ผักสลัด ทางเลือกของคนรักสุขภาพ

salad.jpeg
หากจะเอ่ยถึงเมนูสำหรับคนรักสุขภาพ คงหนีไม่พ้น “สลัด” ที่ปรุงจากผักสลัดชนิดต่างๆ
แต่เดี๋ยวนี้ผักสลัดก็มีให้เลือกกันมากมายเหลือเกิน ทั้งสลัดใบเขียวอ่อน เขียวเข้ม สีแดงๆ หน่อย ผักสลัดเหล่านี้ บางครั้งก็ไปเป็นเครื่องเคียงในอาหารจานโปรด บางครั้งก็ไปเป็นพระเอกในจานสลัด กับน้ำสลัดที่มีให้เลือกกันตั้งมากมายหลายชนิด
หลายคนทานแล้วติดอกติดใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ผักสลัดแต่ละชนิดนี่เค้ามีชื่อเรียกว่าอะไรกันบ้าง แล้วมีประโยชน์อย่างไรกันบ้าง

วันนี้มีข้อมูลความรู้ดีๆ เกี่ยวกับผักสลัดชนิดต่างๆ มาฝากกันค่ะ

กรีนโอ๊ค (Green Oak)
ผักชนิดนี้จะเป็นรูปทรงพุ่มๆ ใบหยัก มีสีเขียว ใบจะนิ่มๆ อ่อนๆ ฟูๆ จับแล้วจะนุ่มมือ คล้ายๆ กับผักกาดหอมบ้านเรา เดิมกรีนโอ๊คเป็นผักที่ปลูกในต่างประเทศ ต่อมา มีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศฮอลแลนด์ เข้ามาในประเทศไทย จนทุกวันนี้มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายจนเป็นหนึ่งในผักยอดนิยมของคนรักผัก ก็เพราะความนุ่มของใบที่ทำให้ซึมซับน้ำสลัดได้ง่าย เมื่อเอามาปรุงจึงได้รสชาติที่อร่อย รับประทานได้ง่าย
ประโยชน์เด่นๆ ของกรีนโอ๊ค คือการช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือด บำรุงสายตา อุดมไปด้วยวิตามิน และเอนไซม์ที่มีประโยชน์ เราสามารถนำกรีนโอ๊คไปทานคู่กับเมนูที่หลากหลาย อย่างเช่น นำไปทำเป็นซุชิ พล่า ก็ได้ค่ะ

เรดโอ๊ค (Red Oak)
ชื่อคล้ายๆ กับกรีนโอ๊ค นั่นเป็นเพราะรูปทรงที่คล้ายๆ กัน จะแตกต่างกันก็ที่สีสันของผักทั้งสองชนิด เรดโอ๊คจะมีสีแดงเข้มบริเวณขอบใบ และกลางใบจะมีสีเขียวเข้ม ใบหยักนุ่ม และเป็นพุ่มฟู เนื้อค่อนข้างนุ่มเช่นกัน จึงเหมาะกับการรับประทานสดๆ
ประโยชน์ของเรดโอ๊คมีอยู่มากมาย เนื่องจากมีกากใยที่สูง จึงช่วยล้างผนังลำไส้ให้สะอาด ช่วยกำจัดไขมัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอก สำหรับการนำไปปรุงอาหารนั้น ด้วยความที่เรดโอ๊คมีลักษณะใบที่อ่อนนุ่ม จึงเหมาะกับการทานสดๆ คู่กับน้ำพริก สลัด หรือเมนูยำง่ายๆ ที่ไม่ผ่านความร้อนสูง เพื่อรักษาคุณค่าที่ดีจากธรรมชาติเอาไว้

เรดคอรัล (Red coral)
หลายๆ คนแทบจะแยกไม่ออกระหว่าง เรดโอ๊ค กับ เรดคอรัล เพราะสีแดงๆ ที่สดใสไม่ต่างกันเท่าไรนัก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเจ้าเรดคอรัลนี้จะมีลักษณะใบที่หยัก และฟูมากกว่าเรดโอ๊ค มองไปมองมาก็คล้ายๆ กับปะการัง สมกับชื่อของเขาเลยล่ะ
รสชาติของเรดคอรัลนั้นจะออกหวานนิดๆ กรอบหน่อยๆ ต่างจากเรดโอ๊คที่จะมีรสขมนิดหน่อย เรดคอรัลจึงทานง่ายกว่า โดยเฉพาะกับเด็กๆ ค่ะ
เรดคอรัลมีปริมาณกากใยอาหารที่สูง จึงช่วยในเรื่องของการขับถ่ายของเสีย ทั้งช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดไขมัน ต้านอนุมูลิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ ทั้งยังให้วิตามินซีสูง ช่วยป้องกันอาหารหวัด นอกจากนั้น สารอาหารที่มีประโยชน์มากมายของเรดคอรัล ยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย
เรดคอรัลเหมาะกับการนำไปทำเป็นเป็นสีสันให้จานสลัดดูน่าทานขึ้นจากสีแดงๆ สดใส นอกจากนั้นยังสามารถนำไปทำยำ หรือเป็นผักเครื่องเคียงกับเมนูต่างๆ ได้ตามใจชอบเลยล่ะค่ะ

บัตเตอร์เฮด (Butter head)
ผักที่มีรอยหยักสวยๆ เหมือนกับกลีบของดอกไม้สีเขียวที่เบ่งบาน ถ้าใครได้ลองปลูกบัตเตอร์เฮดไว้ที่บ้านอาจจะไม่อยากตัดมารับประทานกันสักเท่าไร ก็เพราะเสียดายในความสวยนี่ล่ะค่ะ
บัตเตอร์เฮดมีใบมน เนื้อนุ่ม ตรงกลางอัดแน่นเนื่องจากเป็นใจผัก รสชาติออกหวาน กรอบ ไม่ขม มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงระบบประสาท บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงผิว ช่วยลดครอเลสเตอรอล นำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อย่างเช่น นำไปทำแกงจืดบัตเตอร์เฮด หรือใช้ใบที่หนาสักนิดนำไปห่อเมี่ยงคำ นำไปลงกระทะผัดร้อนๆ หรือจะใส่ในแกงส้ม ต้มยำก็อร่อยค่ะ

คอส (Cos)
หลายๆ คนติดใจผักชนิดนี้ คงเพราะชื่อจำง่าย หน้าตาก็แปลกแยกไม่เหมือนผักสลัดชนิดอื่นมากนัก โดยเฉพาะถ้าใครชอบทานซีซาร์สลัดก็คงจะรักผักคอสไปโดยปริยาย กับความกรอบอร่อย ที่ยิ่งทานก็ยิ่งติดใจล่ะค่ะ
คอสมีใบที่เรียวยาว สีเขียวเข้ม ทรงสูง ด้วยความที่เป็นผักเนื้อกรอบ รสชาติออกหวานหน่อยๆ และไม่มีกลิ่นรบกวนสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นเขียวของผัก คอสจึงเข้ามาครองใจคนรักสุขภาพได้ง่ายๆ
ประโยชน์ของผักชนิดนี้มีมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน และธาตุเหล็กที่มีอยู่สูง ช่วยเพิ่มประมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง และคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ นอกจากนั้น คอส ยังมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตน้อย เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีกากใยสูงช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และการขับของเสียออกจากลำไส้ อีกด้วยค่ะ

รู้จักผักสลัดชนิดต่างๆ กันมาพอสมควรแล้ว ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าจะหยิบเจ้าผักสลัดชนิดต่างๆ ไปปรุงเป็นเมนูอะไรดี แนะนำว่าให้ลองหยิบจานสลัดใบใหญ่มาซักใบ ล้างผักให้สะอาด จัดวางผักสดๆ ใส่จาน โรยหน้าด้วยน้ำสลัดที่ถูกใจ ทานคู่กับน้ำผลไม้เย็นๆ ซักแก้ว ง่ายๆ เพียงแค่นี้ ก็ทั้งอร่อย ทั้งได้ประโยชน์กันแล้วล่ะค่ะ ^^

เติมคุณค่า คลายร้อน กับน้ำผักผลไม้

juice.jpg
น้ำผัก น้ำผลไม้ เครื่องดื่มที่นอกจากจะช่วยเติมน้ำ และความสดชื่นให้กับร่างกายในวันที่อ่อนล้าแล้ว แท้ที่จริง เครื่องดื่มแก้วนี้ยังมีประโยชน์ดีๆ ซ่อนอยู่อีกมาก ทั้งในส่วนของวิตามิน กากใยอาหาร และน้ำตาลที่อยู่ในรูปที่ร่างกายสามารถดูซับไปใช้งานได้ เรามาดูกันค่ะ ว่าน้ำผัก น้ำผลไม้ ชนิดใด เหมาะกับใครบ้าง นอกจากอร่อยแล้ว ยังได้รักษาสุภาพ ในแบบที่ไม่ต้องพึ่งยาเลยล่ะค่ะ

สำหรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ กับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเดินทางฝ่าการจราจร มาเข้างานตั้งแต่เช้า จนกว่าจะถึงเวลาเลิกงานก็ค่ำมืด วันทั้งวันต้องใช้สายตากับการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้สายตาพร่า อ่อนล้า และกล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนัก น้ำผลไม้ ที่แนะนำ คือน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของผลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่ แบล๊คเบอร์รี่ หรือราสพ์เบอร์รี่ เพราะมีน้ำตาลจากธรรมชาติที่จะช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกาย กับรสชาติเปรี้ยวอมหวานของเบอร์รี่ที่จะทำให้รู้สึกสดใส นอกจากนั้น ยังมีปริมาณวิตามินซีสูงช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอจากผลเบอร์รี่ที่ช่วยบำรุงสายตาที่เหนื่อยล้าอีกด้วยค่ะ

สำหรับผู้เครียดเป็นประจำ มีภาวะความตรึงเครียดที่ทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก อาจนำไปสู่อาการปวดหัวไมเกรนได้ง่ายๆ น้ำผลไม้ที่จะมาช่วยทุเลาอาการปวดนี้ได้ดีก็คือน้ำบล็อกโคลี่ค่ะ แมกนีเซียมที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในบล็อคโคลี่จะช่วยลดความถี่ของอาการปวดหัวจากไมเกรน นอกจากนั้นยังช่วยควบคุมปริมาณอินซูลิน และระดับของน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ป่วยบ่อย ร่างกายที่ขาดภูมิคุ้มกัน โดนฝนนิด อากาศเปลี่ยนหน่อย ก็พาลจะเจ็บป่วยกันได้ง่ายๆ ต้องมองหาน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซี สูงๆ ค่ะ น้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ น้ำฝรั่ง น้ำส้ม น้ำเสาวรส น้ำมะนาว และน้ำกีวี ค่ะ น้ำผลไม้เหล่านี้จะช่วยเติมวิตามินซีให้กับร่างกาย ให้ร่างกายนำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ค่ะ

และสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือ การออกกำลังกายในร่ม เช่นการเข้าฟิตเนส หรือเวทเทรนนิ่งเพื่อให้มีซิกส์แพ็คสวยๆ ทั้งหมดทำให้ร่างกายต้องดึงพลังงานออกมาใช้ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกาย เครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกาย ได้แก่ เมนูที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที และช่วยป้องกันตะคริว เช่น กล้วย หรือ ข้าวโอ๊ต ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันทีค่ะ นอกจากนั้น ในกล้วยยังอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาท ช่วยเติมพลังงานให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มความแข็งแรงสมบูรณ์ให้แก่ร่างกายอีกด้วย

สุดท้าย สิ่งสำคัญในการเลือกดื่ม น้ำผัก น้ำผลไม้ หรือสมูทตี้ อย่าลืมเลือกแบบที่ไม่มีน้ำตาล ใช้ความหวานจากธรรมชาติ และไม่มีสารปรุงแต่ง จะได้อร่อยสดชื่นในแบบที่ไม่ต้องกังวลถึงปริมาณน้ำตาลส่วนเกินกันด้วยนะคะ

เมนู Raw Food ทำเองได้ง่ายๆ

raw.JPG
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบการเผาผลาญของร่างกายก็จะทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงเรื่อยๆ การเลือกรับประทานอาหารแต่ละมื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งในเรื่องของปริมาณพลังงานที่ไม่มากจนเกินความจำเป็นซึ่งจะถูกแปรสภาพและสะสมเป็นไขมันส่วนเกิน รวมถึงในเรื่องของสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่สำคัญควรทานอาหารที่มีผักผลไม้ร่วมด้วยในทุกมื้อ เนื่องจากในผักผลไม้จะมีเอนไซม์เป็นตัวช่วยย่อยอาหาร ทำให้ระบบเผาผลาญมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสารอาหารก็จะถูกลำเลียงนำไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ หรือนำไปซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย ทั้งกระเพาะอาหารก็ไม่ทำงานหนักจนเกินไปอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน การเลือกทานอาหารที่ให้วิตามิน และแร่ธาตุที่เพียงพอ จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ร่างกายป่วยไข้ได้ง่ายๆ อีกด้วยค่ะ

สำหรับวันนี้ เราจึงมีเมนูอาหารอร่อยๆ ที่ทำทานกันได้ง่ายมาฝากกัน เป็นเมนูช่วยย่อย ไม่ก่อให้เกิดอาการแน่นท้อง ทั้งยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายค่ะ
สลัดพล่าปูอัด เมนูขจัดอาการแน่นท้อง เป็นเมนูในแบบ Raw Food ที่ไม่ผ่านกระบวนการการปรุงด้วยความร้อน ซึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าของผักเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งยังเป็นสูตรที่ไม่ต้องใส่ครีม หรือน้ำสลัดแบบทั่วไปอีกด้วย
โดยอาหารจานอร่อยจานนี้ มีผักใบเขียวที่ให้คลอโรฟิลกับร่างกาย และประกอบไปด้วยแคลเซียม โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ และมีวิตามินซีสูง เหมาะเป็นพิเศษกับฤดูฝนที่หลายๆ คนมักจะมีปัญหากับโรคหวัด เพราะวิตามินซี เป็นส่วนที่จำเป็นในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงค่ะ
นอกจากนั้น ผักอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบของเมนูนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีมากๆ เช่น ตะไคร้ ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง จากสารอาหารที่สำคัญของตะไคร้ที่มีทั้งแคลเซียม เหล็ก เส้นใย ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี

นากจากสารอาหารที่ให้แล้ว เมนูนี้ยังมีดีที่มีผักที่เป็นส่วนประกอบหลัก เนื่องจากผักนั้นมีเส้นใย และไฟเบอร์ชนิดต่างๆมากมาย ทั้งช่วยในการขับถ่าย และสามารถดูดซับสิ่งปนเปื้อน รวมถึงสารตกค้างในระบบทางเดินอาหาร เป็นไม้กวาดชั้นดีสำหรับกวาดสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ของเราเลยทีเดียว

ลองมาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนประกอบ
1. ผักสลัดครอส 2. หอมแดง 3. ผักสลัดเรดโอ๊ค 4. พริกขี้หนูสวน 5. ผักชี 6. น้ำสับปะรดสกัด 7. ปูอัด (เจ) 8. น้ำแอบเปิ้ลสกัด 9. ตะไคร้ 10. น้ำมะนาว 11. สะระแหน่ 12. มิโซะ

วิธีทำก็ไม่ซับซ้อน มีเพียงสี่ขั้นตอนหลักๆ เท่านั้นเอง เริ่มต้นด้วย

1. นำผักสลัดและผักที่ล้างสะอาดพร้อมรับประทานมาเด็ดเป็นคำพอดีคำ แล้วใส่จานพักไว้แช่ตู้เย็นเพื่อเพิ่มความกรอบให้กับผัก
2. นำปูอัด (เจ) มาหั่นเป็นคำพอเหมาะ ใส่ลงในชามคลุกสลัด
3. นำเครื่องปรุงได้แก่น้ำสับปะรด น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะนาว มิโซะ พริกขี้หนู หอมแดง ตะไคร้ สับละเอียด ใส่ลงไปแล้วคลุกทุกอย่างให้เข้ากัน
4. นำผักสลัดที่พักไว้มาคลุกเคล้ากับน้ำพล่าให้เข้ากันโรยด้วยสะระแหน่

เพียงเท่านี้ ก็ได้สลัดพล่าปูอัด ในแบบ Raw Food พร้อมเสิร์ฟกันแล้วล่ะค่ะ
มื้อเย็นวันนี้ ใครที่กำลังมองหาเมนูเพื่อสุขภาพอร่อยๆ ลองหาผักสลัด ถ้าจะให้ดี เลือกเป็นผัก Organic กับส่วนผสมเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย แล้วเข้าครัวแสดงฝีมือกันได้เลยค่ะ ^^

‘ต้นอ่อน’ เมนูอร่อยที่มากด้วยคุณค่า

ต้นอ่อน
ต้นอ่อนเป็นระยะแรกที่พืชชนิดต่างๆ จะเจริญเติบโต จึงเป็นเหมือนช่วงเวลาพิเศษที่เก็บกัก โปรตีน วิตามิน รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระไว้อย่างเต็มที่ หลายๆ ท่านอาจจะพอได้รู้จักมาบ้างว่าต้นอ่อนของข้าวสาลี ทานตะวัน อัลฟัลฟา มีประโยชน์มากมาย ทั้งเรื่องของการบำรุงเลือด ลดความเสื่อมถอยของร่างกาย และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย วันนี้เราจึงได้นำความรู้ดีๆ เกี่ยวกับต้นอ่อนทั้งหลายเหล่านี้มาฝากกัน แต่ละชนิดจะมีประโยชนมากน้อย แตกต่างกันอย่างไร เรามาดูกันค่ะ

ต้นอ่อนข้าวสาลี
ต้นสีเขียวใบเรียวยาวสูงชะลูด บางครั้งเราเรียกต้นอ่อนของข้าวสาลีนี้ว่า “หวีตกราส” ค่ะ ต้นอ่อนข้าวสาลี อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ อย่างเช่น เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และกรดอะมิโน
เห็นสีเขียวๆ แบบนี้ รู้ไหมคะ ว่าต้นอ่อนข้าวสาลีมีคุณสมบัติสำคัญในการช่วยเพิ่มเลือดให้กับร่างกายด้วย โดยการช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกบิลที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วยโรคโลหิตจาง
และด้วยคุณสมบัติของต้นอ่อนข้าวสาลีที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ทั้งยังมีสารอาหารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ง่ายต่อการดูดซึม จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคทางเดินอาหาร หรือโรคลำไส้ต่างๆ อีกด้วย
ใครที่อยากลองทานต้นอ่อนข้าวสาลี จะลองปลูก หรือหาซื้อมาทานเองก็ได้นะคะ โดยเคล็ดลับที่จะทำให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ คือเมื่อปรุงเสร็จแล้วให้รีบทานก่อนที่คุณค่าจากวิตามินและแร่ธาติต่างๆ จะหายไปค่ะ

ต้นอ่อนทานตะวัน
ต้นอ่อนหน้าตาคล้ายๆ ต้นถั่วเขียวนี้มีดีมากมายเลยทีเดียว ทั้งกรดไขมันที่จำเป็น ไฟเบอร์ รวมทั้งไฟโตสเตอรอล คุณสมบัติพิเศษของต้นอ่อนทานตะวันคือช่วยชะลอวัยจากภายในสู่ภายนอก เพราะมีสารไซนารินที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายของเราดูดซึมสารที่จะไปทำลายคอลาเจน จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันไม่ให้แก่ก่อนวัย นอกจากนี้ ต้นอ่อนทานตะวันยังมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดเบาหวานได้อีกด้วยค่ะ
สำหรับการทานต้นอ่อนทานตะวันนั้น เราสามารถนำมาทานสดๆ เป็นผักสลัด เป็นผักเคียงกับเมนูต่างๆ หรือจะนำมาปรุงเป็นผัดผัก ต้มจืด หรือใส่แกงก็ได้ค่ะ

ต้นอ่อน อัลฟัลฟา
ต้นสีเขียวอ่อน มีใบเล็กๆ อยู่ด้านบนนี้ เป็นที่รู้จักกันมาพักใหญ่ แล้ว แต่ก็ไม่ได้หาทานกันได้ง่ายนัก
ต้นอ่อนอัลฟัลฟ่าอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี และแร่ธาตุสำคัญ คือโพแทสเซียม
ทั้งนี้ คุณสมบัติเด่นของต้นอ่อนอัลฟัลฟา คือการช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอล ช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด และยังเหมาะกับผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน เพราะจะช่วยบำรุงในเรื่องของฮอร์โมนให้ทำงานเป็นปกติ ลดอาการหลายๆ อย่างเช่น อาการมือชา และอารมณ์แปรปรวน เป็นต้นค่ะ
สำหรับการทานต้นอ่อนอัลฟัลฟานั้น เนื่องจากอาจจะมีแบคทีเรียปนอยู่มากกว่าผักชนิดอื่น จึงควรล้างให้สะอาด และปรุงให้สุกก่อนรับประทานค่ะ

ต้นอ่อนถั่วลันเตา
ต้นอ่อนของถั่วลันเตานี้เป็นอาหารสไตล์เอเชียเรานี่ล่ะค่ะ เลยมีชื่ออีกชื่อว่า “โต้วเหมี่ยว”
ต้นเล็กๆ แค่นี้แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี รวมไปถึงกรดโฟลิกด้วย ที่สำคัญ ต้นอ่อนถั่วลันเตาอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นคุณสมบัติพิเศษของต้นอ่อนถั่วลันเตาที่ช่วยในเรื่องของการปกป้องเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยชะลอความเสื่อมถอย และช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วยค่ะ
สำหรับการรับประทานต้นอ่อนถัวลันเตานั้นสามารถทานได้ทั้งสดๆ นำมาปรุง หรือจะผัดไฟแดงก็อร่อยไม่แพ้เมนูไหนเลยล่ะค่ะ

การหาต้นอ่อนมารับประทานอาจไม่ได้หาง่ายเหมือนกับการซื้อผักผลไม้ตามตลาดสด เคล็ดลับง่ายๆ แถมได้ความสนุกอีกด้วย ก็คือการลองปลูกจากเมล็ดเล็กๆ ให้ค่อยๆ งอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อน นอกจากจะสนุกกับการได้ดูแล ลุ้นว่าเมื่อไรที่ต้นอ่อนเหล่านี้จะโตแล้ว ยังมั่นใจได้ว่า อาหารที่นำมาปรุงปลอดสารพิษ และยังเป็นเมนูพิเศษที่มีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วยล่ะค่ะ