ชะลอวัย… เมื่ออยากจะหยุดเวลาไว้ที่ตรงนี้

breakfast-strawberry-blueberry-apricot-apple

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากปล่อยให้ตัวเองดูแก่กว่าวัย หรือแม้แต่จะดูแก่สมวัยก็ตาม… จริงไม๊คะ
เรื่องไม่ยอมแก่ คงจะต้องยกให้สาวๆ กันเลยล่ะค่ะ ก็ไม่ว่าสาวคนไหนก็อยากที่อยากจะดูสาว ดูสวยอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมแพ้ให้กับตัวเลขของวัยที่เพิ่มขึ้นมาในทุกขณะ แม้ว่าหลายๆ ครั้ง อายุอาจจะขึ้นเลขหลายหลักกันไปแล้วก็ตาม  แต่จะทำอย่างไรดี เมื่อสภาพร่างกายเปลี่ยนไปตามวันเวลา และริ้วรอยต่างๆ เริ่มถามหา นี้เรามีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการเลือกทานอาหารที่จะช่วยหยุดความสวย ชะลอความเสื่อมของร่างกายให้อยู่กับเราแบบแข็งแรงๆ นานๆ มาฝากกันค่ะ

หยุดผิวเหี่ยวย่น
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงผิวก็ลดลง ทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนดังก่อน “เต้าหู้” ขาวๆ อวบๆ นี่หละค่ะช่วยได้ เพราะเต้าหู้มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง มีส่วนช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ผิวพรรณผ่องใส ช่วยหยุดยั้งผิวที่ซีดเซียว เหี่ยวแห้งให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

หยุดผมขาวไม่น่ามอง
ผมที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีไปทีละเส้น อาจเป็นปัญหาที่คอยบั่นทอนความมั่นใจของคุณสาวๆ การย้อมผมอาจเป็นตัวช่วยหนึ่ง แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กันคือ การรับประทาน “วอลนัท” เพราะวอลนัทอุดมไปด้วย ทองแดง และทองแดงนี้จะช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร

หยุดสายตาฝ้าฟาง
ปัญหาเรื่องสายตาเป็นปัญหาอันดับต้นๆ เลยนะคะ สำหรับผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งการดูแลรักษาดวงตานั้นเราควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ลองเลือกผลไม้ที่มีประโยชน์ตามนี้ค่ะ ผลไม้ที่จะช่วยบำรุงสายตาได้แก่ผลไม้ในตระกูลเบอรี่ โดยเฉพาะ “บูลเบอรี่” ค่ะ เพราะผลสีม่วงๆ ของบลูเบอรี่จะมีแอนโทไซยานิน (anthocyanin) อยู่ และสารนี้เองล่ะค่ะที่ช่วยในเรื่องของการมองเห็น หรือจะเลือกทานคู่กันกับ “แอปริคอท” ก็ได้ เพราะแอปริคอทอุดมไปด้วยสารเบตาแคโรทีน ที่ช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตาค่ะ

หยุดอาการหลงๆ ลืมๆ
เดี๋ยวลืมโน่น ลืมนี้ ขนาดแว่นที่กำลังใส่อยู่ยังลืมได้… ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเซลล์สมองเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา แต่เราสามารถยืดอายุสมองให้ยาวนานได้ด้วยการรับประทาน “มะเขือม่วง” เพราะในเปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) สารที่มีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องเซลล์สมองของเราจากการถูกทำลาย เพื่อคงความปราดเปรื่องของสมองเราไว้ค่ะ

เมนูง่ายๆ หาทานได้ทั่วไปแบบนี้ล่ะค่ะ ที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ของทั้งผิว ผม สายตา รวมทั้งสมองของเราให้อ่อนเยาว์ และมีอายุยืนยาว วันนี้ ได้ความรู้ดีๆ กันแล้ว อย่าลืมนำไปใช้กันด้วยนะคะ

ด้วยความรัก และใส่ใจสุขภาพของทุกๆ ท่านค่ะ ^^

Advertisements

น้ำ.. เพื่อสุขภาพ และความงาม

water
ผ่านพ้นไปแล้วกับวันสงกรานต์ แต่อากาศก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดความร้อนแรงลงบ้างเลย หลายๆ คน ออกไปสนุกกับเทศกาล ลุยแดด ลุยความชื้น และฝุ่นควันกันมาหลายวัน คงถึงเวลาต้องกลับมาดูแลผิวกันซักหน่อยแล้วล่ะค่ะ

อากาศร้อนๆ นอกจากร่างกายจะสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อ ทำให้ร่างกายอ่อนโรยได้ง่าย แล้ว การขาดน้ำในร่างกายยังมีผลต่อสุขภาพผิวของเราอีกด้วย วันนี้ เรามาทำความเข้าใจกันค่ะ ว่าน้ำจำเป็น มีความสำคัญต่อสุขภาพผิวของเราอย่างไรบ้าง

ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำมีความจำเป็นต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ทั้งระบบการหมุนเวียนของเลือด ระบบย่อยอาหาร ระบบการปรับอุณหภูมิของร่างกาย รวมไปถึงระบบการขับถ่ายของเสีย ร่างกายจึงจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำที่เพียงพอ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ร่างกายขาดน้ำไป นอกจากจะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวนแล้ว ก็จะทำให้ผิวสวยๆ ขาดความชุ่มชื่น สดใส และเกิดอาการแพ้ได้ง่ายๆ อีกด้วย

ในส่วนของผิวหนังของเรานั้น เนื่องจากผิวหนังของเราประกอบไปด้วยชั้นของเซลล์หลายๆ ชั้น โดยชั้นบนสุดคือเซลล์ของผิวหนังที่ตายแล้ว ที่เรามักจะขัดถู โดยใช้สคลับเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ซึ่งปกติผิวของเรานั้น ถ้าดูลึกลงไปในส่วนของเซลล์ จะพบว่ามีการเรียงตัวของเซลล์ในลักษณะยาวรีคล้ายใบไม้เรียงต่อกันเป็นตาข่าย โดยที่แต่ละเซลล์นั้นจะมีน้ำไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ถ้าได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอผิวจะดูสวย สดใส เพราะเมื่อแสงตกกระทบก็จะเกิดประกายที่ผิว อย่าที่เรามักเรียกกันว่า “ดูมีน้ำ มีนวล” แต่ถ้าเมื่อใดที่ผิวของเราขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง เซลล์ผิวของเราจะเล็ก ฟีบลง ดูเหี่ยวแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา และ นอกจากในส่วนของเซลผิวแล้ว ทั้งรอบๆ เซลล์ และในชั้นคอลลาเจน ก็ต้องการน้ำเพื่อความตึงตัวเช่นกัน จึงเป็นเหตุผลง่ายๆ ว่าทำไมผิวสวยๆ จึงไม่ควรขาดน้ำค่ะ

เซลล์ผิวที่ขาดน้ำ เมื่อเราลองสัมผัส ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวจะหยาบ และกระด้าง ขาดความยืดหยุ่น จนบางครั้งถ้าผิวแห้งมากๆ อาจเกิดเป็นจุด หรือจ้ำแดงๆ และมีอาการแพ้ต่อสารเคมี หรือฝุ่นควันต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญ อาจเริ่มมีปัญหาในการใช้เครื่องสำอาง ที่ไม่ใช่เพียงอาการแพ้ง่าย แต่เมื่อแต่งหน้าแล้ว ก็อาจทำให้เครื่องสำอางไม่ติด รองพื้นแล้วหน้าเป็นขุย หรือทาครีมแล้วครีมไม่ซึมลงสู่ผิว เนื่องจากผิวที่ขาดน้ำนั้นจะไม่ดูดซึมอะไรเลย และจะเริ่มแสดงอาการโทรม ใบหน้าอิดโรย ไม่สดใส ออกมาในที่สุด

ทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือการเติมน้ำให้กับร่างกาย โดยดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และสำหรับช่วงเวลาที่ดีในการดื่มน้ำ ไล่ตามนี้เลยค่ะ
เวลาตื่นนอน ควรดื่มประมาณ 1 แก้ว เพื่อลดความเข้มข้นของเลีอด และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในให้ตื่นตัว
เวลาสายๆ หรือ 9-10 โมงเช้า ควรดื่มประมาณ 2 แก้ว เพื่อชำระของเสียออกจากร่างกาย
เวลาเที่ยงๆ หรือ ก่อนอาหาร 15 นาที ควรดื่มประมาณ ครึ่งแก้ว เพื่อช่วยให้ระบบการย่อยดีขึ้น แต่ถ้าใครอยากลดน้ำหนัก ลองเพิ่มปริมาณน้ำอีกซักนิด เป็น 1-2 แก้ว เพื่อจะได้อิ่มเร็วขึ้น
เวลาหลังอาหาร หลังจากมื้ออาหารประมาณ 40 นาที ควรดื่มน้ำประมาณครึ่งแก้ว เพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร แต่ช่วงเวลานี้ไม่ควรดื่มน้ำเยอะเกินไป เพราะจะไปเจือจางน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้น้ำย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่
เวลาก่อนนอน ควรดื่มน้ำประมาณ 1 แก้ว เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงภาวะเส้นเลือดในสมองแตก หรือหัวใจวาย และช่วยชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร แต่ไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้ว เพราะจะทำให้ไตทำงานหนักในระหว่างหลับ และตื่นมาปัสสาวะในช่วงกลางดึก เป็นสาเหตุทำให้นอนหลับไม่สนิท

ทั้งนี้ นอกจากการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายที่เหมาะสม และการพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวอีกด้วยค่ะ

เดือนเมษายน กับอากาศร้อนๆ และแสงแดดแรงๆ วันนี้ ได้ความรู้เกี่ยวกับน้ำกันไปแล้ว อย่าลืมรีบไปเติมน้ำให้ร่างกายกันด้วยนะคะ ^^

#lifecenter #QHouseLumpini
เครดิตภาพ : -wowgolfer.com-

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเล่นน้ำสงกรานต์

SunBlock
อากาศร้อนๆ แดดแรงๆ ใครจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมกันด้วยนะคะ ทั้งดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการเสียน้ำจากเหงื่อ ระมัดระวังเรื่องความสะอาดของน้ำดื่ม และอาหารที่ทาน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่จอแจ ที่อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย และข้าวของได้ และสุดท้าย ห้ามลืมเลยค่ะ ทาครีมกันแดดก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กันด้วย
ว่าด้วยเรื่องครีมกันแดด วันนี้ มาทำความเข้าใจกับเรื่องของครีมกันแดดกันซักหน่อยดีกว่าค่ะ

ครีมกันแดดแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ Chemical Sunscreen และ Physical Sunscreen
เรามาเริ่มต้นกันที่ Chemical Sunscreen กันก่อนค่ะ
ครีมกันแดดประเภท Chemical Sunscreen ใช้คุณสมบัติในการดูดกลืนรังสี UV เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด ก่อนที่สารเคมีสะสลายตัวไปเอง Chemical Sunscreen มีทั้งแบบที่ละลายในน้ำมันและละลายในน้ำ ทำหน้าที่ช่วยให้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ทั้งในชั้นหนังกำพร้า และในชั้นหนังแท้ โดยครีมกันแดดชนิด Chemical Sunscreen ที่มีค่า SPF สูงๆจะมีสารกันแดดรวมกันหลายๆ ชนิด เพื่อให้การดูดกลืนรังสี UV ที่มีช่วงความถี่ของคลื่นต่างๆ กัน ครอบคลุมได้มากขึ้น และช่วยให้สามารถดูดกลืนรังสี UV ไว้ได้มากขึ้น กระนั้น การใช้ครีมกันแดดชนิดเคมีที่มีค่า  SPF สูง เกินความจำเป็นอาจทำให้มีการสะสมสารกันแดดไว้ในผิวมาก ทำให้ผิวเกิดอนุมูลอิสระ และเกิดความร้อนภายในผิวชั้นใน อาจทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วโดยไม่จำเป็นได้ค่ะ

การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีสารกันแดดชนิด Chemical Sunscreen ควรปฎิบัติดังนี้ค่ะ
1.ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที
2.ควรทาครีมกันแดดซ้ำ ทุก 2 ชั่วโมง
3.ควรระมัดระวังในการใช้ครีมกันแดดชนิดนี้ เนื่องจากอาจมีผลทำให้เกิดปฎิกริยา Oxidation ที่ผิว ทำให้เกิดความร้อนที่ผิวมากขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น

ครีมกันแดดอีกประเภท คือ ครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen ที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวโดยการสะท้อนรังสี ด้วยสารกันแดดในกลุ่มแร่ธาตุ โดยสารที่นิยมใช้ได้แก่ ไทเทเนียมไดออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์
ความแตกต่างในคุณสมบัติของครีมกันแดดในกลุ่มนี้ อยู่ที่ขนาดของอนุภาค ความละเอียด ชนิดของผลึก ความสามารถในการกระจายตัว ความเสถียร ความสามารถในการเกาะติดผิว โดยขนาดของอนุภาคที่เหมาะสม ควรอยู่ระหว่าง 100-10 นาโนเมตร จึงจะมีประสิทธิภาพในการปกป้องทั้งยูวีเอ ยูวีบี และกระจายได้ทั่วถึงโดยไม่ทำให้เกิดสีขาววอกเวลาใช้
ครีมกันแดด ชนิด Physical Sunscreen มีข้อดีคือ ไม่ทำให้ผิวเกิดความร้อน จึงอ่อนโยนและก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยกว่าครีมกันแดดชนิด Chemical Sunscreen เพราะแร่ธาตุที่ใช้ เป็นของแข็งที่ไม่ซึมซาบเข้าสู่ผิวชั้นลึก ทำหน้าที่เพียงสะท้องแสง UV เท่านั้น และแม้ว่าอนุภาคมีขนาดเล็กกว่า 40 นาโนเมตร ก็จะสะสมในชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ไม่ซึมสู่ผิวชั้นหนังแท้เหมือนครีมกันแดดชนิดเคมี
โดยขนาดอนุภาคของสารกันแดด จะมีผลในการสะท้อนรังสี ที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน คือ

ขนาดอนุภาค 40 – 80 นาโนเมตร จะสะท้อนรังสีทั้ง UVB ,UVA และ V Ray ได้ดี มักใช้ในครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15-30 เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปที่ออกแดดสลับกับอยู่ในร่ม การต้องโดนแสงไฟตลอดเวลา หรือการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

ขนาดอนุภาค 10-40 นาโนเมตร จะสะท้อนรังสี UVB ได้ดีกว่า ทำให้ได้ค่า SPF ที่สูงได้ถึง 40 ขึ้นไป แต่ไม่สะท้อนรังสี UVA และ V ray จึงเหมาะกับการใช้เวลาออกแดดแรง ๆ นานๆ ทว่าจะไม่เหมาะกับการปกป้องผิวจากแสงแดดในที่ร่ม
ครีมกันแดดชนิด Physical Sunscreen นี้ สามารถทาก่อนออกแดดได้ทันที และไม่จำเป็นต้องทาซ้ำบ่อยๆ ที่สำคัญไม่ซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึก จึงไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมที่ผิว หรืออาการระคายเคืองจากสารเคมีอีกด้วยค่ะ

นอกจากคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดแล้ว ครีมกันแดดที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด อาจมีส่วนผสมของสารที่ช่วยบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้น หรือช่วยลดริ้วรอย เป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเป็นทางเลือก การเลือกซื้อก็ต้องพิจารณาที่คุณภาพ และมาตรฐานของแต่ละยี่ห้อค่ะ

เอาล่ะค่ะ ได้ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับครีมกันแดดกันไปครบถ้วน คราวนี้ คงถึงเวลาเตรียมตัวไปสนุกกับสงกรานต์แบบไม่ต้องกลัวผิวดำคล้ำกันแล้วล่ะค่ะ เสร็จแล้ว หลังจากสงกรานต์ ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดกันเป็นประจำด้วยนะคะ หน้าร้อนอย่างช่วงนี้ ผิวสวยๆ จะได้ไม่ถูกทำร้ายด้วยแดดแรงๆ ค่ะ ^^

สงกรานต์ กับอาการป่วยที่ควรระวัง

thailanct.jpg
สงกรานต์ปีนี้ หลายหน่วยงานออกมาชักชวนให้ช่วยกันประหยัดน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำสำรองมีน้อย แต่เทศกาลสงกรานต์วันปีใหม่ของไทยทั้งที จะให้ไม่มีการเล่นน้ำกันซะเลยก็คงจะเหมือนขาดอะไรไป อย่างไรก็ชวนกันให้เล่นน้ำสงกรานต์กันแบบพอประมาณละกันนะคะ

ไหนๆ ก็จะเข้าสู่ช่วงสงกรานต์กันแล้ว สัปดาห์นี้เลยขอสลับมาเป็นหัวข้อที่เกี่ยวกับเทศกาลกันซักหน่อย กับการดูแลสุขภาพ และอาการป่วยที่ควรจะให้ความสำคัญ ระมัดระวังกันสำหรับใครๆ ที่เตรียมตัวจะไปเล่นน้ำสงกรานต์กันค่ะ

อากาศร้อนๆ เล่นน้ำสงกรานกันเปียกชุ่ม อาการป่วยที่ควรระวังกัน มีหลายอย่างเลยค่ะ มาไล่กันทีละอย่างเลยดีกว่า
เริ่มต้นด้วย โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก อาการที่หลายๆ คนคิดว่าไม่รุนแรง แต่แท้ที่จริง สำหรับบางกรณี หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง อาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตกันได้เลยคะ  ที่สำคัญ โรคลมแดด เป็นโรคที่คนที่มีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ ก็สามารถเป็นได้ คือเมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายสูญเสียน้ำมาก เป็นเวลานานๆ ทำให้เลือดมีความเข้มข้นสูงขึ้น และร่างกายปรับตัวกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่ทัน อาจทำให้มีอาการกระหายน้ำมากๆ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ ช็อก จนอาจถึงขั้นหมดสติได้ การป้องกันอาการของโรคลมแดด ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด หรือที่ร้อนอบอ้าว เป็นเวลานานๆ ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากยิ่งขึ้นค่ะ
และในกรณีที่มี่ผู้ป่วยเป็นโรคลมแดด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดยให้นอนราบลง ยกเท้าทั้งสองข้างให้สูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด คลายเสื้อผ้าที่แน่นออก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือใช้น้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ พร้อมๆ กับพัด หรือใช้พัดลมช่วยเป่าเพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดความร้อน และลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลง จากนั้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วค่ะ

โรคต่อมา คือ โรคตาแดง ซึ่งเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยมีสาเหตุมาจากการสัมผัสกับเชื้อโรค หรือสิ่งที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตา ที่คลุมหนังตาบน และล่าง รวมถึงเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว
โรคตาแดงนั้นอาจเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง โดยเกิดได้ทั้งจากติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส อาการภูมิแพ้ หรือ จากการสัมผัสสารที่ระคายเคืองต่อตา และ สำหรับในช่วงสงกรานต์ สิ่งที่ควรระมัดระวัง คือการสัมผัสกับเชื้อโรคที่มากับน้ำที่ไม่สะอาด การเล่นน้ำสงกรานต์ควรใส่แว่นตากันน้ำ เพื่อระมัดระวังไม่ให้น้ำที่อาจจะไม่สะอาดกระเด็นเข้าตา และหากเกิดอาการตาแดง แม้ว่าเป็นโรคที่โดยทั่วไปแล้วสามารถหายเองได้ในระยะ 1-2 สัปดาห์ แต่การพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

โรคต่อมาที่ควรระมัดระวังกัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน หน้าร้อนของไทย เป็นโรคที่เกี่ยวกับความสะอาดของอาการที่เราทานกัน โรคอาหารเป็นพิษ เพราะสงกรานต์เป็นช่วงที่อากาศร้อน และแห้ง เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายๆ ชนิด อาหารต่างๆ ก็อาจบูดเสียได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ หรือนม นอกจากนั้น การทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด ก็อาจทำให้เกิดโรคดังกล่าวได้เช่นกัน อาการที่เกิดขึ้นในผู้ป่วย ได้แก่อาการถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งในรายที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดภาวะช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้น ควรระมัดระวังในการเลือกอาหาร รวมทั้งดื่มน้ำดื่มที่สะอาด เพื่อป้องกันอาการอาหารเป็นพิษกันด้วยค่ะ

นอกเหนือจากอาการของโรคที่ควรระมัดระวังข้างต้นแล้ว การเล่นน้ำเป็นระยะเวลานานๆ และอยู่ในชุดที่เปียกชื้นตลอดเวลา ยังอาจส่งผลให้เกิดอาการของเชื้อราจากความอับชื้น อาการผื่นแพ้ และอาการของโรคผิวหนังได้อีกด้วย ก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ อย่าลืมเลือกเสื้อผ้าที่บาง แห้งง่าย และไม่หนาจนทำให้เกิดความอับชื้นเป็นเวลานานๆ และควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แห้งในทันที่ หลังเล่นน้ำสงกรานต์เสร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอาการอับชื้นที่จะก่อให้เกิดอาการของโรคผิวหนัง และเชื้อราค่ะ

เอาล่ะค่ะ ทราบกันไปแล้ว ถึงอาการและโรคต่างๆ ที่ควรจะระมัดระวังในช่วงสงกรานต์ ก่อนออกไปเล่นน้ำกัน ขอให้ป้องกัน และดูแลสุขภาพกันให้พร้อมด้วย ที่สำคัญอย่าลืมทาครีมกันแดดแบบกันน้ำ ที่มีค่า SPF มากกว่า 50+ เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดดและ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อชดเชยกับน้ำที่ร่างกายเสียไปด้วยนะคะ สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ^^

———-
ขอบคุณภาพจาก –thailanct.hcmussh.edu.vn-