3D X-Ray เพื่อสุขภาพฟันที่ดีกว่าที่เคย

tooth.jpg
วิทยาการและเทคโนโลยีพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชีวิตมุนษย์สะดวกสบายขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น วิทยาการทางการแพทย์ก็พัฒนา แก้ไขข้อบกพร่อย รักษาโรคร้ายแรง จนมนุษย์มีชีวิติท่ายืนยาวขึ้น นอกจากนั้นเทคโนโลยียังถูกพัฒนาในเชิงลึก ให้ครอบคลุมทุกๆ ด้านในชีวิตมนุษย์ อย่างในวงการทันตรรมก็ก้าวไปไม่หยุดเช่นเดียวกันค่ะ

การรักษาฟันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากค่ะ เพราะทุกๆ คนมีอัตลักษณ์ในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นฟันกราม เขี้ยว ฟันหน้า รวมถึงขากรรไกร รูปหน้าที่แตกต่างกันไปหมด การดูแลรักษาฟันจึงต้องใช้ “ข้อมูล” เป็นหัวใจสำคัญในการวิเคราะห์และรักษาให้เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ

สิ่งที่ตอบโจทย์ และสามารถให้ข้อมูลเราได้แบบลึกซึ้งและเปิดเผยมากที่สุดก็คือการเอ็กซเรย์ นั่นเองค่ะ เมื่อก่อนหล่ยๆ ท่านอาจเคยเจอกับระบบเอ็กเรย์ที่ให้ภาพรากฟันปรากฏอยู่บนแผ่นฟิล์ม ซึ่งเป็นเพียงมิติในแนวระนาบ ที่คุณหมอฟันต้องใช้จินตนาการไปอีกเยอะทีเดียวในการรักษาฟัน

แต่ปัจจุบัน วงการทันตรรมพัฒนาไปมาก โดยได้นำเทคโลโลยีการเอ็กซเรย์แบบ 3 มิติมาใช้

การเอ็กซเรย์แบบ 2 มิติ เราอาจะทราบข้อมูลที่จำกัด อย่างรอยฟันผุ ความผิดปกติของเหงือก รูปร่าง ความลึกของของรากฟัน แต่การเอ็กซเรย์ในแบบ 3 มิติ จะทำให้เราเห็นภาพความเชื่อมโยงในลักษณ์ของโครงสร้างกระดูกและฟัน ส่วนต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันทุกๆ ชิ้น

อย่างเช่น โครงสร้างใบหน้าว่าด้านซ้ายและขวา ว่ามีความสมดุลหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งทำให้ฟันสึกเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่ , ความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบนและล่าง , การเรียงตัวของฟันบนขากรรไกร ฟันคุด ฟันเกิน หรือความผิดปรกติที่อยู่บนขากรรไกร , ทราบแนวการวางตัวของเส้นปราสาทฟันในขากรรไกรล่าง , ตำแหน่งของโพรงอากาศในขากรรไกรบน รวมไปถึงมุมของฟันในทุกๆ มิติ

ข้อมูลที่ได้เหล่านี้ทำให้สามารถหล่อขึ้นมาเป็นตัวอย่างสภาพฟันที่เหมือนจริงในทุกมิติ ทำให้ทันตแพทย์วิเคราะห์และรักษาได้ครอบคลุมทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นครอบฟัน สะพานฟัน รากเทียม ฟันปลอมถอดได้และจัดฟัน และ เพื่อวางแผนทางด้านจัดฟัน รวมทั้งข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลรูปแบบดิจิทัล ที่สามารถเรียกดูข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็วอีกด้วย

หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อการรักษาฟันในลักษณะนี้ ลองติดต่อไปที่ STARDENT DENTAL CLINIC คลินิกทันตกรรมสตาร์เด็นท์ เพื่อสุขภาพช่องปากและฟัน ชั้น 2  อาคารไลฟ์เซ็นเตอร์ คิวเฮ้าส์ลุมพินี ได้ค่ะ

เลือกอุปกรณ์ดูแลฟันให้สวย สะอาด แข็งแรง

bt.jpg

อุปกรณ์ดูแลฟันเดี๋ยวนี้มีมากมายหลากหลายจนละลานตา ถ้าไม่อยากหยิบผิดหยิบถูกลองฟังทางนี้ค่ะ วันนี้มีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ดูแลฟันมาฝาก จะได้ดูแลฟันให้สะอาดแข็งแรงกันทุกคนเลยค่ะ

แปรงสีฟัน
แปรงสีฟันไม่ว่าจะของวัยไหนสิ่งสำคัญก็อยู่ที่ขนแปรงค่ะ ขนแปรงที่ดีต้องมีลักษณะนุ่มปลายมนเพราะจะไม่ทำร้ายฟันจนสึกค่ะ ด้ามจับก็ควรจะยาวและยืดหยุ่น จับแล้วถนัดมือไม่ลื่นหลุดง่าย แปรงอาจจะมีหัวที่เล็กสักหน่อยเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดได้ลึกถึงด้านในของช่องปากบริเวณฟันกรามซี่ในสุด ลองสังเกตดูว่าถ้าเราใช้แปรงที่หัวแปรงใหญ่เกินไป เวลาแปรงเราจะรู้สึกเจ็บกระพุ้งแก้มด้านในและอาจเป็นแผลร้อนในตามมาอีกด้วย

ไหมขัดฟัน
ไหมขัดฟันมีชนิดที่เคลือบขี้ผึ้ง (Waxed Dental Floss) เหมาะกับมือใหม่หัดใช้ไหมขัดฟัน ผู้ที่อุดฟันไว้หลายซี่ หรือขอบฟันไม่ค่อยเรียบ เพราะไหมขัดฟันชนิดนี้จะมีความเรียบ และลื่นเข้าไปในซอกเหงือกซอกฟันได้ดี สามารถใช้งานได้ง่ายเลยล่ะค่ะ
ไหมขัดฟันอีกประเภทหนึ่งคือ ไหมขัดฟันแบบไม่เคลือบขี้ผึ้ง (Unwaxed Dental Floss) เหมาะกับคนที่ใช้ไหมขัดฟันมาซักระยะหนึ่งแล้วจนมีช่องว่างระหว่างฟันเพิ่มขึ้น ไหมชนิดนี้จะมีความคมมากกว่า สามารถกำจัดเศษอาหาร และคราบหินปูนได้ดีกว่าชนิดเคลือบขี้ผึ้ง
นอกจากนั้นยังมีเทปขัดฟัน ที่มีลักษณะคล้ายกับไหมขัดฟัน แต่จะมีขนาดกว้างกว่านิดหน่อยค่ะ

ยาเม็ดฟลูออไรด์ (Fluoride supplement)
ยาเม็ดนี้อุดมไปด้วยฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุ โดยการทำงานของฟลูออไรด์ คือ ไปการรวมกับโครงสร้างฟันเพื่อเสริมโครงสร้างเนื้อฟันให้แข็งแรง ฟันก็จะผุยาก เราสามารถทานฟลูออไรด์ได้เพราะฟลูออไรด์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อฟัน ส่วนมากยาเม็ดฟลูออไรด์จะเป็นที่นิยมสำหรับเด็ก โดยจะให้เด็กๆ เคี้ยวยานี้ให้ละเอียดเพื่อให้ฟลูออไรด์สัมผัสกันฟันทุกซี่เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำหน้าที่ได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม แม้ฟลูออไรด์จะมีประโยชน์ แต่การใช้งานก็ควรอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์ เพราะถ้าเด็กๆ ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการฟันตกกระไม่น่าดูได้เช่นกันค่ะ

ยาย้อมคราบฟัน
ยาย้อมคราบฟันจะเป็นตัวช่วยเนรมิตให้เราเห็นคราบทั้งหลายที่เกาะอยู่ที่ฟันของเราชัดเจนขึ้น ยาย้อมคราบฟันส่วนใหญ่จะมีสีแดง เวลาใช้ยาก็จะต้องเคี้ยวยาก่อนเพื่อให้สีของยาจะไปจับที่คราบฟัน พอเราแปรงฟันก็รู้ว่าจะเน้นตรงไหน แปรงตรงไหนยังไม่หมด จึงเลือกทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

แปรงซอกฟัน
แปรงแบบนี้เป็นแปรงเฉพาะกิจค่ะ ใช้ทำความสะอาดในบริเวณที่เข้าถึงยากจริงๆ แบบที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าไม่ถึงแน่ๆ เช่น บางคนอาจจะมีเหลื่อม ซอกฟัน ที่แปรงได้ยาก หรือสำหรับคนที่ดัดฟันซึ่งอาจมีบริเวณใต้ลวดที่เข้าถึงได้ยาก ข้อควรระวังคือแปรงชนิดนี้ถ้าใช้ไม่ถูกก็อาจไปทำร้ายเหงือกได้ ก่อนจะใช้อาจจะต้องปรึกษาทันตแพทย์กันสักหน่อยนะคะ

ที่ทำความสะอาดลิ้น
ที่ทำความสะอาดลิ้นที่เป็นพลาสติกรูปตัวยูนี้บางท่านก็เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพราะว่าช่วยลดปัญหากลิ่นปากที่คอยกวนใจ และยังเป็นที่สะสมแบคทีเรียตัวร้ายอีกด้วย วิธีการใช้ก็ง่ายแสนง่ายแค่ขูดคราบของเศษอาหารที่เกาะอยู่บริเวณลิ้น เริ่มต้นจากโคนลิ้นสู่ปลายลิ้น โดยอาจจะขูดหลังจากเวลาที่แปรงฟันเสร็จ เพื่อความสะอาดแบบหมดจดจริงๆ อ้อ ข้อดีอีกประการหนึ่งของที่ทำความสะอาดลิ้นก็คือสามารถทำให้ลิ้นรับรสชาติต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

แปรงสีฟันแบบชาร์จไฟได้
แปรงลักษณะนี้ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ด้วยตนเองตามปกติค่ะ หรือบางคนอาจจะขี้เกียจขยับแปรงเพื่อปัดฟันก็อาจจะหันมาใช้แปรงสีฟันแบบนี้ก็ได้ การดูแลแปรงสีฟันในลักษณะนี้อาจต้องเช็คในเรื่องของระบบการชาร์จพลังงาน เพื่อการทำงานของแปรงอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นแค่เพียงตัวช่วย ให้คุณสามารถทำความสะอาดฟันได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่การดูแลฟันนั้นมีมากกว่าแค่เรื่องของความสะอาด เพราะฉะนั้น อย่าละเลยการไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ หกเดือนนะคะ ถ้าพบปัญหาอะไรจะได้รีบแก้ไขได้ทันค่ะ

ดูแลฟันซี่แรกของเจ้าตัวน้อย

bbt.jpg
เรื่องฟัน เรื่องสำคัญสำหรับคุณแม่ๆ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวเล็กฟันเริ่มขึ้น การดูแลรักษาฟันให้สะอาดแข็งแรงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใสใจเป็นพิเศษ เพราะหากปล่อยให้ฟันมีปัญหา หรือเจ้าตัวเล็กฟันผุขึ้นมาเมื่อไหร่ เรื่องราวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีเลยล่ะค่ะ

วันนี้ เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการดูแลฟันสำหรับสมาชิกตัวน้อยๆ มาฝากกันค่ะ
การดูแลฟันในวัยเด็กนั้น เราให้ความสำคัญกับ 2 เรื่องหลักๆ คือ การเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน และการดูแลทำความสะอาดฟัน

การเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนคุณแม่ตั้งครรภ์ และระหว่างการให้นมบุตร เริ่มต้นกันตั้งแต่การคัดสรรอาหารทั้งสำหรับคุณแม่ และอาหารสำหรับทารกกันเลยค่ะ ส่วนนี้จะมีผลต่อการเสริมสร้างให้เจ้าตัวน้อยมีฟันที่แข็งแรง โดยคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ และระหว่างการให้นมบุตร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการและเน้นอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง เช่น นม ปลาตัวเล็กๆ ไข่ ผักใบเขียว เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน

ต่อมา สำหรับในวัยทารก ซึ่งเป็นวัยที่ยังไม่มีฟันขึ้น เจ้าตัวเล็กควรได้รับนมแม่ซึ่งมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของร่างกาย ทั้งการดูดนมแม่นั้นทารกยังได้รับความอบอุ่น และเกิดการพัฒนาทางด้านอารมณ์ที่ดีอีกด้วย กระนั้น แม้ว่าฟันจะยังไม่ขึ้น แต่คุณพ่อ คุณแม่ก็จำเป็นต้องทำความสะอาดช่องปากให้กับลูกน้อยด้วยเช่นกันนะคะ เพราะในน้ำนมก็มีน้ำตาลซึ่งจะเป็นอาหารให้กับเชื้อโรคในช่องปาก หากไม่ทำความสะอาด เชื้อโรคก็จะสะสมมากขึ้นๆ ปรากฏเป็นฝ้าขาวที่ลิ้น เกิดแผลในช่องปาก และทำให้ทารกป่วยได้ง่าย
การทำความสะอาดฟันในระยะนี้ ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ให้ทารก ดูดน้ำตามหลังการดื่มนม และเช็ดช่องปากทารกให้สะอาดด้วยการเอาผ้าก็อส หรือสำลีสะอาดชุบน้ำต้มสุก พันปลายนิ้ว เช็ดกระพุ้งแก้ม สันเหงือกและลิ้นให้ทั่ว เวลาเช็ดคุณพ่อ คุณแม่อย่าเครียดนะคะ เล่นกับลูกไปด้วย เด็กส่วนใหญ่จะไม่ชอบให้เช็ด ต้องเล่นไปด้วย แนะนำให้ทำทุกครั้งที่ดื่มนมเสร็จค่ะ จะทำให้ลูกเกิดความเคยชิน และเรียนรู้ว่าดื่มนมเสร็จต้องเช็ดช่องปาก พอฟันขึ้นการแปรงฟันจะได้ไม่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากอีกต่อไป

เมื่อฟันขึ้นใหม่ๆ คุณพ่อคุณแม่อาจตื่นเต้น แต่คุณพ่อ คุณแม่ต้องระวังเรื่องความสะอาดมากขึ้น โดยหาแปรงสีฟันที่เป็นยางหรือซิลิโคนมาให้เด็กกัดเล่นก็ได้ โดยคุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องเช็ดฟันที่ขึ้นให้สะอาดเป็นประจำด้วยนะคะ ในช่วงนี้ หากพบว่าฟันลูกชิดกันมากก็อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ในการใช้ไหมขัดฟันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟันกรามน้ำนมขึ้นแล้ว ก็ควรที่จะใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งก่อนนอนค่ะ

เด็กจะเริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นตอนอายุ 6 เดือน และขึ้นจนครบตอนอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง หลังจากนั้น ฟันน้ำนมจะทยอยหลุดออกไปเองหากตำแหน่งของหน่อฟันแท้อยู่ตรงกับฟันน้ำนมซี่นั้น และจะขึ้นจนครบเมื่อประมาณอายุ 25 ปีค่ะ ดังนั้นเด็กจะมีระยะฟันที่เรียกว่า “ฟันผสม” อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 2-3 ปี จนถึง 12-15 ปีค่ะ
สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คุณหมอแนะนำ คือ เรื่องอาหาร เมื่อเด็กโตขึ้นร่างกายย่อมต้องการอาหารเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากนมที่รับประทานมาแต่แรกเกิด เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังอุปนิสัย “ไม่ติดหวาน” กับลูกด้วย เพราะนอกจากจะทำให้ฟันผุง่ายแล้ว ยังทำให้เกิดโรคอ้วนตามมาอีกด้วยค่ะ หากเราปลูกฝังอุปนิสัยที่ถูกต้องให้กับลูกของเราตั้งแต่วัยเด็กแล้วโอกาสเกิดฟันผุ หรือต้องสูญเสียฟันก่อนกำหนดก็จะลดน้อยลงไป

เอาล่ะค่ะ ได้ทราบกันแล้ว ถึงวิธีดูแลฟันของเจ้าตัวเล็ก คงช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ ดูแลฟันของเจ้าตัวเล็กกันได้อย่างถูกวิธี จะได้มีสุขภาพฟันที่ดี แข็งแรง และสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีให้กับเด็กๆ ในระยะยาวนะคะ