คุมน้ำหนักง่ายๆ ด้วย Low Carb Diet

low.jpg
พรหนึ่งที่สาวๆ ปรารถนามากที่สุดนอกจากแก้วแหวนเงินทอง และเจ้าชายรูปงามแล้ว สาวๆ ส่วนใหญ่ลงมติกันมาว่าอยากได้พรข้อนี้มากที่สุดค่ะ ข้อที่ว่า ขอให้ “ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน”

ก็ในเมื่อเมนูอาหารแสนอร่อย หน้าตาเย้ายวนใจช่างถูกครีเอทออกมามากมายเหลือเกิน ใครจะไปห้ามใจไหว สุดท้าย ขอแบบทานแล้วย่อยทันใจ ทานเยอะเท่าไรก็ไม่อ้วนนี่ล่ะดีที่สุด

เอาล่ะค่ะ ไหนๆ ก็เปิดประเด็นมาแล้วด้วยเรื่องของอาหาร และความอ้วน วันนี้เราจะพากันไปทำความรู้จักกับ Low Carb หรือชื่อเต็มๆ ว่า Low Carbohydrate Diet กับการควบคุมโภชนาการแบบถูกวิธี และช่วยให้น้ำหนักลดอย่างได้ผลกันดีกว่าค่ะ

การลดน้ำหนักแบบ Low Carb ที่มีชื่อเต็มว่า Low Carbohydrate Diet นั้นเป็นการลดปริมาณการรับประทานอาหารประเภทแป้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง มันฝรั่ง ข้าว พาสต้า เค้ก และขนมหวานต่างๆที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเมื่อทานเข้าไปแล้ว ร่างกายจะย่อยเป็นน้ำตาล เมื่อร่างกายใช้น้ำตาลเหล่านี้ไม่หมด ก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเพื่อเก็บสะสม เป็นที่มาของความอ้วน การลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรต จะเป็นการบังคับให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงานแทน ส่งผลให้เกิดการลดน้ำหนักจากการเผาผลาญไขมันในร่างกายโดยตรง

การควบคุมโภชนาการในแนวทางดังกล่าว สามารถรับประทานโปรตีนได้ไม่จำกัด เนื่องจากส่วนของโปรตีน ร่างกายจะไม่นำมาใช้เป็นพลังงาน แต่จะใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเพื่อการเจริญเติบโตเท่านั้น การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จึงมีข้อดีที่ไม่ทำให้เกิดภาวะเครียดจากการอดอาหาร เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ลดน้ำหนัก

อย่างไรก็ตาม สาวๆ หลายคนบ่นกันว่าทานแต่ผลไม้ ทั้งมะม่วง สับปะรด บางทีก็มีทุเรียนปนมาบ้าง ทำไมน้ำหนักไม่ลด …. ก็จะลดได้อย่างไรล่ะคะ ก็ในเมื่อผลไม้แต่ละอย่างต่างมีแป้งและน้ำตาลสูงๆ ทั้งนั้นเลย เพราะ “คาร์โบไฮเดรต” ไม่ใช่แค่ “ข้าว” อย่างเดียว แต่ในผลไม้ก็มีคาร์โบไฮเดรตเหมือนกัน ยิ่งทานเยอะก็มีโอกาสอ้วนได้แน่นอนเลยล่ะค่ะ

สำหรับผู้ที่อยากจะเริ่มจัดการด้านโภชนาการ อยากทาน Low Carb ในแบบที่ไม่ให้อ้วน ลองมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันทีละส่วนเลยค่ะ

1. คาร์โบไฮเดรตคืออาหารจำพวกแป้ง ข้าว ผัก ผลไม้ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
– Simple Carbohydrate คือ คาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย เปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เช่น ขนมเค้ก ของหวาน ครัวซองต์ ข้าว ข้าวเหนียว
– Complex carbohydrate คือ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อรับประทาน ร่างกายจะค่อยๆดูดซึม ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว เช่น พืชผัก ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ซีเรียล ธัญพืช
ดังนั้นการรับประทานคาร์โบไฮเดรตแบบ Complex carbohydrate จึงดีกว่า Simple carbohydrate
2. การรับประทานอาหารแบบ Low Carbohydrate Diet เป็นเวลานาน จะส่งผลต่อระดับเกลือแร่ในเลือดได้ เช่น ทำให้ระดับโปรแตสเซียมในเลือดต่ำ สารคีโตนสูง หรือทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด เป็นอันตรายกับร่างกายได้ จึงควรทำการตรวจวัดระดับในเลือดเป็นระยะๆ
3. การรับประทานอาหารแบบ Low Carbohydrate Diet ในระยะยาว ร่างกายอาจจะขาดเส้นใยอาหาร ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขับถ่าย การเสริมอาหารจำพวกไฟเบอร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ทั้งยังอาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินบางตัวที่มีในอาหารประเภทแป้ง ผัก และผลไม้ได้ จึงควรเสริมด้วยวิตามิน และเกลือแร่ในปริมาณที่เหมาะสม
4. ผู้ที่มีภาวะอ้วนแต่ละคนจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ควรทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเองว่าเป็นอย่างไร มีระบบการย่อยหรือการเผาผลาญ หรือที่เรียกว่า Metabolism ที่ดีหรือไม่ บางคนรับประทานน้อยก็ยังมีน้ำหนักเกินได้ เนื่องจากระบบการเผาผลาญไม่ดี อาจเกิดจากฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องการเผาผลาญ เป็นต้น การลดน้ำหนักที่ดี จึงควรวิเคราะห์ถึงสาเหตุและปรับแก้ไขให้เหมาะสม
5. ผู้ที่มีร่างกายไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้
6. ถ้าต้องการใช้วิธี Low Carbohydrate Diet ลดน้ำหนักในระยะยาว นานเกินกว่า 1 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และนักโภชนาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ทั้งยังป้องกันภาวะที่อาจเกิดเป็นอันตรายแก่ร่างกายได้

ได้ทราบกันไปแล้ว ก้บเรื่องของ Low Carb … ลองดูนะคะ ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน โดยเฉพาะสำหรับใครที่อยากสวยหุ่นดีมีกล้ามนิดๆ วิธีนี้เหมาะสมแน่นอนค่ะ และ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินก็น่าจะได้รู้จัก Low Carb กันมากขึ้น อาจจะพอเป็นข้อมูลดีๆไว้แนะนำคนรอบๆตัวได้บ้าง

สุดท้ายนี้ ดูแลเรื่องโภชนาการกันแล้ว อย่าลืมแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกายกันด้วยนะคะ ขอให้แข็งแรง หุ่นดี ฟิต แอนด์เฟิร์ม กันทุกคนค่ะ ^^

Advertisements

ลดน้ำหนักง่ายๆ แค่เติมกล้ามอีกนิด แล้วคุมอาหารอีกหน่อย

fit.jpg
การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้ได้ผลวิธีหนึ่ง คือการสร้างกล้ามเนื้อ จากการเล่นเวทเทรนนิ่ง ควบคู่ไปกับการทำคาร์ดิโอ ซึ่งกล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้นก็จะมีประโยชน์ในสองส่วน คือทำให้ร่างกายไม่ไปสลายกล้ามเนื้อเพื่อมาใช้เป็นพลังงาน แต่จะเปลี่ยนไปใช้ไขมันซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำรองแทน อีกทั้งกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น ยังจะเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญพลังงานในระหว่างวันอีกด้วย โดยมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ½ ก.ก. จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 40-50 Kcal ต่อวันเลยทีเดียวค่ะ

พลังงานที่ถูกเผาผลาญไปในระหว่างวันนี้ คือพลังงานในส่วนที่ได้จากอาหาร หรือ Dietary Fuel ซึ่งเมื่อร่างกายได้ใช้พลังงานในส่วนนี้ไปจนหมด เมื่อออกกำลังกายเพิ่มเติม ร่างกายก็จะดึงเอาพลังงานจาก Body Fuel มาใช้ จึงเป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้อย่างตรงจุด

ซึ่งการวางแผนด้านโภชนาการ เพื่อให้เหมาะสมนั้น โดยทั่วไป สัดส่วนของอาหารในแต่ละมื้อ ควรจะประกอบด้วย ผักอย่างน้อย 30% โปรตีน 30% คาร์โบไฮเดรต 30% และ ไขมันประเภท Monounsaturated Fat 10% ทั้งนี้ หากเป็นผู้ที่ออกกำลังกายหนักๆ อาจจะเพิ่มสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตได้มากขึ้นอีกในมื้อก่อนออกกำลังกาย เพราะร่างกายจะแปลงอาหารส่วนนี้ให้อยู่ในรูปไกลโคเจน ซึ่งร่างกายจะสามารถดึงออกมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น และยังเป็นตัวช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออีกด้วย
การทานอาหารนั้นเป็นสิ่งจำเป็นทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกายค่ะ ในขณะที่การทานอาหารก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชม. จะช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น และป้องกันอาการบาดเจ็บนั้น การทานอาหารหลังการออกกำลังกาย ในช่วงระยะเวลาระหว่าง 30-45 นาที ก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะเป็นช่วงที่ระบบไหลเวียนของเลือด และต่อมฮอร์โมนต่างๆ ยังทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้มีการลำเลียงสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยสารอาหารเหล่านี้จะไปทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เสียหายได้แก่ เนื้อเยื่อ เซลล์ หรือกล้ามเนื้อต่างๆ รวมถึงจะเป็นการป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ

ท้ายที่สุด หลังจากดูแลเรื่องโภชนาการกันแล้ว สิ่งที่สำคัญมากๆ ของการออกกำลังกาย คือการดื่มน้ำค่ะ น้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ ทั้งช่วยระบาย ขับถ่ายของเสีย เติมความชุ่มชื้น และทดแทนน้ำที่ร่างกายได้สูญเสียไปพร้อมๆ กับเหงื่อ การดื่มน้ำดื่มประเภทเกลือแร่หลายๆ ชนิด อาจจะต้องระวังส่วนผสมของน้ำตาลที่มาในรูปแบบต่างๆ เพราะถึงแม้จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกว่าสดชื่นขึ้น แต่ปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายรับเข้าไป อาจจะทำให้การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานของเราไม่ได้ผลเท่าที่ควรนะคะ

วันแห่งความรักปีนี้ เลือกดอกไม้ให้ตรงกับใจ

flower.jpg
วันแห่งความรักปีนี้ หนุ่มๆ ได้เลือกดอกไม้ไว้สื่อแทนใจกันบ้างหรือยังคะ
วันนี้ ขอเอาเกร็ดความรู้ดีๆ มาบอกกับหนุ่มๆ กันบ้าง จะได้เลือกดอกไม้ไว้สื่อได้ตรงกับที่ใจอยากจะบอก…. เพราะดอกไม้แต่ละชนิด ซ่อนความหมายดีๆ ไว้ต่างๆ กัน มาดูกันเลยค่ะ ว่าดอกไม้แต่ละดอก จะสื่อความหมายอะไรบ้าง

เริ่มจากคาร์เนชั่นขาว สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน เป็นรักแท้ ดอกคาร์เนชั่นแดง ในความหมายของคู่รักจะหมายถึงการออดอ้อน การง้องอน และอยากจะใกล้ชิด ส่วนคาร์เนชั่นชมพู แสดงถึงความรักที่ตราตรึงใจ ไม่อาจจะลบเลือนจากความทรงจำได้
ดอกทิวลิปแดง แสดงถึงความรักที่สมบูรณ์แบบ ความรักที่จริงจังและเปิดเผย ในขณะที่ดอกทิวลิปขาว หมายถึงความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ และ ดอกทิวลิปม่วง คือความรักที่จะจงรักภักดีตลอดไป
สำหรับดอกทานตะวัน สื่อถึงความรักที่ต้องอดทนและฟันฝ่า การยืนหยัด และความซื่อตรงในความรัก และ สุดท้ายดอกกุหลาบ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถแปรเจตนาเป็นอื่นได้ นอกจากการสื่อถึงความรักอย่างชัดเจน… โดยสียอดนิยม กุหลาบแดง หมายถึงความรัก ความสวยงาม และความสำเร็จ จึงมักมีการใช้กุหลาบแดงเพื่อแทนความหมายว่า “ฉันรักเธอ” เป็นการแสดงความรู้สึกอย่างจริงจังและลึกซึ้ง ส่วนกุหลาบขาว เป็นการสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ ความหวังดี มิตรภาพที่สวยงาม โดยไม่ต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน กุหลาบชมพู สื่อถึงความสุข ความคาดหวัง เป็นการแสดงถึงการเริ่มต้นความรักที่กำลังจะสานต่อไปเป็นความรักที่มั่นคงยาวนาน กุหลาบสีเหลือง แทนความห่วงใย ความสุข มิตรภาพ รวมไปถึงคำมั่นสัญญาที่มีต่อกัน
และสุดท้าย กุหลาบลาเวนเดอร์ หรือกุหลาบสีม่วง สื่อความหมายถึงความประทับใจเมื่อแรกเห็น หรือการตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบค่ะ

เอาล่ะค่ะ หนุ่มๆ ได้ทราบกันแล้ว ว่าจะเลือกดอกไม้อะไรไว้แทนใจ ในส่วนของสาวๆ ได้รับดอกไม้มาแล้ว จะทำอย่างไรให้ดอกไม้สวยไปนานๆ ลองมาเลือกดูวิธีเก็บรักษาดอกไม้กันค่ะ

ดอกไม้สด ที่อยากจะให้สดอยู่นานๆ ควรเก็บในแจกันค่ะ ตัดปลายก้านออกเล็กน้อย วันละประมาณ 1-2 ซม และหมั่นเปลี่ยนน้ำทุกๆ วัน สำหรับดอกกุหลาบ การตัดก้าน ให้ตัดเหนือข้อก้าน จะทำให้ดอกไม้สามารถดูดน้ำไปเลี้ยงกลีบใบได้ดีกว่า

ส่วนใครที่อยากจะเก็บเป็นดอกไม้แห้ง ลองเลือกจากสองวิธีนี้ค่ะ
นำดอกไม้ หรือช่อดอกไม้ แขวนกลับหัวลง ให้ก้านตรง และกลีบดอกห่อเข้าหาเกสร เลือกแขวนในที่ที่ไม่มีลมแรง อากาศไม่ชื้น และไม่มีแสงแดดแรงจนเกินไป ปล่อยไว้ไม่นาน ก็จะได้ช่อดอกไม้แห้ง ที่คงสภาพสวยงามไม่แพ้ในวันที่ได้ได้รับมาเลยล่ะค่ะ

และอีกทางเลือกนึง การอบแห้ง โดยใช้สารดูดความชื้น ซิลิกาเจลแบบเม็ดละเอียด เทใส่ภาชนะ เลือกดอกไม้ที่ต้องการอบแห้ง ตัดก้านออกให้ได้ขนาดที่พอเหมาะ ปักลงไปในซิลิก้าเจล จากนั้น ตักเจลกลบรอบๆ ดอกไม้จนท่วมกลีบดอกทั้งหมด นำไปใส่ในเตาไมโครเวฟ ทำความร้อนประมาณ 1 นาที ก่อนจะนำออกมาทิ้งไว้ให้เย็น เทเม็ดซิลิก้าออก และปัดส่วนที่ติดกับกลีบดอกออกให้หมด แค่นี้ ก็ได้ดอกไม้อบแห้งสวยๆ ที่จะเก็บไว้เตือนถึงความทรงจำดีๆ ได้อีกนานเลยล่ะค่ะ

กุหลาบ แทนความในใจ

7-31_History-Meaning-of-Red-Roses_MainHero-1024x549.png
เทศกาลวันแห่งความรัก คงเป็นไปไม่ได้ หากจะไม่นึกถึงความรักระหว่างหนุ่มสาว กับการบอกรักผ่านช่อดอกไม้สวยๆ แทนความในใจ และดอกไม้ยอดนิยมในเทศกาลนี้ ก็คงหนีไม่พ้นดอกกุหลาบที่มักจะถูกเลือกมาสื่อความในใจกันเป็นประจำ

ลองมาดูกันซักหน่อยดีกว่าค่ะ ว่ากุหลาบแต่ละสี มีความหมายอะไรซ่อนอยู่บ้าง เริ่มต้นที่สีแรก เป็นสียอดนิยมเลยทีเดียว กุหลาบแดง หมายถึงความรัก ความสวยงาม และความสำเร็จ จึงมักมีการใช้กุหลาบแดงเพื่อแทนความหมายว่า “ฉันรักเธอ” เป็นการแสดงความรู้สึกอย่างจริงจังและลึกซึ้ง สำหรับ กุหลาบขาว เป็นการสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ ความหวังดี มิตรภาพที่สวยงาม โดยไม่ต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน รวมถึงการเริ่มต้น การแต่งงาน และสร้างครอบครัว ในขณะที่ กุหลาบชมพู สื่อถึงความสุข ความคาดหวัง เป็นการแสดงถึงการเริ่มต้นความรักที่กำลังจะสานต่อไปเป็นความรักที่มั่นคงยาวนาน บางครั้งหมายถึงการแอบรัก และความรักแบบโรแมนติก ส่วนดอกกุหลาบสีเหลือง มักใช้แทนความห่วงใย ความสุข มิตรภาพ รวมไปถึงคำมั่นสัญญาที่มีต่อกัน อาจสื่อถึงความรักแบบเพื่อน และ กุหลาบลาเวนเดอร์ หรือกุหลาบสีม่วง สื่อความหมายถึงความประทับใจเมื่อแรกเห็น หรือการตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบค่ะ

หนุ่มๆ จะเลือกดอกกุหลาบสีไหนให้กับสาวๆ คงพอมีแนวทางกันแล้ว แต่แถมให้อีกนิดค่ะ กับจำนวนดอกกุหลาบที่เลือกให้ ก็เพราะจำนวนดอก ยังแอบมีความหมายที่ซ่อนอยู่กันอีกด้วย มาดูความหมายที่ซ่อนอยู่ ที่ฝรั่งเค้านิยามกันเอาไว้ซักหน่อย

ดอกกุหลาบ 1 ดอก – You’re the only one in my heart or Love at first sight
ดอกกุหลาบ 2 ดอก – There will only be the two of us, you and me
ดอกกุหลาบ 3 ดอก – I Love You
ดอกกุหลาบ 5 ดอก – Love with no regret, I wanna be yours
ดอกกุหลาบ 9 ดอก – Love forever, Eternity และ
ดอกกุหลาบ 11 ดอก – Love you most, You’re my treasure

เอาล่ะค่ะ ได้ความหมายกันไปครบถ้วนแล้ว กับเรื่องของดอกไม้สำหรับวันแห่งความรัก ใครที่มีคนพิเศษที่อยากจะสื่อความในใจ ยังพอมีเวลา รีบไปเลือกดอกไม้กันได้แล้วล่ะค่ะ ^^