5 ข้อดี ของการฝึกโยคะ


ทางเลือกของการออกกำลังกายในทุกวันนี้ มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเน้นในเรื่องการเผาผลาญไขมันในช่วงเวลาสั้นๆ การวิ่งมาราธอน การเต้นในรูปแบบต่างๆ ซึ่งก็อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกตามความชอบ และเป้าหมายของการออกกำลังกาย
กับอีกหนึ่งทางเลือกดีๆ ที่เรานำมาฝากวันนี้ เป็นเรื่องการออกกำลังกายในรูปแบบของการฝึกโยคะค่ะ จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง เรามาดูกันทีละข้อเลยค่ะ

1. ดูเด็กลง ลองพิสูจน์ดูได้เลยค่ะ เวลาไปคลาสโยคะ เรามักจะเจอแต่คนที่หน้าดูอ่อนกว่าวัยกันทั้งนั้น เหตุผลสำคัญนั้นเป็นเพราะการฝึกโยคะจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ประกอบกับท่วงท่าในการฝึกที่ต้องยืด เหยียด ที่ยิ่งช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้มากขึ้นไปอีก เมื่อเลือดไหลเวียนได้ดี ระบบต่างๆ ภายในร่างกายของเราก็ทำงานได้ดีตามไปด้วย นอกจากนั้นยังเน้นเรื่องการกำหนดลมหายใจ ทำให้ออกซิเจนเข้าปอดได้อย่างเต็มที่ เลือดก็นำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างสะดวก ทั้งยังมีส่วนในการขจัดของเสียออกจากร่างกาย ผิวพรรณจึงดูสวยเปล่งปลั่ง ดูเด็กไปถนัดตาค่ะ

2. อกเป็นอก เอวเป็นเอว แบบไม่มีห่วงยาง เพราะการฝึกโยคะในแต่ละท่านั้นจะมีการใช้กล้ามเนื้อทั่วทุกส่วนของร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ซึ่งการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เป็นการใช้พลังงานส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ในรูปแบบของไขมัน ทำให้กล้ามเนื้อตึงกระชับ ทั้งท่าทางในการบิดตัวต่างๆ นั้นยังช่วยให้สัดส่วนของคุณสาวๆ เข้าที่ เซ็กซี่ได้ตามบุคลิกเลยล่ะค่ะ

3. สง่าทุกท่วงท่า เพราะการฝึกโยคะนั้นนอกจากจะมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแล้ว ยังเน้นเรื่องการทรงตัว และความสมดุล โดยเป็นการฝึกการกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสมทั้งในส่วนของแขน ขา กล้ามเนื้อกระดูกสันหลัง รวมทั้งกระดูกข้อต่อที่จะได้รับการปรับให้เกิดความสมดุล จึงได้บุคลิกภาพที่ดีเป็นของแถมมาจากการฝึกโยคะอีกด้วย

4. สดใสไร้เครียด ก่อนจะฝึกโยคะทุกครั้งจำเป็นต้องมีการผ่อนคลายจากความคิด ความกังวลใจต่างๆ เพื่อให้มีสมาธิจดจ่อกับการฝึกในท่วงท่าต่างๆ โดยเริ่มต้นจากการฝึกการหายใจเข้า และออกให้ปอดสามารถเก็บลมได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ปอดได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การฝึกกำหนดลมหายใจนี้ เป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดต่างๆ และยังมีผลระยะยาวที่ทำให้จิตใจเยือกเย็นลง ไม่โกรธง่าย ไม่โมโหฉุนเฉียวง่ายอีกด้วย เมื่อเราห่างไกลจากความเครียดอารมณ์ก็จะผ่องใส ยิ้ม และหัวเราะได้มากขึ้นค่ะ

5. สมองโปร่ง สมาธิดี ผลจากการฝึกลมหายใจเป็นการเพิ่มออกซิเจนที่จะไปช่วยเลี้ยงสมองค่ะ นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกจิตใจรูปแบบหนึ่งทำให้เราเกิดสมาธิที่ดี รวมไปถึงการฝึกโยคะท่าต่างๆ นั้นจะทำให้ผู้ฝึกมีจิตใจที่จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลาต่อเนื่อง และหากมีการฝึกโยคะเป็นประจำจะทำให้ผู้ฝึกมีสมาธิอยู่กับตนเอง ทั้งในท่าทาง และอริยาบทในการเคลื่อนไหวของตนเองตลอดเวลา ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อมีสติ เกิดสมาธิ นำไปสู่ปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดายนั่นเองค่ะ

เรื่องราวดีๆ และประโยชน์จากการฝึกโยคยังมีอีกมาก แต่เพียงที่นำเอามาฝากกันในวันนี้ก็น่าที่จะเป็นเหตุผลที่เพียงพอที่จะทำให้เราไม่อยากพลาดการออกกำลังกายในรูปแบบนี้กันแล้วล่ะค่ะ

ให้ของขวัญกับตัวเอง ด้วยผลไม้บำรุงสุขภาพ


รู้ไหมคะว่าถ้าหากเลือดในร่างกายเราไม่ดี ก็จะเท่ากับเป็นการทำร้ายหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่ถ้าหากเรามีเลือดที่ดี ก็เท่ากับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ป้องกันเราจากโรคร้าย และมีสุขภาพดีในระยะยาว วันนี้ ส่งท้ายปี 2018 มาดูแลสุขภาพกันแบบง่ายๆ เป็นของขวัญให้กับตัวเอง กับความรู้ดีๆ เรื่องของผลไม้ที่ช่วยระบบการไหลเวียนเลือดกันซักหน่อยดีกว่าค่ะ

จากตำราแพทย์แผนจีนมีการกล่าวถึงอาหารบำรุงเลือดและเน้นเรื่องการทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด ซึ่งอาจจะเป็นความบังเอิญ ที่ผลไม้ต่างๆ ที่ช่วยบำรุงเลือดก็มักจะมีสีแดงซะด้วยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ทับทิม สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ แก้วมังกร หรือ แตงโม เป็นต้น เรามาลองไล่ดูกันดีกว่าค่ะว่าผลไม้แต่ละชนิดทำหน้าที่ในการบำรุงเลือดอย่างไรบ้าง

เริ่มกันที่ “ทับทิม”
มีการวิจัยมาแล้วค่ะว่าทับทิมสามารถช่วยกักเก็บเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานถ้ารับประทานทับทิม ก็จะช่วยให้ร่างกายมีระดับอินซูลินลดลง ระบบไหลเวียนเลือดกลับมาเป็นปกติ ทำให้อาการป่วยต่างๆ อย่างเช่นเรื่องร่างกายอ่อนเพลียลดลง ผมร่วงน้อยลง ผิวพรรณก็สดใสมากขึ้นด้วยค่ะ

สตรอเบอร์รี่
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีมีสีแดงสด แถมด้วยรสหวานอมเปรี้ยว และกลิ่นหอมแสนอร่อย นอกจากความอร่อยจนเป็นที่นิยมไปทั่วแล้ว สตรอเบอร์รี่ยังช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วยนะคะ เม็ดเล็กๆ ที่อยู่บนผิวของสตรอเบอร์รี่ก็สำคัญค่ะ เพราะจะช่วยในการลำเลียงออกซิเจน กระบวนการนี้มีความสำคัญคือการขจัดเลือดเสีย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น และสะอาดขึ้น การสูบฉีดเลือดก็ดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสขึ้นด้วยล่ะค่ะ

เชอร์รี่
เชอร์รี่ ผลไม้ต่างบ้านต่างเมืองชนิดนี้มีโพแทสเซียมในปริมาณที่สูงมาก ร่างกายของเราสามารถนำมาใช้ในการสร้างสมดุลกับโซเดียม ทำให้ความดันเลือดเป็นปกติ ระบบไหลเวียนเลือดดี เวลาทานเชอร์รี่จึงทำให้สดชื่นขึ้นด้วย

แตงโม
แตงโมผลใหญ่ๆ นี้จะมีกรดอะมิโนอาร์จีโนน์ ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และยังให้ผลดีต่อระบบการไหลเวียนของเลือด

แก้วมังกร
แก้วมังกรอุดมไปด้วยโปรตีน และไฟเบอร์ โปรตีนนี่ล่ะค่ะที่จะช่วยบำรุงผิวสวยๆ ของคุณสาวๆ ส่วนการบำรุงเลือดนั้นต้องเลือกทานแก้วมังกรที่มีสีแดง เพราะแก้วมังกรสีแดงนี้จะช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือดและยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงค่ะ

กล้วย
ถึงกล้วยจะไม่ได้มีสีแดงเหมือนผลไม้บำรุงเลือดชนิดอื่นๆ แต่มีการวิจัยมาแล้วนะคะว่าการรับประทานกล้วยเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลูคิเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ และแมกนีเซียมที่อุดมอยู่ในกล้วยก็ยังจะช่วยบำรุงผิวสวยๆ ให้ดูเปล่งปลั่งขึ้นจากเลือดฝาดที่มาหล่อเลี้ยงผิว

นอกจากผลไม้ที่จะช่วยบำรุงเลือดแล้ว เพิ่มเคล็ดลับง่ายๆ ให้อีกอย่างค่ะ การดื่มน้ำสะอาดมากๆ จะช่วยให้เลือดของเราไม่ข้นหนืด หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น เพียงง่ายๆ แค่นี้ ก็ทำให้ระบบภายในของร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้น สุขภาพของเราก็จะสมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาว ในแบบที่เรียกว่าสุขภาพดีจากภายในกันเลยล่ะค่ะ