สงกรานต์ปีนี้ ไปไหว้พระที่ไหนดี

;yf.jpg
ใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่แบบไทยๆ ของเรากันแล้ว ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ อย่างนี้ หลายๆ คนอาจจะมีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนกันตามสถานที่ต่างๆ บางคนอาจจะมีแผนจะไปสนุกสนาน เล่นน้ำสงกรานต์กันพอให้คลายความร้อนจากไอแดดแรงๆ กลางเดือนเมษา แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้วางแผนจะไปไหน แต่อยากจะหากิจกรรมในช่วงวันหยุดแบบเบาๆ ในกรุงเทพฯ ลองจัดตารางไปไหว้พระ ทำบุญ เพื่อเป็นศิริมงคล รับกับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกันค่ะ

วันนี้ มีรายละเอียด และเกร็ดความรู้ สำหรับผู้ที่สนใจจะไปทำบุญไหว้พระ รวมถึง วัดสำคัญๆ ของพวกเราชาวไทย มาฝากกัน

เริ่มต้นกันที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325
ภายในวัด เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต
วัดพระแก้วเป็นสถานที่ ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ ศิลปะชั้นสูง ภาพวาด และจิตรกรรมฝาผนัง รวมถึงปูชนียวัตถุล้ำค่าของแผ่นดินมากมายเลยทีเดียว
สำหรับที่นี่ ใครที่ชื่นชอบในทางประวัติศาสตร์ และศิลปะของไทย น่าที่จะใช้เวลาอยู่ที่วัดพระแก้วกันได้เป็นวัน โดยไม่รู้สึกเบื่อกันเลยล่ะค่ะ ก็ความประณีตของศิลปะ และความลึกซึ้งในทางประวัติศาสตร์ของไทยเรา ไม่ใช่จะมีเพียงแค่งานศิลป์ที่อยู่ภายในวัด แต่เริ่มต้นกันตั้งแต่ซุ้มประตูพระบรมมหาราชวังกันเลย เคยทราบกันมั้ยคะ ว่าซุ้มประตูพระบรมมหาราชวังทั้ง 12 ประตู มีความหมายที่เป็นมงคล และคล้องจองกันทั้งหมดอีกด้วย เริ่มต้นจาก ประตูวิมานเทเวศร์ ประตูวิเศษไชยศรี ประตูมณีรพรัตน์ ประตูสวัสดิโสภา ประตูเทวาพิทักษ์ ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ ประตูวิจิตรบรรจง ประตูอนงคารักษ์ ประตูพิทักษ์บวร ประตูสุนทรทิศา ประตูเทวาภิรมย์ และ ประตูอุดมสุดารักษ์
สำหรับการไปทำบุญไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เชื่อกันว่าเป็นศิริมงคล ช่วยชำระจิตใจให้ผ่องใส ดุจรัตนมณี ค่ะ

วัดสำคัญลำดับต่อมา ได้แก่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดโพธ์ วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาในทุกรัชกาล ภายในวัดแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 1) เขตวัดเดิม ด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของ วิหารพระพุทธไสยาส ศาลาการเปรียญ (ซึ่งเป็นพระอุโบสถเดิม ของวัดโพธาราม) พระมณฑป และพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และ 2) เขตพระอุโบสถ ที่ถูกสร้างขึ้นตามคติไตรภูมิ โดยให้พระอุโบสถเป็นเสมือนเขาพระสุเมรุ และให้วิหารทิศทั้งสี่ เป็นเสมือนทวีปหลักทั้งสี่ ประกอบด้วยหมู่พระวิหาร หมู่พระเจดีย์ และพระมหาสถูป
ตามความนิยม เชื่อกันว่าการไหว้พระที่วัดโพธ์นี้ จะนำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิต เปรียบได้กับความร่มเย็นภายใต้ร่มเงาของต้นโพธ์ค่ะ

ไปถึงวัดโพธ์แล้ว คงพลาดไม่ได้ที่จะข้ามฟากมาที่วัดแจ้ง หรือ วัดอรุณราชวราราม อีกวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในชื่อเดิมคือวัดมะกอก มีพระปรางค์งดงามขนาดใหญ่ ตั้งอยู่สูงเด่นเป็นสง่า ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก เป็นพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ ที่เล่ากันว่าหุ่นพระพักตร์ปั้นขึ้นโดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และที่ฐานของพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยอีกด้วย
การไปทำบุญที่วัดอรุณ มีความเชื่อกันว่าจะช่วยให้ มีชีวิตที่ดี มีความรุ่งเรืองดั่งแสงสว่างของดวงอาทิตย์ค่ะ

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หรือวัดบวร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสม ไทย-จีน พระอารามนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยอีกด้วย
ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ 2 องค์เป็นพระประธาน คือพระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) อัญเชิญมาจาก วัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี และ พระพุทธชินสีห์ อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งที่ใต้ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธชินสีห์ พระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเคยผนวช ณ วัดนี้เมื่อยังทรงดำรงพระอิสริยยศที่สยามมกุฎราชกุมารอีกด้วย
การไปไหว้พระที่วัดบวร เป็นสิริมงคล ตามความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งสิ่งดีงามในชีวิตค่ะ

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือ วัดระฆัง หรือ วัดหลวงพ่อโต เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดบางหว้าใหญ่ ภายในวัดมีหอพระไตรปิฎกซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก เดิมเป็นพระตำหนักและหอประทับนั่งของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะทรงรับราชการในสมัยธนบุรี และโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาถวายวัด เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว มีพระราชประสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์ให้สวยงามเพื่อเป็นหอพระไตรปิฎก
บริเวณฝาผนังภายในพระอุโบสถโดยรอบมีภาพเขียนจิตรกรรมโดย พระวรรณวาดวิจิตร (ทอง จารุวิจิตร) จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อราว พ.ศ. 2465 ครั้งมีการบูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถในรัชกาลนั้น โดยผนังด้านหน้าพระประธานเขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ก่อนเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้านหลังพระประธานเขียนภาพพระมาลัยขณะขึ้นไปนมัสการพระมหาจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เบื้องล่างเขียนภาพสัตว์นรกในอาการต่างๆ ภาพฝาผนังส่วนที่เหลือ เบื้องบนเขียนเป็นเทพชุมนุม ตอนล่างเขียนภาพทศชาติ นับได้ว่าเป็นชุดภาพเขียนที่มีชีวิตชีวาอ่อนช้อยอย่างที่สุดชุดหนึ่งในกลุ่มจิตรกรรมฝาผนังยุครัตนโกสินทร์
การไปไหว้พระที่วัดระฆัง เชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งชื่อเสียง ความนิยม ดังเสียงระฆังที่ก้องกังวานเลยล่ะค่ะ

นอกเหนือจากวัดสำคัญที่ได้กล่าวถึงไปแล้วทั้ง 5 วัด ยังมีวัดสำคัญอื่นๆ ที่มีชื่อเป็นศิริมงคล และเป็นที่นิยม แนะนำให้ไปทำบุญ ไหว้พระในช่วงสงกรานต์ปีนี้กันอีกหลายวัดเลยค่ะ ได้แก่ วัดกัลยาณมิตร วัดชนะสงคราม วัดสุทัศน์เทพวราราม และ วัดสระเกศวรมหาวิหาร
ใครสะดวกจะไปทำบุญไหว้พระกันที่วัดไหน ก็สามารถไปกันได้เลยนะคะ
สงกรานต์ปีนี้ เริ่มต้นปีใหม่ กันด้วยการทำบุญเป็นศิริมงคลกับชีวิตไปพร้อมๆ กันค่ะ ^^

 

ผ่อนคลาย ลดอาการเครียด ด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ

aroma
หากจะลองจินตนาการย้อนเวลา นั่งไทม์แมชชีนกลับไปในอดีต ทุกคนคงพอจะนึกออกถึงความสำคัญของกลิ่น ซึ่งเป็นทั้งส่วนสำคัญในชีวิต และสัญลักษณ์ของความสูงส่ง ทั้งเป็นเครื่องหอมในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เป็นเครื่องประทินผิวในกลุ่มสตรีสูงศักดิ์ รวมไปถึงการใช้ในการปรุงอาหารอีกด้วย วิถีชีวิตของเราอาจเรียกได้ว่ามีรูปแบบที่ผูกพันกับกลิ่นหอมมานานแสนนาน แต่จะมีใครรู้บ้างว่ากลิ่นหอมๆ เหล่านั้นมีประโยชน์มากกว่าเพียงความหอมรัญจวนใจ

เมื่อกว่า 80 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2463 – 2473) ในประเทศฝรั่งเศส ดินแดนที่ขึ้นชื่อเป็นพิเศษในเรื่องน้ำหอม เริ่มมีผู้สงสัยและได้ทำการศึกษาเรื่องกลิ่นอย่างจริงจัง เรอเน่- โมริช กาต-เตอฟอสเซ ได้ค้นพบว่ากลิ่นดอกลาเวนเดอร์ จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส และคุณสมบัติของดอกยังสามารถช่วยรักษาอาการจากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้อีกด้วย เป็นการจุดประกายความคิดให้เกิดการศึกษาเรื่องกลิ่นเพิ่มมากขึ้นไปอีก จนในเวลาต่อมา จึงมีการศึกษาวิจัยถึงคุณสมบัติของกลิ่นต่างๆ จนเป็นศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบันค่ะ เปิดประเด็นมาเรื่องหอมๆ แล้ว วันนี้ มาทำความรู้จักกับกลิ่นหอมๆ กับที่มา และประโยชน์ในด้านการบำบัดกันซักหน่อยดีกว่าค่ะ

เริ่มต้นจากที่มาของน้ำมันหอม น้ำมันหอมนั้นเป็นสารสกัด ได้มาจากส่วนต่างๆ ของพืช ขึ้นอยู่กับว่าพืชชนิดนั้นๆ จะมีศูนย์รวมของกลิ่นอยู่ที่ส่วนไหน บ้างอยู่ที่ราก ที่เปลือก ในเนื้อไม้ ใบ ดอก ผล หรือแม้แต่ยาง
ทั้งนี้ การสกัดน้ำมันหอมแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากกระบวนการที่ยุ่งยากแล้ว ยังต้องใช้วัตถุดิบในปริมาณที่สูงมาก ถ้าเป็นกลิ่นดอกไม้ ก็ต้องใช้ดอกไม้ในปริมาณที่เยอะมาก กว่าที่จะสกัดกลิ่นมาเป็นน้ำมันหอมขวดจิ๋วได้สักขวดหนึ่ง โดยทั่วไปน้ำมันหอมจะมีอยู่เพียง 1.5% ของวัตถุดิบที่นำมาสกัด เช่น ถ้าจะสกัดน้ำมันหอมจากดอกมะลิ อาจจะต้องใช้ดอกมะลิถึง 40,000 ดอก เพื่อที่จะได้น้ำมันดอกมะลิเพียงประมาณ 5 กรัมเท่านั้น เป็นที่มาว่าทำไมน้ำมันหอมจึงมักมีราคาค่อนข้างสูง

การใช้กลิ่นบำบัดโรค กลิ่นหอม กับ โรคต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร? อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย แต่หากเรารู้จักกับการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เราก็จะพบกับความสัมพันธ์บางอย่างที่เชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน เช่น จมูกของเราเป็นอวัยวะที่ไวต่อการรับรู้กลิ่นมาก และการรับกลิ่นนั้นก็ทำโดยระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ต่างๆ ทั้งความรู้สึกสุข ตื่นเต้น หดหู่ รวมไปถึงอารมณ์ทางเพศอีกด้วย กลิ่นจึงมีผลโดยตรงต่อสมองส่วนนี้

ด้วยความสัมพันธ์ของกลิ่น และอารมณ์ กลิ่นบำบัดจึงเหมาะมากสำหรับคนในยุคนี้ที่มีความเสี่ยงสูงต่ออาการป่วยด้วยปัญหาจากความเครียด ทั้งไมเกรน อาการวิตกกังวล ช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก่อนมีประจำเดือน รวมถึงโรคยอดนิยม อาทิ ความดันโลหิตสูง อาการเกี่ยวกับลำใส้ระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ อาการปวดจากการที่กล้ามเนื้อตึงเครียด และอาการที่เกี่ยวกับสภาพทางจิตใจ ทำให้สปาหลายๆ แห่งต่างหยิบเอาเรื่องกลิ่นบำบัดไปใช้เพื่อสร้างความผ่อนคลายทั้งในด้านอารมณ์ และร่างกายให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ

วิธีการใช้น้ำมันหอมเพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ นั้น ส่วนสำคัญคือ ผู้ใช้จำเป็นจะต้องทราบถึงประวัติอย่างละเอียดของผู้ที่ต้องการจะทำการบำบัดด้วยกลิ่น โดยอาจใช้คำถามเกี่ยวกับสุขภาพ ชีวิตประจำวัน อาหารการกิน สภาวะความเครียด การนอนหลับพักผ่อน รวมไปถึงอาการป่วย หรือโรคต่างๆ ที่เป็นอยู่ เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพโดยรวม ก่อนจะนำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์ เพื่อเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยที่เหมาะสมที่สุด การใช้กลิ่นบำบัดนั้นอาจจะใช้กลิ่นเพียงกลิ่นเดียว หรือ ใช้หลายๆ กลิ่นก็เป็นไปได้ โดยจะดูการตอบสนองของผู้ที่มาทำการบำบัดว่าร่างกายตอนสนองต่อกลิ่นนั้นๆ หรือไม่ เพื่อหากลิ่นที่เหมาะสมที่สุดในการบำบัดต่อไป โดยในการใช้กลิ่นบำบัดนั้น ผู้ให้บริการแต่ละราย จะมีรูปแบบ วิธีการบำบัด และการใช้กลิ่นที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

โดยทั่วไป การบำบัดด้วยกลิ่นหอมนั้น มักจะประกอบรวมกับการนวด โดยการนวดนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัด เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลือง รวมถึงผ่อนคลายอาการเจ็บปวดอีกด้วย การนวดยังจะช่วยให้ผู้บำบัดทราบว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนตึง ส่วนไหนไวต่อความรู้สึก ซึ่งตัวผู้ถูกบำบัดเองมักจะไม่เคยทราบมาก่อน ปกติแล้ว การบำบัดด้วยกลิ่นในระยะเริ่มต้นอาจทำเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เมื่อได้ทำการบำบัดแล้วสักระยะหนึ่ง ก็อาจลดความถี่ลงเหลือเพียงเดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง ทั้งนี้ การใช้กลิ่นบำบัด จะไม่ทำร่วมกับการรักษาแบบโฮมีโอพาธี (Homeopathy เป็นการรักษาแบบทางเลือกอีกแขนงหนึ่ง) เพราะกลิ่นหอมบางชนิดอาจไปรบกวนผลของการใช้ยาแบบโฮมีโอพาธีได้

สำหรับในกรณีที่ไม่มีเวลาไปนวด เรายังคงสามารถใช้กลิ่นบำบัดได้เช่นกันค่ะ เพราะนอกจากการนวดแล้ว การการบำบัดโดยกลิ่นในระดับหนึ่งนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น การหยดน้ำมันหอมลงอ่างอาบน้ำอุ่นๆ ก่อนลงไปแช่และสูดดมกลิ่นหอมในระหว่างการอาบน้ำ การใช้เครื่องพ่นไอน้ำปล่อยกลิ่นหอมในห้องที่เราอยู่ การหยดน้ำมันหอมน้อยๆลงบนผ้าเช็ดหน้า การประคบร้อน ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวด หรือแม้แต่การหยดน้ำมันหอมชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ลงบนสำลีเพื่อทาผิวที่มีอาการบวมก็สามารถที่จะทำได้ด้วยตัวเอง และสำหรับการเก็บรักษาน้ำมันหอม เนื่องจากน้ำมันหอมมีคุณสมบัติคือสามารถระเหยได้ง่าย ทั้งยังจะเสื่อมสภาพเมื่อโดนความร้อน จึงควรเลือกเก็บในขวดทึบแสง มีฝาปิดสนิท และเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ซึ่งอาจจะทำให้สามารถน้ำมันหอมเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปีโดยไม่สูญเสียคุณสมบัติสำคัญ อย่างไรก็ตาม น้ำมันหอมบางชนิด เช่น น้ำมันจากกลิ่นส้ม เลมอน มะนาว หรือผิวส้ม จะเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าน้ำมันทั่วไป อาจเก็บไว้ได้ไม่เกิน 6 เดือนค่ะ

สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจ อยากจะลองหากลิ่นหอมๆ มาช่วยผ่อนคลาย มาดูกันค่ะ ว่ากลิ่นอะไร มีคุณสมบัติที่โดดเด่นอะไรกันบ้าง…
กลิ่นลาเวนเดอร์ ช่วยให้นอนหลับง่าย ปรับอารมณ์ และทำให้จิตใจสงบ
กลิ่นตะไคร้หอม ช่วยบรรเทาอาการหวัด ปวดศีรษะ ลดไข้ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
กลิ่นเปปเปอร์มินต์ ช่วยให้สดชื่น แจ่มใส ปลอดโปร่ง กระตุ้นจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
กลิ่นเลมอน นอกจากทำให้สดชื่น สดใส แล้ว หากใช้นวด ก็จะช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตอีกด้วย
กลิ่นส้ม ช่วยเติมความสดชื่น ผ่อนคลาย และกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
กลิ่นโรสแมรี่ ทำให้สดชื่น สดใส และลดอาการของไมเกรน
กลิ่นยูคาลิปตัส ช่วยให้หายใจโล่ง ปลอดโปร่ง และบรรเทาอาการอ่อนล้าที่สะสมมา และกลิ่นสุดท้าย
กลิ่นมะลิ นอกจากความหอมละมุนแล้ว กลิ่นอ่อนๆ ของดอกมะลิ ยังจะช่วยเติมความสดชื่น สดใส ช่วยให้อารมณ์ดี กระตุ้นการมองโลกในด้านบวก รวมถึงมีผลต่ออารมณ์โรแมนติกกันอีกด้วยค่ะ

เอาล่ะค่ะ ได้ทราบกันไปแล้วกับเรื่องราวหอมๆ ที่ได้นำมาฝากกัน วันนี้อย่าลืมหากลิ่นหอมๆ ในแบบที่ชอบ มาเติมความสดชื่น บำบัดอารมณ์ และผ่อนคลายไปด้วยกันนะคะ ^^

———-
credit ภาพ -100dorog.ru-
http://www.lifecenterthailand.com
http://www.facebook.com/lifecenterthailand

ความสุขเล็กๆ ของเด็กน้อย

10414853_975958225769129_7812304112284906503_n
ใครที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กๆ จะรู้ว่าเด็กน้อยมีความสามารถในการสังเกตรายละเอียดเล็กๆ ได้ดีกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่อยู่ในชุดของตัวละครตัวโปรด… องค์ประกอบน้อยๆ ในภาพวาดที่เรามองผ่านโดยไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือแม้แต่แมลงตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนใบไม้ที่เราไม่ทันได้มอง….
ใช่แล้วค่ะ เด็กตัวน้อยๆ ก็ย่อมมองเห็นสิ่งเล็กๆ ไปตามวัย และขนาดของร่างกาย เราเองก็เคยเป็นเช่นนั้น จนเมื่อเราเติบโตขึ้น กับการสั่งสอน และประสบการณ์ ทำให้เราเลือกที่จะมองในอะไรที่กว้างขึ้น กับภาพที่ใหญ่ขึ้น จนบางครั้ง เราไม่เคยได้ย้อนกลับไปดูในรายละเอียดของสิ่งต่างๆ อีกเลย…

ทว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น กับการได้ใกล้ชิดกับเด็กๆ คือความพึงพอใจ และความสุขในสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ได้ใหญ่เกินไปกว่าขนาดของร่างกาย และไม่ได้อยู่ไกลเกินระยะที่มือน้อยๆ เอื้อมถึง…

หากใครจะลองถามเด็กน้อยซักคน ว่าอะไรคือความสุข ในวันที่ผ่านมา.. เชื่อหรือไม่คะ.. ว่าจะได้คำตอบที่น่ารักๆ และเป็นความสุขง่ายๆ ในแบบที่เราแทบจะไม่เคยได้คิด ว่าเราจะนับเป็นความสุขเสียด้วยซ้ำ… เช่น ความสุขที่ได้ทำงานในกลุ่มเดียวกันกับเพื่อนสนิท ความสุขที่ตอบคำถามคุณครูได้ถูกต้องและได้รับคำชม ความสุขที่ได้ทำงานฝีมือที่ถูกใจซักชิ้นหนึ่ง… ทั้งหมด เป็นความสุขง่ายๆ ที่เราทุกคนห่างเหินกันไปนาน.. ห่างไป เพราะเรา มัวแต่ไปมองหาความสุขที่ไกลออกไป และยิ่งใหญ่ขึ้นโดยความคาดหวังของเราเอง…

บทความสั้นๆ ในวันนี้ เพียงเพื่ออยากจะให้ทุกคนลองมองหาความสุขในแบบง่ายๆ ในชีวิตของเรา ความสุข ที่จะเป็นน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีแรงเดินต่อไปกับชีวิตในแบบที่เราสามารถมีรอยยิ้มเล็กๆ ให้กับตัวเองได้ในทุกวัน..

วันนี้ ลองมองหาความสุขเล็กๆ ลองมองลงไปในเรื่องเล็กๆ รายละเอียดเล็กๆของชีวิตบ้าง… บางที การพักความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้ซักนิด อาจจะเป็นความสุขน้อยๆ ของวันนี้ก็เป็นได้นะคะ ^^
————————-
#lifecenter #QHouseLumpini
www.lifecenterthailand.com

เหตุ ปัจจัย

Satxx0049
เคยสงสัยกันหรือเปล่า ว่าทำไม ผีเสื้อแต่ละตัวถึงได้มีสีสันผิดแผกแตกต่างกันออกไป.. แม้แต่ผีเสื้อที่คนเรากำหนดให้ว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่ละตัวก็ยังจะมีสีเหลื่อมล้ำ มีลวดลายเล็กใหญ่ ไม่เท่ากันไปเสียทั้งหมด… สัตว์ต่างๆ นก ปลา ม้า แมว แต่ละตัว ต่างก็มีสีสัน มีลวดลาย มีอุปนิสัย ที่แตกต่างกัน ไม่มีตัวหนึ่งตัวใดที่เหมือนกับอีกตัวหนึ่งทุกประการ…. แม้แต่ คนเราเอง… ก็ไม่มีใคร ที่จะเหมือนกับใครอีกคนในทุกๆ ด้าน…
ใครเคยสงสัยกันบ้างคะ ว่าทำไม….

ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นไปด้วยเหตุ ปัจจัย… ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นผลจากอะไรบางอย่าง หรือหลายๆ อย่าง ในอดีต และพร้อมจะเป็นปัจจัยสำหรับให้เกิดผลในอนาคตไปพร้อมๆ กัน…
เหตุบางอย่าง ไม่ซับซ้อน รับรู้ได้.. ว่า เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ย่อมเกิดสิ่งนี้ตามมา.. เมื่อเปลี่ยนแปลงส่วนนี้แล้ว ส่วนอื่นๆ จะเปลี่ยนแปลงตามไป…. ทว่า ในความเป็นจริง เหตุ ปัจจัย มีมากมายกว่าที่เราจะรู้ได้ มีทั้งเหตุโดยตรง เหตุโดยอ้อม เหตุทั้งจากในอดีตที่ใกล้ และจากอดีตที่ไกลออกไป….

ทุกสิ่ง ล้วนมีเหตุ เป็นที่มา….. แม้เราจะไม่สามารถรับรู้ได้… การไม่รู้ ไม่เห็น ของเรา ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้น ไม่ได้มีอยู่จริง…
เหตุ ซึ่งเป็นที่มานั้น มีอยู่ แม้เราไม่สามารถรับรู้ได้….
เหตุ ที่ทำให้คน สัตว์ และสิ่งต่างๆ ได้เกิดขึ้น ได้มีรูปร่างหน้าตา มีฐานะ มีสังคม ที่ต่างกันออกไป….
เหตุ ที่เรารู้จักกันดี เหตุที่เราเรียกกันว่า บาป บุญ ที่เราได้สะสมไว้ต่างๆ กัน…..

วันนี้ขอกราบนมัสการ และแสดงความอาลัย กับพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่ได้ละสังขารลาโลกไปตามเหตุ ปัจจัย ที่ถึงพร้อม… หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ (พระเทพวิทยาคม) ด้วยคำสอนตามแนวทางของพระพุทธองค์ ในแบบที่เข้าใจได้ง่ายๆ ของหลวงพ่อคูณค่ะ…

บางส่วนของคำสอนจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

“กูไม่มีอะไรมาก กูไม่มีอะไรจะสอนพวกมึงหรอก เพราะพวกมึงก็รู้ว่ากูพูดไม่เป็น พูดไม่เก่งเหมือนเขา เทศนาว่ากล่าวอะไรก็ไม่เป็น กูมีแต่ว่าให่ละชั่ว ทำดีกันเท่านั้นแหละ บุญบาปมีจริงลูกหลานเอ้ย ให้เชื่อว่าบุญมีจริง บาปมีจริง ให่ละชั่ว ทำดี มีศีลธรรมประจำใจ บุญเห็นกับตา บาปเห็นกับตา รักตัวกลัวภัยอย่าทำชั่ว ให่ตั้งอยู่ในเมตตา”

วันนี้ มาสร้างเหตุ ปัจจัย ที่ดี ที่เป็นกุศล สร้างกุศล ทำบุญ ละเว้นการทำบาป …..
สร้างเหตุที่ดี เพื่อผลที่ดีที่จะตามมาด้วยกันค่ะ ^^
————————-

www.lifecenterthailand.com
#lifecenter #QHouseLumpini

ความรู้

Satxx0023
สิ่งที่น่ายินดีกับโลกแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่สิ่งหนึ่ง คือการเปิดกว้างของการรับรู้ข้อมูล สาระความรู้ต่างๆ จากเรื่องที่เคยเป็นเรื่องไกลตัว เรื่องยากๆ และความรู้ในเชิงลึกที่เราไม่เคยนึกภาพออก ก็กลับกลายเป็นเรื่องที่สามารถรับรู้ได้ และถูกสื่อสารในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น เป็นการสื่อสารที่ครบทั้งเนื้อหา ภาพ และเสียง
ข่าวสารจากทุกมุมโลก เรื่องราวจากการศึกษาวิจัยนานนับสิบปี ถูกส่งผ่านให้รับรู้ได้ง่ายๆ เพียงเปิดเครื่องรับโทรทัศน์ หรือผ่านการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกออนไลน์
เรื่องราวของจักรวาลอื่นๆ ที่ไม่เคยได้รับรู้ ที่อยู่ไกลออกไปเกินจากทางช้างเผือกอีกนับแสนปีแสง โลกใต้ผืนน้ำที่ลึกลงไปในความมืดมิดที่เราไม่เคยได้รับรู้ การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกในช่วงนับล้านปีที่ผ่านมา ทั้งการยุบตัวลงและการดันตัวขึ้นของชั้นหิน รวมถึงการขยับเลื่อนของผืนทวีป แม้แต่การดำรงค์ชีวิตของแมลงตัวน้อยๆ กับการอยู่ในสังคมของแมลง และการพึ่งพากันและกัน…. ทั้งหมด ดูจะเป็นความรู้ที่มากมายเกินกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะสามารถแสวงหาได้หมดภายในชั่วชีวิตเลยเสียด้วยซ้ำ….

ความรู้ในโลกนี้ มีมากมายเหลือเกินจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในเรื่องการทำนา ความรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลา ความรู้ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ความรู้เกี่ยวกับการซ่อมจักรยานเล็กๆ ซักคัน ไปจนถึงความรู้ในการสร้างยานสำรวจอวกาศ … ทั้งหมด ล้วนเป็นอีกหนึ่งสาขาของความรู้ทั้งสิ้น….

โดยส่วนตัวแล้ว ช่วงค่ำของแต่ละวัน เป็นช่วงเวลาที่มักจะใช้ไปกับการเปิดโลกรับรู้สิ่งที่ไกลตัวออกไป ผ่านการรับชมสารคดีที่ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเรื่องอะไร ผ่านบทความที่ให้ความรู้ รวมถึงผ่านโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความอยากรู้เป็นพิเศษ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่มีความสุขช่วงหนึ่งเลยทีเดียว เป็นช่วงเวลาพักผ่อนในอีกแบบหนึ่งที่ได้เติมอาหารสมองให้กับตัวเอง ก่อนจะมีช่วงเวลาให้ความรู้ได้ตกตะกอนทางความคิดและประมวลเรื่องราวเก็บไว้เป็นวัตถุดิบในการดำเนินชีวิตต่อไป

ที่น่าสนใจคือ สิ่งที่มักจะได้เป็นข้อสรุปให้กับตัวเองในทุกๆ ครั้งที่ได้รับรู้เรื่องราวไกลตัวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงได้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของธรรมชาตินั้น เป็นข้อสรุปที่ไม่ใช้เนื้อหาของความรู้ใหม่ๆ แต่กลับเป็นข้อสรุปสั้นๆ เพียงไม่กี่ประเด็น คือ เรานี้ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กน้อยบนดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ ดวงหนึ่งเท่านั้นเอง นอกจากนั้น ความรู้ทั้งหมดในโลกใบนี้ แม้เท่าที่มี จะมากมายจนเรียนรู้ได้ไม่หมด หากแต่ก็ยังจะมีความรู้ที่มากมายกว่านั้นอีกที่รอให้ผู้คนศึกษาทำความเข้าใจ และสุดท้าย ย้อนไปสู่คำสอนของพระพุทธองค์ ความรู้ที่มีมากมายในโลกใบนี้ อาจเป็นสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงชีพ ดำเนินชีวิต หากแต่ความรู้ที่สำคัญที่สุด ที่อาจเทียบได้กับใบไม้เพียงกำมือเดียว จากใบไม้ทั้งหมดที่ร่วงหล่นอยู่ในผืนป่าใหญ่ ความรู้นั้น คือความรู้ที่นำไปสู่การดับทุกข์ หรือแม้ในระหว่างนั้น เป็นไปเพื่อบรรเทาความทุกข์ที่มีในชีวิตเรา ความรู้ในธรรม ความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติ ที่แม้ไม่ถูกกำหนดเรียกขานเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ก็จะยังคงมีสภาพและเป็นไปเช่นนั้น… ความรู้ในธรรม ธรรมชาติที่พิจารณาภายในตัวเรา ภายในจิตใจของเราเอง……

อีกหนึ่งบทความดีๆ จากเพจของเราค่ะ.
http://www.facebook.com/lifecenterthailand

ความงดงามของสิ่งรอบตัว

Sat201505
ภายใต้สถานการณ์เร่งรีบ และความวุ่นวายรอบๆ ตัว
ภายใต้สถานการณ์ที่เราทุกคนต่างมีภารกิจ และเรื่องที่จำเป็นต้องทำ
หลายๆ ครั้ง เราอาจมองผ่านความสวยงามของสิ่งรอบๆ ตัว และพลาดโอกาสที่จะได้ตักตวงภาพแห่งความงดงาม ได้อ้าแขนโอบรับมิตรไมตรี และความหวังดีของผู้คน เหมือนภาพที่ผ่านตาในเกือบทุกวันของแสงอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า….
วันนี้ มีบทความสั้นๆ มาฝากกัน เตือนให้เราได้ชะลอก้าวเดินให้ช้าลงบ้าง สูดลมหายใจให้เต็มปอด และเปิดรับสิ่งดีๆ ที่เราเองอาจจะได้มองผ่านไปในทุกๆ วันค่ะ

บทความจาก http://www.facebook.com/lifecenterthailand/
————————-

วันนี้ ได้ชื่นชมกับภาพความงดงามของดวงอาทิตย์ยามลาลับขอบฟ้า กับแสงสีทอง ที่สะท้อนรับกับผืนน้ำเงียบสงบ ช่วงเวลาที่ได้พัก อยู่กับความสงบ ได้หันมองสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว.. และทำให้ได้มีโอกาสดื่มด่ำกับความงาม ของสิ่งที่เราเองก็ได้เห็นอยู่ในเกือบทุกวัน… ภาพของอาทิตย์ยามลาลับขอบฟ้า

ภาพสวยๆ ของแสงสีทองยามเย็น เป็นภาพที่เราเห็นผ่านตาในเกือบทุกวัน แต่กลับไม่เคยได้หยุดและชื่นชมกับความงาม ด้วยภารกิจ ความเร่งรีบ และความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน…
ไม่ต่างจากความงดงาม ความดีของผู้คน และส่วนดีๆ ของสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวเรา ที่บ่อยครั้งมักจะถูกมองผ่านโดยไม่เห็นในคุณค่า…..

วันนี้ นำภาพคุ้นตามาฝากกัน เป็นเครื่องเตือนใจ ให้เรา ได้หยุดพักความเร่งร้อนในชีวิตลงบ้าง เพื่อจะได้เริ่มหันมอง และชื่นชมในความดีของผู้คน รวมถึงสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวเราอย่างเห็นคุณค่าค่ะ ^^
————————-
Sometime we may want to slow down our steps, so that we have time to realize beauties and goodness of people and things around us.
————————-

http://www.lifecenterthailand.com
#lifecenter #QHouseLumpini

……. ขึ้นอยู่กับมุมที่เรามอง

2015Sat02
เผลอนิดเดียว ปีใหม่ก็เดินทางมาจนเกือบจะครบครึ่งเดือนแรกของปีแล้ว วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ …. ใครที่ตั้งใจจะทำอะไร อย่ารอช้านะคะ คิดให้ดี แล้วเริ่มลงมือทำ เพราะอีกเดี๋ยวเดียวก็จะขึ้นปีใหม่กันอีกรอบแล้ว..
ปีใหม่รอบนี้ หลายๆ ท่าน อาจจะมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางใดทางหนึ่ง…. วันนี้ เราจึงขอนำบทความที่ให้แง่คิดดีๆ จาก http://www.facebook.com/lifecenterthailand มาฝากกันค่ะ ^^

————————————————————————————

เดินไปลานจอดรถวันนี้ ได้ยินเสียงเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่ใกล้ๆ มองข้ามกำแพงที่จอดรถไปก็เห็นว่ามีเครนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมองถึงได้เห็นว่าไม่ได้มีเครนเพียงตัวเดียว แต่มีเครนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้นอีกหลายตัว…

ทั้งที่บริเวณนี้เป็นที่ที่ไปจอดรถซื้อของเป็นประจำ แต่ครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกที่ได้เงยหน้ามองในมุมที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่มักจะเคยมองแค่เพียงในระดับสายตา จนทำให้เริ่มเกิดความสงสัยว่าเป็นงานก่อสร้างอะไร จะเป็นอาคารสูงแห่งใหม่ เป็นที่พักอาศัย หรือจะเป็นสำนักงาน.. และความอยากรู้ก็ทำให้ต้องเริ่มหาคำตอบ… สุดท้าย ต้องเดินย้อนออกไปดูด้านนอก สอบถามคนแถวนั้น จนได้คำตอบที่ต้องการ…

มุมมองที่เปลี่ยนไป ย่อมนำไปสู่ความคิด การค้นหา และสิ่งใหม่ๆ เสมอ และไม่ว่าสิ่งนั้น จะเป็นอะไร จะเป็นเพียงความสงสัย หรือจะเป็นคำตอบ ที่แน่ๆ มุมคิด และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเพียงส่วนเดียว ไม่ใช่เกิดเพียงจากการเปลี่ยนวิธีคิด แต่อาจเกิดจากสิ่งใหม่ๆ ที่เราได้มองเห็นอีกด้วย…

การเปลี่ยนแปลง นอกจากจะเปลี่ยนจากภายใน คือความคิดของเราแล้ว สิ่งที่เรารับมาจากภายนอก มุมที่เราได้รับรู้ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน..

ปีใหม่ปีนี้ ได้เห็นหลายๆ คน ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในหลายๆ ด้าน ทั้งเปลี่ยนความเคยชินเดิมๆ เปลี่ยนความคิดเดิมๆ … วันนี้ อย่าลืมมองออกไปให้ไกลตัว เดินทางไปในที่ใหม่ๆ มองหาสิ่งใหม่ๆ และที่สำคัญ ลองมองสิ่งต่างๆ ในมุมมองใหม่ๆ กันด้วยนะคะ… เพราะมุมมองใหม่ๆ จะนำมาซึ่งสิ่งใหม่ๆ เสมอค่ะ ^^

ยอมแพ้… ทางเลือกที่อาจนำไปสู่การเป็นผู้ชนะในที่สุด

10410664_852828814748738_4624259113908227464_n
ตลอดเส้นทางเดินของชีวิต เรามักจะถูกสอนให้ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้ให้กับความเหน็ดเหนื่อย ไม่ยอมแพ้ให้กับปัญหา อุปสรรคต่าง จนหลายๆ ครั้ง เราเริ่มคุ้นเคยกับการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ…. ชัยชนะที่มีเหนือทุกสิ่ง และ ทุกคนรอบๆ ตัวเรา…

ทว่าสิ่งหนึ่งที่เราอาจจะลืมนึกไป ชัยชนะในบางครั้ง กลับนำมาสู่ความพ่ายแพ้ในภายหลัง…
การยอมแพ้ในหลายๆ ครั้ง กลับจะทำให้เราเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในท้ายที่สุดของวัน…

การโต้เถียงกับผู้ที่เรารัก การโต้เถียงกับผู้ที่รักเรา การโต้ตอบอย่างดุดันกับเจ้านาย รวมทั้งการแก่งแย่งเอาชนะกันในสังคม และคนรอบข้าง ในหลายๆ ครั้ง แม้เราอาจจะเอาชนะได้ในการโต้เถียงในครั้งนั้น กลับจะทิ้งไว้ซึ่งรอยด่างของความสัมพันธ์ ความเจ็บช้ำในจิตใจ รวมถึงทำลายความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กัน ให้ลดน้อยลงไป… และ สุดท้าย ผู้ที่แพ้ อาจจะเป็นตัวเราเอง….

วันนี้ ยอมแพ้บ้าง ยอมเสียเปรียบบ้างในบางครั้ง… ยอมแพ้ เพื่อรักษาความรู้สึก ความสัมพันธ์ที่ดี.. ยอมแพ้ เพื่อเป็นผู้ที่ชนะใจ และเป็นที่รักของคนรอบๆ ตัวเรา….
ในท้ายที่สุด ใจเราเองจะรู้ดี ว่าเรา คือผู้ชนะที่แท้จริง…

บทความสั้นๆ ที่ให้แง่คิดดีๆ จาก http://www.facebook.com/lifecenterthailand
ติดตามช่องทางของสาระความรู้ดีๆ ได้ที่ http://www.lifecenterthailand.com อีกช่องทางหนึ่งนะคะ ^^

กำลังใจ

10478579_839066742791612_1863273049551876715_n
วันนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คน ที่กำลังต่อสู้อยู่บนโลกใบน้อยๆ ด้วยบทความนี้ค่ะ ^^
ทุกชีวิตล้วนประกอบไปด้วยความสุข ความทุกข์ ความสมหวัง ความผิดหวัง เกิดขึ้นสลับกันไปตลอดเวลา… เมื่ออยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุขสมหวัง เราก็มักจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวแห่งรอยยิ้ม และวันคืนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนหลายๆ ครั้ง เราไม่ได้เตรียมใจเผื่อไว้ให้กับอีกด้านหนึ่งของชีวิต ช่วงเวลาของทุกข์ และความผิดหวัง ช่วงเวลาที่หลายๆ คน จมอยู่กับความหดหู่ ท้อแท้ และดูเหมือนว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเสียเหลือเกิน..

ต้นไม้หลายๆ ชนิด ผลิดอกสีสดสวย งดงามไปทั้งต้น ก็เมื่อถูกลิดใบ ตัดกิ่ง ถูกแล้งน้ำ จนแทบจะทนอยู่ไม่ได้ สัญชาตญาณของความอยู่รอดจึงได้ให้ไม้นั้นรีบผลิดอก ออกผล เพื่อสานต่อ ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป… แบบอย่าง ของการไม่ยอมแพ้ โดยไม่พยายามต่อสู่ดิ้นรน…
หากไม้นั้น ได้ยอมแพ้ให้กับความแล้ง กันดาร โดยไม่พยายามต่อสู้ดิ้นรนใดๆ เราคงไม่มีโอกาสจะได้เห็นดอกงามชูช่อผลิบานเป็นแน่…

ชีวิต เมื่อรู้สึกว่าอยู่ในช่วงแห่งความทุกข์ถึงที่สุด เมื่อรู้สึกถึงช่วงเวลาที่หดหู่ ตกต่ำอย่างที่สุด… แทนที่จะจมอยู่กับความหดหู่ ท้อแท้.. ลองมองในอีกมุม มุมที่ว่า ทุกสิ่ง เมื่อตกลงถึงที่สุด ก็ไม่สามารถที่จะตกต่ำไปได้มากกว่านั้นอีก เมื่อกราฟของชีวิตได้ตกลงถึงจุดต่ำสุด ก็ไม่สามารถจะดิ่งลงไปได้มากกว่านั้น หากแต่เป็นช่วงเวลาที่เส้นกราฟรอจังหวะที่จะเริ่มเชิดขึ้นอีกครั้ง
เมื่ออยู่ที่จุดที่ต่ำที่สุดแล้ว ทุกข์จนถึงที่สุดแล้ว ช่วงเวลาต่อไป ก็จะไม่หนักหนาไปกว่านั้น มีแต่จะต้องดีขึ้น ความพยายาม และพลังของเรา จะทำให้เรื่องราวต่างๆ เริ่มดีขึ้น มากน้อยตามแต่เหตุปัจจัย ขอเพียงเราเชื่อมั่นในพลังของชีวิต พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน พลังที่จะทำให้เราสามารถดิ้นรน ต่อสู้ได้ต่อไป

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกถึงทางตัน เมื่อรู้สึกถึงความสิ้นหวัง ลองมองหาดอกไม้สักดอกเป็นเครื่องเตือนใจ… เตือนใจเรา ไม่ให้ยอมแพ้ และสร้างพลังในการดิ้นรนต่อสู้ต่อไป… ต่อสู้ดิ้นรน เพื่อผลิดอก ชูช่อที่งดงาม ด้วยพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเราค่ะ ^^

เติมความชุ่มชื่นให้กับหัวใจ

10660211_808783595819927_2848835099903511130_n

มองสายฝนโปรยปรายในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มองหยดน้ำน้อยๆ ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับต้นไม้ และสัตว์น้อยใหญ่ ช่วยให้นึกต่อไป ว่าเราเองได้เติมความชุ่มชื่นให้กับใจเรากันบ้างหรือยัง

ทุกๆ คนมีเรื่องสำคัญในชีวิตที่ต้องทำ มีหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ต่างก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และทุกๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียน วันเริ่มต้นทำงาน ในช่วงกำลังสร้างครอบครัว หรือแม้แต่ในช่วงอื่นๆ ต่อมาของชีวิต ต่างก็เหน็ดเหนือย อ่อนล้า กับสิ่งที่ต้องทำในทุกๆ วัน…

หลายๆ คน ใช้เวลาเกือบทั้งหมด ไปกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ จนละเลยที่จะเติมพลังของชีวิตให้กับตัวเอง
หลายๆ คน เลือกที่จะหยุดพักเป็นระยะ และใช้เวลากับการพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ ทั้งสังสรรค์ในหมู่เพื่อนสนิท เดินห้าง จับจ่ายซื้อของ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา หางานอดิเรก หรือ ลาพักผ่อนไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ…. ด้วยสิ่งเหล่านั่นคือหนทางของการพักเรื่องราว ผ่อนคลายจากความเหนื่อยของการดำเนินชีวิต..

ทว่าบ่อยครั้ง เราอาจไม่ได้รู้สึกว่าเราได้ผ่อนคลาย ได้เติมพลังให้กับชีวิตเราจริงๆ และ ทุกครั้งที่กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ความเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ก็กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว…. เหมือนสายฝนที่ตกมาให้ความชุ่มชื้นอยู่เพียงชั่วระยะหนึ่ง ก่อนที่ความร้อนอบอ้าวจะกลับคืนมาอีกยาวนาน…

วันนี้ ลองมองรอบๆ ตัวเรา มองในด้านบวกของสิ่งต่างๆ มีความสุขกับเรื่องเล็กน้อยรอบๆ ตัวเรา มองให้เห็นในมิตรภาพที่ดีของผู้คน มองให้เห็นในความดีของคนรอบๆ ตัว พอใจกับความสมหวัง และเข้าใจถึงความผิดหวัง ใช้ทุกนาทีอย่างมีความสุข อยู่กับชีวิตอย่างรู้เท่าทัน….
สิ่งเหล่านี้ จะช่วยเติมความสุข ความชุ่มชื่นให้กับชีวิตเราอยู่เรื่อยๆ เปรียบเสมือนสายฝนน้อยๆ ที่โปรยมาให้ความชุ่มชื้นในทุกๆ วัน

อย่ามัวรอสายฝนครั้งใหญ่…. หมั่นเติมความชุ่มชื่นให้ใจ เหมือนสายฝนน้อยๆ ที่โปรยมาให้ความสดชื่นในทุกวันค่ะ ^^