เตรียมตัวรับสงกรานต์

งานวัด
เข้าสู่ช่วงสงกรานต์กันแล้ว ใครที่เตรียมตัวจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ มาดูกันซักหน่อยว่าควรระมัดระวังอาการป่วยอะไรกันบ้าง ก็อากาศร้อนๆ เล่นน้ำสงกรานกันเปียกชุ่ม อาการป่วยที่ควรระวังกัน มีหลายอย่างเลยค่ะ

เริ่มต้นด้วย โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก อาการที่หลายๆ คนคิดว่าไม่รุนแรง แต่แท้ที่จริง สำหรับบางกรณี หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตกันได้เลยคะ  ที่สำคัญ โรคลมแดด เป็นโรคที่คนที่มีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ ก็สามารถเป็นได้ คือเมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายสูญเสียน้ำมาก เป็นเวลานานๆ ทำให้เลือดมีความเข้มข้นสูงขึ้น และร่างกายปรับตัวกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่ทัน อาจทำให้มีอาการกระหายน้ำมากๆ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ ช็อก จนอาจถึงขั้นหมดสติได้ การป้องกันอาการของโรคลมแดด ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด หรือที่ร้อนอบอ้าว เป็นเวลานานๆ ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากยิ่งขึ้นค่ะ
และในกรณีที่มี่ผู้ป่วยเป็นโรคลมแดด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดยให้นอนราบลง ยกเท้าทั้งสองข้างให้สูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด คลายเสื้อผ้าที่แน่นออก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือใช้น้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ พร้อมๆ กับพัด หรือใช้พัดลมช่วยเป่าเพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดความร้อน และลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลง จากนั้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วค่ะ

โรคต่อมา คือ โรคตาแดง ซึ่งเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยมีสาเหตุมาจากการสัมผัสกับเชื้อโรค หรือสิ่งที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตา ที่คลุมหนังตาบน และล่าง รวมถึงเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว
โรคตาแดงนั้นอาจเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง โดยเกิดได้ทั้งจากติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส อาการภูมิแพ้ หรือ จากการสัมผัสสารที่ระคายเคืองต่อตา และ สำหรับในช่วงสงกรานต์ สิ่งที่ควรระมัดระวัง คือการสัมผัสกับเชื้อโรคที่มากับน้ำที่ไม่สะอาด การเล่นน้ำสงกรานต์ควรใส่แว่นตากันน้ำ เพื่อระมัดระวังไม่ให้น้ำที่อาจจะไม่สะอาดกระเด็นเข้าตา และหากเกิดอาการตาแดง แม้ว่าเป็นโรคที่โดยทั่วไปแล้วสามารถหายเองได้ในระยะ 1-2 สัปดาห์ แต่การพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

โรคต่อมาที่ควรระมัดระวังกัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน หน้าร้อนของไทย เป็นโรคที่เกี่ยวกับความสะอาดของอาการที่เราทานกัน โรคอาหารเป็นพิษ เพราะสงกรานต์เป็นช่วงที่อากาศร้อน และแห้ง เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายๆ ชนิด อาหารต่างๆ ก็อาจบูดเสียได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ หรือนม นอกจากนั้น การทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด ก็อาจทำให้เกิดโรคดังกล่าวได้เช่นกัน อาการที่เกิดขึ้นในผู้ป่วย ได้แก่อาการถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งในรายที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดภาวะช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้น ควรระมัดระวังในการเลือกอาหาร รวมทั้งดื่มน้ำดื่มที่สะอาด เพื่อป้องกันอาการอาหารเป็นพิษกันด้วย

นอกเหนือจากอาการของโรคที่ควรระมัดระวังข้างต้นแล้ว การเล่นน้ำเป็นระยะเวลานานๆ และอยู่ในชุดที่เปียกชื้นตลอดเวลา ยังอาจส่งผลให้เกิดอาการของเชื้อราจากความอับชื้น อาการผื่นแพ้ และอาการของโรคผิวหนังได้อีกด้วย ก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ อย่าลืมเลือกเสื้อผ้าที่บาง แห้งง่าย และไม่หนาจนทำให้เกิดความอับชื้นเป็นเวลานานๆ และควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แห้งในทันที่ หลังเล่นน้ำสงกรานต์เสร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอาการอับชื้นที่จะก่อให้เกิดอาการของโรคผิวหนัง และเชื้อรานะคะ

เอาล่ะค่ะ ทราบกันไปแล้ว ถึงอาการและโรคต่างๆ ที่ควรจะระมัดระวังในช่วงสงกรานต์ ก่อนออกไปเล่นน้ำกัน ขอให้ป้องกัน และดูแลสุขภาพกันให้พร้อมด้วย ที่สำคัญอย่าลืมทาครีมกันแดดแบบกันน้ำ ที่มีค่า SPF มากกว่า 50+ เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดดและ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อชดเชยกับน้ำที่ร่างกายเสียไปด้วยนะคะ สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ^^

Advertisements

สงกรานต์ปีนี้ ไปไหว้พระที่ไหนดี

;yf.jpg
ใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่แบบไทยๆ ของเรากันแล้ว ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ อย่างนี้ หลายๆ คนอาจจะมีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนกันตามสถานที่ต่างๆ บางคนอาจจะมีแผนจะไปสนุกสนาน เล่นน้ำสงกรานต์กันพอให้คลายความร้อนจากไอแดดแรงๆ กลางเดือนเมษา แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้วางแผนจะไปไหน แต่อยากจะหากิจกรรมในช่วงวันหยุดแบบเบาๆ ในกรุงเทพฯ ลองจัดตารางไปไหว้พระ ทำบุญ เพื่อเป็นศิริมงคล รับกับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกันค่ะ

วันนี้ มีรายละเอียด และเกร็ดความรู้ สำหรับผู้ที่สนใจจะไปทำบุญไหว้พระ รวมถึง วัดสำคัญๆ ของพวกเราชาวไทย มาฝากกัน

เริ่มต้นกันที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325
ภายในวัด เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต
วัดพระแก้วเป็นสถานที่ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ศิลปะชั้นสูง ภาพวาด และจิตรกรรมฝาผนัง รวมถึงปูชนียวัตถุล้ำค่าของแผ่นดินมากมายเลยทีเดียว
สำหรับที่นี่ ใครที่ชื่นชอบในทางประวัติศาสตร์ และศิลปะของไทย น่าที่จะใช้เวลาอยู่ที่วัดพระแก้วกันได้เป็นวัน โดยไม่รู้สึกเบื่อกันเลยล่ะค่ะ ก็ความประณีตของศิลปะ และความลึกซึ้งในทางประวัติศาสตร์ของไทยเรา ไม่ใช่จะมีเพียงแค่งานศิลป์ที่อยู่ภายในวัด แต่เริ่มต้นกันตั้งแต่ซุ้มประตูพระบรมมหาราชวังกันเลย เคยทราบกันมั้ยคะ ว่าซุ้มประตูพระบรมมหาราชวังทั้ง 12 ประตู มีความหมายที่เป็นมงคล และคล้องจองกันทั้งหมดอีกด้วย เริ่มต้นจาก ประตูวิมานเทเวศร์ ประตูวิเศษไชยศรี ประตูมณีรพรัตน์ ประตูสวัสดิโสภา ประตูเทวาพิทักษ์ ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ ประตูวิจิตรบรรจง ประตูอนงคารักษ์ ประตูพิทักษ์บวร ประตูสุนทรทิศา ประตูเทวาภิรมย์ และ ประตูอุดมสุดารักษ์
สำหรับการไปทำบุญไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เชื่อกันว่าเป็นศิริมงคล ช่วยชำระจิตใจให้ผ่องใส ดุจรัตนมณี ค่ะ

วัดสำคัญลำดับต่อมา ได้แก่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดโพธ์ วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาในทุกรัชกาล ภายในวัดแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 1) เขตวัดเดิม ด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของ วิหารพระพุทธไสยาส ศาลาการเปรียญ (ซึ่งเป็นพระอุโบสถเดิม ของวัดโพธาราม) พระมณฑป และพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และ 2) เขตพระอุโบสถ ที่ถูกสร้างขึ้นตามคติไตรภูมิ โดยให้พระอุโบสถเป็นเสมือนเขาพระสุเมรุ และให้วิหารทิศทั้งสี่ เป็นเสมือนทวีปหลักทั้งสี่ ประกอบด้วยหมู่พระวิหาร หมู่พระเจดีย์ และพระมหาสถูป
ตามความนิยม เชื่อกันว่าการไหว้พระที่วัดโพธ์นี้ จะนำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิต เปรียบได้กับความร่มเย็นภายใต้ร่มเงาของต้นโพธ์ค่ะ

ไปถึงวัดโพธ์แล้ว คงพลาดไม่ได้ที่จะข้ามฟากมาที่วัดแจ้ง หรือ วัดอรุณราชวราราม อีกวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในชื่อเดิมคือวัดมะกอก มีพระปรางค์งดงามขนาดใหญ่ ตั้งอยู่สูงเด่นเป็นสง่า ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก เป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ ที่เล่ากันว่าหุ่นพระพักตร์ปั้นขึ้นโดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และที่ฐานของพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยอีกด้วย
การไปทำบุญที่วัดอรุณ มีความเชื่อกันว่าจะช่วยให้ มีชีวิตที่ดี มีความรุ่งเรืองดั่งแสงสว่างของดวงอาทิตย์ค่ะ

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หรือวัดบวร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสม ไทย-จีน พระอารามนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยอีกด้วย
ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ 2 องค์เป็นพระประธาน คือพระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) อัญเชิญมาจาก วัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี และ พระพุทธชินสีห์ อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งที่ใต้ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเคยผนวช ณ วัดนี้เมื่อยังทรงดำรงพระอิสริยยศที่สยามมกุฎราชกุมารอีกด้วย
การไปไหว้พระที่วัดบวร เป็นสิริมงคล ตามความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งสิ่งดีงามในชีวิตค่ะ

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือ วัดระฆัง หรือ วัดหลวงพ่อโต เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางหว้าใหญ่ ภายในวัดมีหอพระไตรปิฎกซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก เดิมเป็นพระตำหนักและหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะทรงรับราชการในสมัยธนบุรี และโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาถวายวัด เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว มีพระราชประสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์ให้สวยงามเพื่อเป็นหอพระไตรปิฎก
บริเวณฝาผนังภายในพระอุโบสถโดยรอบมีภาพเขียนจิตรกรรมโดย พระวรรณวาดวิจิตร (ทอง จารุวิจิตร) จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อราว พ.ศ. 2465 ครั้งมีการบูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถในรัชกาลนั้น โดยผนังด้านหน้าพระประธานเขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ก่อนเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้านหลังพระประธานเขียนภาพพระมาลัยขณะขึ้นไปนมัสการพระมหาจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เบื้องล่างเขียนภาพสัตว์นรกในอาการต่างๆ ภาพฝาผนังส่วนที่เหลือ เบื้องบนเขียนเป็นเทพชุมนุม ตอนล่างเขียนภาพทศชาติ นับได้ว่าเป็นชุดภาพเขียนที่มีชีวิตชีวาอ่อนช้อยอย่างที่สุดชุดหนึ่งในกลุ่มจิตรกรรมฝาผนังยุครัตนโกสินทร์
การไปไหว้พระที่วัดระฆัง เชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งชื่อเสียง ความนิยม ดังเสียงระฆังที่ก้องกังวานเลยล่ะค่ะ

นอกเหนือจากวัดสำคัญที่ได้กล่าวถึงไปแล้วทั้ง 5 วัด ยังมีวัดสำคัญอื่นๆ ที่มีชื่อเป็นศิริมงคล และเป็นที่นิยม แนะนำให้ไปทำบุญ ไหว้พระในช่วงสงกรานต์ปีนี้กันอีกหลายวัดเลยค่ะ ได้แก่ วัดกัลยาณมิตร วัดชนะสงคราม วัดสุทัศน์เทพวราราม และ วัดสระเกศวรมหาวิหาร
ใครสะดวกจะไปทำบุญไหว้พระกันที่วัดไหน ก็สามารถไปกันได้เลยนะคะ
สงกรานต์ปีนี้ เริ่มต้นปีใหม่ กันด้วยการทำบุญเป็นศิริมงคลกับชีวิตไปพร้อมๆ กันค่ะ ^^

 

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเล่นน้ำสงกรานต์

SunBlock
อากาศร้อนๆ แดดแรงๆ ใครจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมกันด้วยนะคะ ทั้งดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการเสียน้ำจากเหงื่อ ระมัดระวังเรื่องความสะอาดของน้ำดื่ม และอาหารที่ทาน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่จอแจ ที่อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย และข้าวของได้ และสุดท้าย ห้ามลืมเลยค่ะ ทาครีมกันแดดก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กันด้วย
ว่าด้วยเรื่องครีมกันแดด วันนี้ มาทำความเข้าใจกับเรื่องของครีมกันแดดกันซักหน่อยดีกว่าค่ะ

ครีมกันแดดแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ Chemical Sunscreen และ Physical Sunscreen
เรามาเริ่มต้นกันที่ Chemical Sunscreen กันก่อนค่ะ
ครีมกันแดดประเภท Chemical Sunscreen ใช้คุณสมบัติในการดูดกลืนรังสี UV เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด ก่อนที่สารเคมีสะสลายตัวไปเอง Chemical Sunscreen มีทั้งแบบที่ละลายในน้ำมันและละลายในน้ำ ทำหน้าที่ช่วยให้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ทั้งในชั้นหนังกำพร้า และในชั้นหนังแท้ โดยครีมกันแดดชนิด Chemical Sunscreen ที่มีค่า SPF สูงๆจะมีสารกันแดดรวมกันหลายๆ ชนิด เพื่อให้การดูดกลืนรังสี UV ที่มีช่วงความถี่ของคลื่นต่างๆ กัน ครอบคลุมได้มากขึ้น และช่วยให้สามารถดูดกลืนรังสี UV ไว้ได้มากขึ้น กระนั้น การใช้ครีมกันแดดชนิดเคมีที่มีค่า  SPF สูง เกินความจำเป็นอาจทำให้มีการสะสมสารกันแดดไว้ในผิวมาก ทำให้ผิวเกิดอนุมูลอิสระ และเกิดความร้อนภายในผิวชั้นใน อาจทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วโดยไม่จำเป็นได้ค่ะ

การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีสารกันแดดชนิด Chemical Sunscreen ควรปฎิบัติดังนี้ค่ะ
1.ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที
2.ควรทาครีมกันแดดซ้ำ ทุก 2 ชั่วโมง
3.ควรระมัดระวังในการใช้ครีมกันแดดชนิดนี้ เนื่องจากอาจมีผลทำให้เกิดปฎิกริยา Oxidation ที่ผิว ทำให้เกิดความร้อนที่ผิวมากขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น

ครีมกันแดดอีกประเภท คือ ครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen ที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวโดยการสะท้อนรังสี ด้วยสารกันแดดในกลุ่มแร่ธาตุ โดยสารที่นิยมใช้ได้แก่ ไทเทเนียมไดออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์
ความแตกต่างในคุณสมบัติของครีมกันแดดในกลุ่มนี้ อยู่ที่ขนาดของอนุภาค ความละเอียด ชนิดของผลึก ความสามารถในการกระจายตัว ความเสถียร ความสามารถในการเกาะติดผิว โดยขนาดของอนุภาคที่เหมาะสม ควรอยู่ระหว่าง 100-10 นาโนเมตร จึงจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องทั้งยูวีเอ ยูวีบี และกระจายได้ทั่วถึงโดยไม่ทำให้เกิดสีขาววอกเวลาใช้
ครีมกันแดด ชนิด Physical Sunscreen มีข้อดีคือ ไม่ทำให้ผิวเกิดความร้อน จึงอ่อนโยนและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยกว่าครีมกันแดดชนิด Chemical Sunscreen เพราะแร่ธาตุที่ใช้ เป็นของแข็งที่ไม่ซึมซาบเข้าสู่ผิวชั้นลึก ทำหน้าที่เพียงสะท้องแสง UV เท่านั้น และแม้ว่าอนุภาคมีขนาดเล็กกว่า 40 นาโนเมตร ก็จะสะสมในชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ไม่ซึมสู่ผิวชั้นหนังแท้เหมือนครีมกันแดดชนิดเคมี
โดยขนาดอนุภาคของสารกันแดด จะมีผลในการสะท้อนรังสี ที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน คือ

ขนาดอนุภาค 40 – 80 นาโนเมตร จะสะท้อนรังสีทั้ง UVB ,UVA และ V Ray ได้ดี มักใช้ในครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปที่ออกแดดสลับกับอยู่ในร่ม การต้องโดนแสงไฟตลอดเวลา หรือการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

ขนาดอนุภาค 10-40 นาโนเมตร จะสะท้อนรังสี UVB ได้ดีกว่า ทำให้ได้ค่า SPF ที่สูงได้ถึง 40 ขึ้นไป แต่ไม่สะท้อนรังสี UVA และ V ray จึงเหมาะกับการใช้เวลาออกแดดแรง ๆ นานๆ ทว่าจะไม่เหมาะกับการปกป้องผิวจากแสงแดดในที่ร่ม
ครีมกันแดดชนิด Physical Sunscreen นี้ สามารถทาก่อนออกแดดได้ทันที และไม่จำเป็นต้องทาซ้ำบ่อยๆ ที่สำคัญไม่ซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึก จึงไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมที่ผิว หรืออาการระคายเคืองจากสารเคมีอีกด้วยค่ะ

นอกจากคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดแล้ว ครีมกันแดดที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด อาจมีส่วนผสมของสารที่ช่วยบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้น หรือช่วยลดริ้วรอย เป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเป็นทางเลือก การเลือกซื้อก็ต้องพิจารณาที่คุณภาพ และมาตรฐานของแต่ละยี่ห้อค่ะ

เอาล่ะค่ะ ได้ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับครีมกันแดดกันไปครบถ้วน คราวนี้ คงถึงเวลาเตรียมตัวไปสนุกกับสงกรานต์แบบไม่ต้องกลัวผิวดำคล้ำกันแล้วล่ะค่ะ เสร็จแล้ว หลังจากสงกรานต์ ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดกันเป็นประจำด้วยนะคะ หน้าร้อนอย่างช่วงนี้ ผิวสวยๆ จะได้ไม่ถูกทำร้ายด้วยแดดแรงๆ ค่ะ ^^

สงกรานต์

11140243_930369780327974_1524074706365460785_nส่งท้ายปีเก่า เริ่มต้นปีใหม่แบบไทยๆ ของเรา กับเทศกาลสงกรานต์
สงกรานต์ ที่ในวันนี้ อาจจะเลือนลาง คงเหลือเพียงความสำคัญในฐานะที่เป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องให้เราได้พักกันยาวๆ หรือ มีความสำคัญต่อหนุ่มสาว และเด็กๆ เพียงในฐานะเทศกาลแห่งความสนุกสนาน การเล่นน้ำ ความรื่นเริง และการสังสรรค์..

หลายๆ คน อาจจะได้มีโอกาสเข้าวัด ทำบุญ เป็นสิริมงคลสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ หลายๆ คน ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยียน รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ หลายๆ ครอบครัว ได้พบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง…..ในขณะที่อีกหลายๆ บ้าน ได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อน ทิ้งเรื่องราวเหนื่อยๆ ไวัด้านหลังได้ซักระยะ…

สงกรานต์ นอกเหนือจากความสนุกสนาน รื่นเริง และการได้พักผ่อน นอกเหนือจากการได้ทำบุญ เข้าวัด ได้สืบสานประเพณีอันดีงามแล้ว… สงกรานต์ หรือช่วงเวลาของการเข้าสู่ปีใหม่ของไทยเรา ยังนับเป็นอีกช่วงเวลาที่ดี ในการที่จะทิ้งเรื่องราวบางอย่าง เลิก ละ กับความเคยชินบางอย่าง และเริ่มต้นกับเรื่องราวดีๆ เริ่มต้น กับเส้นทางใหม่ๆ กับชีวิตของเราค่ะ..

ปีใหม่ทั้งที.. อย่าปล่อยให้ผ่านเพียงแค่อีกช่วงของวันหยุดยาวๆ… มาเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ มีเป้าหมายใหม่ๆ ที่ท้าทายยิ่งขึ้น มีความฝันใหม่ๆ และเริ่มออกเดินทางตามความฝันนั้นด้วยกัน..
สำหรับวันนี้ นำภาพของแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่เริ่มทอแสงสดใสผ่านบ้านทรงไทยสวยๆ มาฝากกัน ภาพของการเริ่มต้นวันที่สดใส… ส่งท้ายปีเก่า และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ปีใหม่ของไทยเราค่ะ ^^