงมากๆ ได้ การนวดจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่รักการออกกำลังกาย โดยการนวดสปอร์ตจะเป็นการนวดเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึง ทั้งก่อน และหลังการออกกำลังกาย ด้วยเทคนิคการนวดแบบพิเศษ

การนวดสำหรับนักกอล์ฟ และโยคะ Pre-natal Foot Massage
การนวดชนิดนี้ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนรักกอล์ฟ และรักการฝึกโยคะ หรือผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งจะมีกล้ามเนื้อที่ตึงมากๆ ในบริเวณ ไหล่ และหลัง จากการบิดตัวของกล้ามเนื้อในขณะที่วาดวงสวิงตอนเล่นกอล์ฟ การนวดนั้นผู้นวดจะใช้แขน และข้อศอกในเทคนิคการนวดพิเศษพร้อมทั้งจะใช้บาล์มเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสบายขึ้น

การนวดสวีดิช Swedish Massage
การนวดรูปแบบนี้เป็นการนวดแบบเฉพาะตัว โดยจะมีการใช้การสับ การทุบเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปสู่หัวใจ การนวดนี้จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ทั้งยังลดความตึงเครียด และความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้ออีกด้วย

การนวดหินร้อน Hot Stone Massage
ใครที่เครียดหนัก ทำงานหนัก วิตกกังวลจนทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตทำงานได้ไม่เป็นปกติ กล้ามเนื้อเกร็งเครียดสะสม จนปวดบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ทั้งหลัง ไหล่ และคอ การนวดแบบหินร้อนจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และช่วยในเรื่องของระบบประสาท เพราะจะได้ทั้งความร้อนจากหิน และเทคนิคการนวดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยในการสร้างสภาวะของการผ่อนคลายอย่างล้ำลึก กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดอาการปวดตามข้อต่อ นอกจากนั้นยังช่วยให้นอนหลับสนิทด้วยล่ะค่ะ

 

นอกเหนือจากการนวดในแบบต่างๆ ที่ได้นำมาฝากกันแล้ว สปาระดับพรีเมียมบางแห่ง อาจะมีการผสมผสานศาสตร์แห่งการนวด ในหลายๆ ลักษณะเข้าด้วยกัน ทั้งยังอาจผสานรวมกับการใช้อโรมา และการนวดแผนไทย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นไปอีก

เอาล่ะค่ะ ได้รู้จักการนวดหลายๆ แบบกันไปแล้ว ใครที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ใครที่เริ่มมีอาการตึงๆ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว เย็นนี้ ลองหาสปาดีๆ ช่วยนวดให้ได้ผ่อนคลายกันซักหน่อย รับรองว่ากลับบ้านไปคืนนี้ได้นอนเต็มอิ่ม หลับฝันดี สบายกันตลอดคืนเลยล่ะค่ะ ^^