Fractional Resurfacing Laser หมดกังวลเรื่องแผลเป็นจากสิว

กว่าจะผ่านช่วงวัยรุ่นกันมา เกือบทุกคนคงจะต้องเคยกลุ้มใจกับเรื่องของสิวกันมาพอสมควร หลายๆ คนโชคดี ที่เจ้าสิวตัวแสบ ไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนใบหน้าสวยๆ แต่บ่อยครั้ง ที่สิวในวัยสาว ได้ฝากร่องรอยเอาไว้ให้กลุ้มใจ ดดยเฉพาะในวันสำคัญๆ ที่อยากจะสวยแบบไร้ที่ติกัน

วันนี้ มาทำความรู้จักกับนวัตกรรมเลเซอร์ที่แก้ปัญหาหลุมสิว และหลุมแผลเป็นกันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสาวๆ ค่ะ กับเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Fractional Resurfacing Laser” การใช้เลเซอร์กรอผิว โดยการยิงลำแสงเลเซอร์ออกมาเป็นลำแสงเล็กๆ เพื่อให้เกิดความร้อน และเจาะทะลุลงไปในชั้นผิวตามแนวลำแสง หลังการยิงเลเซอร์จะเห็นเป็นตารางบนผิวหน้า และผิวหน้าที่โดนเลเซอร์ก็จะตกสะเก็ดเล็กๆ แล้วค่อยๆลอกออกภายใน 2 สัปดาห์ โดยจะมีส่วนของผิวหนังทั้งส่วนที่ถูกแสงเลเซอร์ และ ส่วนที่ไม่ถูกแสงเลเซอร์ ผิวหนังในส่วนที่ไม่ถูกแสงเลเซอร์ จะเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ไปทดแทน ในขณะที่ส่วนที่ถูกเลเซอร์ก็จะเกิดการฟื้นตัวของผิวอย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนการรักษาแผลโดยเทคโนโลยี Fractional Resurfacing Laser สามารถสรุปออกมาเป็นขั้นตอนสำคัญทั้งหมด 3 ขั้นตอนค่ะ ได้แก่ ขั้นตอนแรก การกรอผิว ( Resurfacing ) โดยกรอส่วนบนหรือบริเวณส่วนไหล่ของหลุมสิว หรือร่องของริ้วรอยออก ซึ่งจะทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้นในระดับหนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คือการกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ ( Collagen remodeling ) โดยเส้นใยคอลลาเจน จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะทำให้หลุมแผลเป็น หรือรอยสิวตื้นขึ้น ดูเรียบเนียนขึ้น และ ขั้นตอนสุดท้าย การทำให้เกิดหดตัวของเส้นใยคอลลาเจน ( Collagen contraction ) ทำให้ความกว้างของหลุมสิวหรือร่องริ้วรอยแคบลง และผิวที่หย่อนคล้อยตึงขึ้น การหดตัวนี้มักเห็นได้ด้วยตาเปล่าในทันทีเลยล่ะค่ะ

Fractional Resurfacing Laser เป็นนวัตกรรมการใช้แสงเลเซอร์เพื่อช่วยรักษาปัญหาหลุมสิว หลุมแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่นอกจากจะทำให้คุณมีที่ผิวเรียบเนียนแล้ว ยังจะได้ผิวที่กระชับ และรูขุมขนที่เล็กลงเป็นของแถมอีกด้วยค่ะ

เมื่อลูกๆ เข้าสู่วัยรุ่น

teen.jpg
เมื่อลูกๆ เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ช่วงวัยที่เริ่มมีเพื่อน และติดเพื่อน เป็นวัยที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อาจจะชอบเลียนแบบดารานักแสดงที่ชื่นชอบ ต้องการมีพื้นที่ของตัวเอง วัยนี้เป็นวัยที่เริ่มจะดูแลตัวเองได้ คุณพ่อคุณแม่อาจถอยห่างออกมาสักนิด และเริ่มให้พวกเขาได้รับผิดชอบในเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตัวเอง เปลี่ยนจากบทบาทของผู้ที่คอยทำทุกอย่างให้ มาเป็นเพื่อนคู่คิดที่คอยให้คำปรึกษาพวกเขาอยู่ใกล้ๆ แทน

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่มีพัฒนาการในด้านร่างกายในหลายๆ ส่วน ซึ่งรวมถึงพัฒนาการเรื่องฟัน จึงจำป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้คำแนะนำที่ถูกต้องในเรื่องการดูแลสุขภาพในช่องปาก เพื่อให้เด็กๆ ได้ดูแลฟันได้อย่างเหมาะสม และมีสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรงค่ะ
วันนี้ เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพในช่องปากของวัยรุ่นมาแนะนำกันค่ะ
เมื่อสำรวจฟันของวัยรุ่น จะพบว่าฟันน้ำนมหลุดออกไปหมดหรือเกือบหมด และมีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่เต็มปากแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลฟันแท้เหล่านี้ให้ดีที่สุด เพราะจะเป็นฟันชุดที่จะอยู่กับพวกเขาไปอีกหลายสิบปี

วัยรุ่น จะอยู่ในช่วงวัยที่ฟันแท้ขึ้นเกือบครบแล้ว และอย่างที่บอก คือเป็นฟันชุดที่จะต้องอยู่กับเค้าไปอีกหลายสิบปี แต่ด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่วัยรุ่นมักจะมีมากมายตลอดวัน นอกเหนือจากเรื่องเรียน ไม่ว่าจะเป็น การเล่นเกมส์ เล่นกีฬา การไปเที่ยว หรืองานอดิเรกต่างๆ มักจะทำให้วัยรุ่นละเลยในเรื่องของการดูแลช่องปาก จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อ คุณแม่ ที่จะต้องคอยเตือนให้แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ และหัดใช้ไหมขัดฟันด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
นอกจากนั้น อาหารในปัจจุบันมีน้ำตาลผสมอยู่เยอะ วัยรุ่นไม่ค่อยระวังเรื่องของการรับประทานอาหารเท่าไรนัก พวกเขาอาจจะทานอาหารฟาสต์ฟู้ด ทานขนมหวาน ของขบเคี้ยว โดยเฉพาะน้ำอัดลม ซึ่งจะทำลายความแข็งแรงของฟันได้ จึงควรบ้วนปากหลังจากทานอาหารเหล่านี้ทุกครั้งค่ะ

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีความคึกคะนอง และความอยากทดลองอะไรแปลกๆ มากมาย กิจกรรมเหล่านั้นอาจทำให้เกิดอันตรายกับฟันได้ ไม่ว่าจะเป็น กีฬาผาดโผนต่างๆ ที่อาจทำให้ฟันหัก หรือฟันบิ่นได้ จึงควรแนะนำให้พวกเขารู้จักใส่เครื่องป้องกันฟัน หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมผาดโผนที่อันตราย หรือมีความเสี่ยงสูง

คุณพ่อ คุณแม่ ควรพาบุตรหลานไปพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือนนะคะ เพื่อไปตรวจฟัน ทำความสะอาดช่องปาก และทำการรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันฟันผุ ไม่ว่าจะเป็นการเคลือบหลุม และร่องฟันในฟันกรามน้ำนม ฟันกรามแท้ หรือเคลือบฟลูออไรด์ หากพบว่ามีฟันผุก็จะได้ทำการรักษาเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนจะมีอาการรุนแรงค่ะ

ปัจจุบันมักพบว่าเด็กมีการสบฟันที่ผิดปกติในลักษณะต่างๆ ได้ เช่น ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น เป็นต้น ซึ่งลักษณะของการสบฟันที่ผิดปกตินี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันค่ะ

ซึ่งวัยรุ่นนั้นมักจะทำอะไรเลียนแบบกัน จนเคยมีอยู่ช่วยหนึ่ง ที่มีกระแสของการจัดฟันขึ้นมา เด็กๆ ก็พยายามหาอุปกรณ์ต่างๆ มาติดฟันไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะพวกเขากำลังทำร้ายฟันอย่างไม่รู้ตัว
จริงๆ แล้ว “การจัดฟัน” ถือเป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งซึ่งจะต้องมีการตรวจ วิเคราะห์และวางแผนการรักษาอย่างรัดกุมก่อนดำเนินการรักษา และจะต้องทำการรักษาโดยทันตแพทย์เฉพาะทางหรือฝึกฝนงานด้านจัดฟันมาโดยเฉพาะ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ก็ต้องผลิตด้วยวัสดุที่สามารถใช้ในช่องปากได้อย่างปลอดภัย

เครื่องมือจัดฟันในปัจจุบันก็มีทั้งแบบถอดได้และแบบติดแน่น สำหรับแบบติดแน่นก็มีความแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ผลิต เทคนิกการรักษา เช่น เครื่องมือชนิดโลหะ เซรามิก แซฟไฟร์ พลาสติก แบบติดด้านนอก หรือแบบติดด้านใน ยึดลวดกับ brackets ด้วยยางสีต่างๆ

หลายๆ ครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่า ควรจะพาลูกๆ ไปจัดฟันเมื่ออายุเท่าไหรดี
อายุที่เหมาะสมสำหรับการจัดฟัน คือ ประมาณ 12-15 ปี เมื่อฟันแท้ขึ้นมาครบทุกซี่แล้วค่ะ โดยเมื่ออยู่ในช่วงที่มีการจัดฟันนั้น ภายในช่องปากจะมีเครื่องมือติดแน่น จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะมีโอกาสเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่าย ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพราะอาหารจะติดตามเครื่องมือได้ง่าย ควรพกแปรงสีฟันติดตัวไว้เลยค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะคะว่าจะแปรงยังไง เพราะเวลาที่คุณหมอจัดฟันติดเครื่องมือให้แล้ว คุณหมอหรือผู้ช่วยของคุณหมอจะอธิบายถึงวิธีการแปรงฟันให้ค่ะ

เมื่อทำการจัดฟัน อาจจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางจำพวก เช่นอาหารที่แข็ง หรือเหนียวจนเกินไป เพราะจะทำให้เครื่องมือหลุด หรือลวดเกี่ยวปากได้ หลีกเลี่ยงอาหารหวาน หรือน้ำอัดลม เพราะจะทำให้ฟันผุได้ง่าย

ส่วนอาการเจ็บฟันนั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่จะพบหลังการรักษาในแต่ละเดือน โดยปกติจะเจ็บอยู่ 2-3 วัน หรือบางคนอาจนานถึงจะ 1 สัปดาห์ ในระหว่างนี้ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก นม หรือ ขนมปัง แต่ถ้าพบว่ามีฟันซี่ใดซี่หนึ่งเจ็บผิดปกติก็ให้รีบกลับไปพบคุณหมอนะคะเพื่อตรวจหาสาเหตุและช่วยแก้ไขให้ค่ะ
สิ่งที่ต้องหรือเลี่ยง คือ การเล่นกีฬาที่อาจเป็นอันตรายบริเวณใบหน้า เช่น กีฬาลูกบอลประเภทต่างๆ ตะกร้อ กีฬามวย หรือกีฬาผาดโผนต่างๆ โดยหากจำเป็นต้องการเล่น ก็ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ และใบหน้า และหากเกิดอุบัติเหตุใดๆ กับช่องปากและใบหน้าในระหว่างจัดฟันต้องรีบกลับไปพบคุณหมอโดยด่วนเลยนะคะ

วัยรุ่นถือช่วงวัยที่เราจะปลูกฝังเรื่องการดูแลรักษาฟันด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่จึงควรสร้างวินัยที่ดี ให้พวกเขาได้รู้จักรับผิดชอบดูแล ทำความสะอาดช่องปากพวกเขาอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพปากและช่องฟันที่ดีที่จะติดตัวไปกับพวกเขาเองในอนาคตค่ะ