อีกซักนิด กับ Office Syndrome

work
สัปดาห์ที่แล้ว เราได้นำเรื่องราวของท่าบริหารเพื่อป้องกันอาการ Office Syndrome มาฝากกันไปบ้างแล้ว
วันนี้ มาต่อกันอีกซักหน่อย กับท่าบริหารในส่วนอื่นๆ เพื่อป้องกันอาการของโรค Office Syndrome ค่ะ

ท่าที่ 1 แก้อาการหายใจไม่อิ่ม หายใจได้ไม่สุด
ร่างกายของเราต้องการอากาศบริสุทธิ์ในการหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะสมอง การบริหารปอดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การขยายตัวของปอดดีขึ้น ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว ยืดกล้ามเนื้อหัวไหล่ และป้องกันโรคไหล่ติด
วิธีการออกกำลังกาย
1 นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง เลื่อนก้นให้ชิดพนัก
2 แขนซ้ายเหยียด-ยืดแขนให้สุดด้านเหนือศีรษะ แขม่วท้อง หายใจโดยใช้ชายโครงกางออก
3 มือขวาเอื้อมมาจับขอบด้านซ้ายของเบาะที่นั่งเก้าอี้
4 ในขณะที่ทำให้เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้ตลอดเพื่อไม่ให้หลังแอ่น
5 หายใจเข้าลึก หายใจออกเป่าลมออกทางปากเบาๆ พร้อมๆ กับเอียงตัวด้านขวา และหมุนตัวมาด้านซ้ายเล็กน้อยจนรู้สึกตึงมากที่สุด
6 หายใจเข้าทางจมูก เป่าลมออกทางปากเบาๆ หนึ่งรอบ แล้วค่อยดึงตัวกลับ
7 สลับกันทั้งสองข้าง ทำซ้ำ 5 ครั้ง วันละ 3 รอบ

ท่าที่ 2 ยืดกล้ามเนื้อสะโพกมัดลึก
กล้ามเนื้อที่เป็นทางผ่านของเส้นประสาท การยืดกล้ามเนื้อที่ไปเลี้ยงขาจะช่วยแก้อาการของคนที่ปวดก้นและร้าวลงขาได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังช่วยบรรเทาอาการของผู้มีอาการปวดหลังอันเนื่องมาจากหมอนรองกระดูกแคบซึ่งมักมีอาการปวดร้าวลงขา ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขาทำให้สบายตลอดทั้งขา
วิธีการออกกำลังกาย
1 นั่งกับพื้น งอเข่าด้านซ้ายเข้าหาตัว และเปิดฝ่าเท้าขึ้น ยกขาซ้ายทับขาขวา โดยอ้อมฝ่าเท้าไปที่ด้านข้างของสะโพกด้านขวา
2 งอเข่าด้านขวาเข้าหาตัว หงายฝ่าเท้าขึ้น อ้อมไปด้านข้างของสะโพกซ้าย
3 โน้มลำตัวลงไปด้านหน้า เหยียดแขนให้สุดจนรู้สึกตึงมากที่สุดโดยไม่เจ็บ ขณะที่ยืดลำตัวให้แขม่วท้องค้างไว้
4 หายใจเข้าลึกๆทางจมูก เป่าลมออกทางปากเบาๆ พร้อมกับยืดอก และแอ่นหลังขึ้น ในขณะที่มือวางแนบพื้นอยู่ที่เดิม
5 หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกและเป่าลมออกเบาๆ ทางปาก 2 ลมหายใจ แล้วค่อยดันตัวขึ้นท่านั่งหลังตรง ทำ 5 ครั้ง แล้วสลับข้าง

ท่าที่ 3 ยืดกล้ามเนื้อหลังต้นขา
การนั่งอยู่กับที่นานๆ อาจจะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า หากเป็นหนักขึ้นก็อาจจะมีอาการปวดร้าวลงขาได้ การออกกำลังกายในแบบการยืดกล้ามเนื้อจะช่วยคลายเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทของขาตลอดทั้งแนว สร้างกำลังกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ช่วยพยุงข้อเข่า ป้องกันอาการเข่าเสื่อมได้
วิธีการออกกำลังกาย
1 นั่งกับพื้น ขาซ้ายเหยียดเข่าตรงไปด้านหน้า ขาขวางอเข้าหาตัว ฝ่าเท้าขวาวางประคบไว้ที่ต้นขาด้านในของข้างซ้าย
2 งอเข่าด้านซ้ายขึ้นเล็กน้อย ร่วมกับกระดกฝ่าเท้าเข้าหาตัว ปลายนิ้วเท้าชี้ขึ้นด้านบน
3 โน้มตัวไปด้านหน้าจนรู้สึกตึงมาก พร้อมกับเหยียดแขนให้สุด วางฝ่ามือแนบกับพื้น
4 แอ่นหลังขึ้นให้รู้สึกตึง ในขณะที่ฝ่ามือวางตำแหน่งเดิม ลงน้ำหนักที่ก้นสองข้างเท่ากัน
5 หายใจเข้า เป่าลมออกทางปากเบาๆ พร้อมกับเหยียดเข่าออกให้รู้สึกตึงมาก แต่ไม่เจ็บ ในขณะที่ยังคงแอ่นหลัง และกระดกฝ่าเท้าอยู่
6 ค้างไว้ 2 ลมหายใจ และค่อยๆ ดึงตัวกลับในท่านั้งตรง และปล่อยขาให้สบาย
7 ทำข้างละ 5 ครั้ง แล้วสลับข้าง ทำวันละ 3 รอบ

ท่าที่ 4 สร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลังรอบด้าน สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และต้นขาด้านใน
บุคลิกภาพในการยืน เดิน หรือนั่งแบบหลังแอ่นๆ นั่นอาจทำให้เกิดอาการปวดตามมาในอีกหลายๆ ส่วน การออกกำลังกายในท่านี้จึงช่วยปรับให้หลังที่แอ่นนั้นกลับคืนมาในแนวโค้งปกติ นอกจากนั้นยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อหูรูด กระชับกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ทำให้ขาเล็กเรียวได้รูปสวย และเป็นท่าที่สร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง ป้องกันอาการปวดหลัง ทำให้หน้าท้องกระชับ
วิธีการออกกำลังกาย
1 นอนหงาย เหยียดขาตรงทั้งสองข้าง ดันลำตัวขึ้น ตั้งศอกเพื่อพยุงลำตัวไว้
2 เก็บคางและดันศีรษะลงเล็กน้อย แขม่วท้องและเกร็งกล้ามเนื้อก้นค้างไว้
3 กระดกปลายเท้าซ้ายขึ้น พร้อมกับลอยขาซ้ายขึ้นตรงๆ ทั้งแนว
4 หันปลายนิ้วเท้าออกด้านข้างพร้อม กางขาออกประมาณ 45 องศา (ในขณะที่แขม่วท้องและเกร็งกล้ามเนื้อก้นอยู่ สะโพกนิ่งอยู่กับที่)
5 แล้ววาดเท้าเป็นครึ่งวงกลม ดึงกลับที่เดิมโดยที่เท้าไม่แตะพื้น กางขาออกทำซ้ำ อย่างช้า ๆ ข้างละ 5 รอบ ทำวันละ 3 ครั้ง

4 ท่าบริหาร ที่แนะนำให้ทำเป็นประจำทุกๆ วัน ให้เวลาซักหน่อยกับการดูแลสุขภาพ จะได้มั่นใจ ว่าอยู่ไกลจาก Office Syndrome ค่ะ ^^

Advertisements

ไม่อยากเป็น office syndrome .. มายืดเส้นยืดสายกันดีกว่า

office.jpg
ทุกวันนี้ออฟฟิศซินโดรมกลายเป็นภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพ จนมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องทุกข์ทนต่ออาการปวดต่างๆ ที่เกิดจากการนั่งทำงานนานๆ
วันนี้เราเลยมีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับท่าออกกำลังกาย ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองมาฝากกัน เป็นท่าง่ายๆ ทำแล้วสบายขึ้น บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีมาก เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสาวๆ หนุ่มๆ ออฟฟิศ ถือเป็นท่าที่แก้อาการของออฟฟิศซินโดรมได้เป็นอย่างดี มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ท่าที่ 1 บรรเทาอาการปวดคอ บ่า สะบัก
การใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ของคนที่ทำงานออฟฟิศต้องก้มหน้าอยู่เป็นประจำ กล้ามเนื้อด้านหน้าจะหดสั้นมาก และดึงให้คอก้มลงมาด้านหน้า ทำให้คอเสื่อมง่าย ท่านี้จะเป็นท่าที่ปรับสมดุลย์การทำงานของคอ บ่า สะบัก ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยคอ บ่า สะบักได้ดีมาก
วิธีการออกกำลังกาย
1 นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง เลื่อนก้นให้ชิดพนัก
2 มือประสานกัน เหยียด-ยืดแขนให้สุดด้านเหนือศีรษะ แขม่วท้อง หายใจโดยใช้ชายโครงกางออก
3 คลายมือออกจากกัน กระดกข้อมือค้างไว้
4 ค่อยๆ เหยียดแขนไปด้านหลัง ให้สุดมือ ในขณะที่กระดกข้อมือไว้ ค่อยๆ เลื่อนมือลงจนสุด
5 ทำรอบละ 5 ครั้ง ทำได้ทุกๆ 2-3 ชม.

ท่าที่ 2 แก้อาการมือชา นิ้วล็อค
อาการปวดข้อมมืออาจลุกลามไปจนถึงการปวดร้าวไปจนถึงแขนได้ การยืดกล้ามเนื้อบริเวณมือและแขนจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยยืดทั้งเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ยืดกล้ามเนื้อ ยืดเส้นประสาท เพื่อทำให้รู้สึกสบายทั้งคอ และแขน ช่วยบรรเทาอาการปวดตึงร้าวลงแขน ลดอาการปวด ตึง ชา จากนิ้วล็อก กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ของเส้นประสาท ให้ส่วนต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้นด้วย
วิธีการออกกำลังกาย
1 นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง เลื่อนก้นให้ชิดพนัก
2 มือซ้ายเอื้อมขึ้นด้านบนมือโอบศีรษะ และดึงศีรษะให้เอียงมาด้านซ้าย ร่วมกับการบิดคอไปด้านขวาเล็กน้อย
3 ในขณะที่ทำให้เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไว้ตลอด หายใจโดยใช้ชายโครงขยายขึ้น
4 เอียงคอค้างไว้ มือขวาเหยียดศอกให้ตรง เหยียดทั้งแขนไปด้านหลัง พร้อมกับลู่ไหล่ลง และดันไหล่ไปด้านหลังพร้อมกับกระดกข้อมือ
5 หายใจเข้า-ออก 1 รอบแล้วดึงกลับท่าเริ่มต้น ตอนทำให้รู้สึกเพียงตึงๆ โดยไม่มีอาการเจ็บ
6 ทำรอบละ 3 ครั้ง วันละ 2 รอบ ต้องทำช้าๆ นะคะ เพราะเป็นการยืดเส้นประสาท

ท่าที่ 3 บรรทาอาการปวดเข่า เมื่อยน่อง ลดบวมที่ขา-เท้า
การนั่งติดเก้าอี้เป็นเวลานานเป็นผลเสียต่อกล้ามเนื้อขา และสะโพก ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตไม่ดี จนบางครั้งอาจพบอาการเส้นเลือดขอดได้ การยืดกล้ามเนื้อตลอดแนวขาไปถึงสะโพกจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเส้นประสาท ลดอาการปวดเมื่อย หรืออาการบวมของขาและน่องในผู้ที่นั่งห้อยขาทั้งวันและยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการพยุงข้อเข่า ป้องกันโรคเข่าเสื่อมอีกด้วย
วิธีการ
1 นั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง เลื่อนก้นให้ชิดพนัก
2 แขม่วท้องไว้และยืดหลังให้ตรง
3 เหยียดเข่าขึ้นโดยที่ปลายนิ้วเท้าชี้ขึ้นด้านบนตรงๆ เหยียดเข่าจนตึงสุด แล้วกระดกข้อเท้าเข้าหาตัว
4 แขม่วท้องค้างไว้ตลอดการทำท่านี้ พร้อมด้วย เหยียดหลังให้ตรง
5 ค้างไว้ในท่าดังกล่าวประมาณ 1 ลมหายใจเข้าออก แล้วค่อยงอเข่าลง
6 สลับข้างซ้าย ขวา ข้างละประมาณ 10 ครั้ง ทำวันละ 3 รอบ
**** หากต้องการสร้างกำลังกล้ามเนื้อให้มากอาจใช้ถุงน้ำหนักผูกไว้ที่ข้อเท้า เพื่อเป็นการสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้น

เอาล่ะค่ะ … ถึงเวลาพักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ ลดมือลงจากคีย์บอร์ด แล้วเริ่มมายืดเส้นยืดสายกันแล้ว ค่อยๆ บริหารไปตามขั้นตอนช้าๆ รับรองว่าจะสบายขึ้น แล้วถ้าได้ทำเป็นประจำอยู่เรื่อยๆ ก็สบายใจได้ ว่าอาการ office syndrome จะไม่มากร้ำกรายแล้วล่ะค่ะ ^^