โรคจอประสาทตาเสื่อม อีกหนึ่งเรื่องควรระวังในวัย 40+

eyes
ดวงตาคงจะไม่ได้เป็นเพียงหน้าต่างของหัวใจ เพราะดวงตาเป็นจุดเริ่มต้นของการรับรู้ ที่ทำหน้าที่เปิดรับข้อมูลเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางความคิด การตัดสินใจ และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายในชีวิตเรา โดยในกระบวนการรับรู้ผ่านระบบการมองเห็นนั้น ภาพหรือแสง จะต้องเดินทางเข้าไปในลูกตา ผ่านส่วนประกอบต่าง ๆ ของตา ได้แก่ กระจกตา และเลนส์แก้วตา จนไปตกกระทบที่จอประสาทตา ที่เป็นผนังชั้นในของลูกตา อันประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทตาจำนวนมาก ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณภาพที่ได้ผ่านเส้นประสาทตา ไปสู่สมอง เพื่อทำการแปลสัญญาณเป็นภาพในที่สุด

eyeโดยส่วนที่มีความสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของจอประสาทตา คือ บริเวณจุดกลางรับภาพที่เรียกว่า macula ที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน หากจุดกลางรับภาพนี้เสีย จะทำให้ไม่สามารถมองภาพได้ชัดเจน อาจมีอาการเหมือนมีวัตถุมาบังในตรงกลางของภาพ หรือมีการรับภาพในลักษณะที่บิดเบี้ยวไป รวมทั้งอาจทำให้ความสามารถในการเห็นภาพที่ระยะต่างๆ สูญเสียไปค่ะ

วันนี้ มาทำความรู้จักกับโรคจอประสาทตาเสื่อม ที่เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของจุดกลางรับภาพของจอประสาทตา เป็นโรคที่พบมากในกลุ่มอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุค่ะ แม้ว่าโรคจอประสาทตาเสื่อม อาจเกิดได้กับผู้ที่มีสายตาสั้นมากๆ  หรือเกิดจากโรคติดเชื้อบางอย่าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุ โดยทั่วไปจึงอาจถือได้ว่าเป็นการเสื่อมสภาพของร่างกาย โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออาการของโรค ได้แก่

1) อายุ เนื่องจากพบได้บ่อยขึ้นในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

2) พันธุกรรม พบว่าอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม

3) บุหรี่ โดย มีหลักฐานทางการศึกษาพบว่า การสูบบุหรี่ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอย่างชัดเจน

4) ความดันเลือดสูง โดยคนไข้ที่ต้องทานยาลดความดันเลือด และมีระดับของไขมัน Cholesterol ในเลือดสูงและระดับ Carotenoid ในเลือดต่ำ มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม แบบสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว และ

5) วัยหมดประจำเดือน พบว่า ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่ไม่ได้รับประทานยาฮอร์โมน estrogen จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

โรคจอประสาทตาเสื่อม มี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรก โรคจอประสาทตาเสื่อมแบบแห้ง (Dry AMD) ซึ่งพบได้บ่อยกว่า เกิดจากจุดกลางรับภาพจอประสาทตา มีการเสื่อม  และบางลงทำให้ความสามารถในการมองเห็นจะค่อย ๆ ลดลง อาการลักษณะนี้ จะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ แตกต่างจากลักษณะที่สอง คือ โรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (Wet AMD) ซึ่งพบได้เป็นส่วนน้อย ทว่าจะทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว และเป็นสาเหตุสำคัญของการตาบอด เนื่องมาจากการที่มีเส้นเลือดผิดปกติเจริญเติบโตอยู่ใต้จอประสาทตา และผนังชั้นพี่เลี้ยง และมีการรั่วซึมของเลือด รวมถึงสารเหลวจากเส้นเลือดเหล่านั้น ทำให้จุดกลางรับภาพเกิดอาการบวม ผู้ที่มีอาการจะเริ่มมองเห็นภาพตรงกลางบิดเบี้ยว และมืดลงในที่สุด

รับทราบถึงอาการของโรคแล้ว ก่อนที่จะเริ่มเป็นกังวล เรามาดูกันค่ะว่าควรจะระมัดระวัง สังเกตสัญญาณของโรคกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่ว่าหากรู้กันแต่ในระยะแรก ก็จะยังสามารถทำการรักษากันได้ทัน อาการของโรคจอประสาทตาเสื่อมแตกต่างกันออกไปในผู้ป่วยแต่ละคน และยากที่ผู้ป่วยจะสามารถสังเกตความผิดปกติในการมองเห็นได้ในระยะเริ่มแรก เนื่องจากส่วนมาก ยังสามารถใช้ตาอีกข้างหนึ่งในการชดเชยการมองเห็นได้ ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ยกเว้นกรณีที่มีอาการจอประสาทตาเสื่อมเกิดขึ้นพร้อมกันในตาทั้ง 2 ข้าง ที่ทำให้ผู้ป่วยเริ่มมองตรงกลางของภาพไม่ชัด ขาดหาย มืดดำไป หรือภาพที่เห็นมีลักษณะบิดเบี้ยวจากปกติ

เนื่องจากการสังเกตอาการของโรคอาจะทำได้ยาก จึงแนะนำว่าผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 – 64 ปี ที่แม้จะไม่มีอาการผิดปกติในการมองเห็น ก็ควรได้รับการตรวจสุขภาพตา รวมถึงการตรวจจอประสาทตา ทุกๆ 2 – 4 ปี และ สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทุกๆ 1 – 2 ปี เพราะการตรวจพบและทำการรักษาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด เนื่องจากจอประสาทตาที่เสื่อมไปแล้ว การรักษาจะสามารถทำได้เพียงการหยุด หรือชะลอการเสื่อมของจอประสาทตาให้ช้าที่สุดเท่านั้น ซึ่งอาจรักษาไม่ได้เลยหากตรวจพบช้าและมีความรุนแรงค่ะ

เพราะฉะนั้น ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา การมองเห็น หรือกังวลว่าอาจจะเป็นอาการของโรคจอประสาทตาเสื่อม อย่าลืมรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันแต่เนิ่นๆ จะได้ทำการรักษากันได้ในขณะที่อาการยังไม่รุนแรงนะคะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s