อาหารจีน คุณประโยชน์ที่มาคู่กับความเป็นมงคล

IMG_11491
วันนี้ มีเรื่องอร่อยๆ มาฝากกันค่ะ
เป็นที่ทราบกันดี ว่าวัฒนธรรมของชาวจีนหลายๆ อย่าง ได้ฝังรากลึก กลมกลืนอยู่ในวัฒนธรรมของไทยเรา ซึ่งก็รวมถึงเรื่องของอาหารการกิน ที่ชาวจีนมักจะเลือกทานอาหารที่ดี และเป็นมงคล ยิ่งในช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ อาหารก็จะถูกคัดสรรเป็นพิเศษอีกด้วย
รู้ไหมคะ ว่าอาหารจีนหลายๆ เมนู นอกจากจะมีความหมายที่สื่อถึงเรื่องราวดีๆ แล้ว แต่ละเมนูยังซ่อนประโยชน์เอาไว้อีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการบำรุงสุขภาพ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าแต่ละเมนูจะมีประโยชน์อะไรซ่อนอยู่บ้าง

“ลูกชิ้นปลา” ตามความเชื่อของชาวจีนนั้น ลูกชิ้นปลากลมๆ สีขาว มีหมายถึง ความสมบูรณ์ มีเหลือกินเหลือใช้ เพราะความกลมของลูกชิ้นหมายถึงความราบรื่น จะทำงานการอะไรก็สำเร็จได้โดยง่าย ไร้อุปสรรคค่ะ
ประโยชน์ของลูกชิ้นปลา มาจากวัตถุดิบที่เลือกใช้ เพราะการจะทำลูกชิ้นให้อร่อยก็จะต้องใช้ปลาทะเลหลายชนิดผสมกันจนเป็นสูตรเฉพาะ เนื่องจากปลาทะเลจะมีกล้ามเนื้อที่เหนียวนุ่มกว่าปลาน้ำจืด และยังมีกลิ่นคาวน้อย อร่อย เป็นที่ชื่นชอบของสมาชิกทั้งครอบครัว ด้วยวัตถุดิบจากเนื้อปลาทะเลนี่ล่ะ ที่ทำให้ลูกชิ้นปลาอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมองค่ะ

“ผัดตับกับกุยช่าย” ภาษาจีนนั้น คำว่า “ตับ” จะออกเสียงว่า “กัว” ที่แปลว่า ขุนนาง และ “กุยช่าย”จะออกเสียงว่า “กุ่ย” ที่แปลว่า แพง รวย เมนู ผัดตับกับกุยช่าย จึงหมายถึงยศศักดิ์ และฐานะที่ดี
ประโยชน์ของตับนั้น มาจากส่วนประกอบหลักที่เป็นโปรตีน สารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการเพื่อใช้ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนั้น ตับยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินเอ ช่วยสร้าง บำรุงรักษาผิวหนัง และผนังเยื่อจมูก ช่องในลำไส้ ทำให้เนื้อเยื่อในตาแข็งแรง อีกทั้งตับอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในระบบหมุนเวียนเลือด ช่วยเสริมสร้างฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่รวมตัวกับออกซิเจนเพื่อนำไปเลี้ยงสมอง และอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย
สำหรับกุยช่ายนั้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม รวมถึงวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงเซลล์ในส่วนต่างๆ ของดวงตาให้แข็งแรง และเป็นสิ่งจำเป็นในการเปลี่ยนแสง ไปอยู่ในรูปของสัญญาณประสาทที่ส่วนของจอตา ช่วยในการมองเห็น และสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ผักสีเขียวเข้มอย่างกุยช่ายยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด และช่วยขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
กลิ่นฉุนของกุยช่ายเกิดจากสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารประกอบกำมะถันที่มีฤทธิ์ในการลดคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด ลดความดันเลือด ซึ่งเราสามารปรุงโดยความร้อนเพื่อให้มีรสหวานขึ้น และมีกลิ่นฉุนลดลง แต่ถ้ากินสด ๆ ก็จะได้รับวิตามินซีมากกว่าค่ะ ที่สำคัญกุยช่ายเขียวจะ ให้เบตาแคโรทีนมากกว่ากุยช่ายขาวนะคะ

“แกงจืด”ความเชื่อของชาวจีนนั้น “น้ำแกง” เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตลูกหลาน รสของน้ำแกงที่หวานกลมกล่อม ก็จะหมายถึงชีวิตลูกหลานที่จะราบรื่นตามไปด้วย ในภาษาจีนนั้นคำว่า “แกงจืด” จะออกเสียงว่า “เช็ง-ทึง”และคำว่า “เช็ง” นี้เองที่แปลว่า ใส หรือหวาน
ประโยชน์ของแกงจืดที่มีต่อร่างกาย คือ น้ำซุปส่วนใหญ่มักปรุงจากกระดูก เนื้อสัตว์ ผัก หรือเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ
“เป๋าฮื้อ”ในภาษาจีน จะเรียกหอยชนิดนี้ว่า เป๋าฮื้อ เหมือนบ้านเรา สำหรับคำว่า “เป๋า” สำหรับภาษาจีนจะแปลว่า “ห่อ” ส่วนคำว่า “ฮื้อ” นั้นจะมีความหมายว่า “เหลือกินเหลือใช้” เป๋าฮื้อจึงหมายความถึงการห่อความมั่งคั่งเหลือกินเหลือใช้นั่นเองค่ะ
“เต้าหู้”ความเชื่อของชาวจีนนั้น เต้าหู้หมายถึง ความสุขในชีวิต รวมถึงบุญกุศลอีกด้วย ในภาษาจีนออกเสียงเต้าหู้ว่า “โต ฟู ฟู” ที่แปลว่า บุญ และ ความสุข
ประโยชน์ของเต้าหู้ที่มีต่อร่างกาย คือ เต้าหู้ เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะสารอาหารประเภทโปรตีน เต้าหู้ให้โปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์บางชนิดถึงสองเท่าในปริมาณที่เท่ากัน และยังมีราคาถูกอีกด้วย ทั้งยังเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีคอเลสเตอรอล นอกจากนั้นยังมีเลซิติน ที่ช่วยลดไขมันและช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวกับความทรงจำ และมีฮอร์โมนจากพืชคือ ไฟโตเอสโทรเจน ที่มีการวิจัยพบว่ามีผลในการป้องกันมะเร็ง และเป็นผลดีต่อผู้หญิงในช่วงก่อนหมดประจำเดือน คือช่วยชะลอภาวะหมดประจำเดือน และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมอีกด้วยค่ะ
“สาหร่ายทะเล” ความเชื่อของชาวจีนนั้น สาหร่ายสื่อถึงความร่ำรวย รวมไปถึงความโชคดีชีวิต ในภาษาจีนสาหร่ายจะออกเสียงว่า “ฮวกฉ่าย”ที่มีความหมายว่า โชคดี ร่ำรวย
ประโยชน์ของสาหร่ายที่มีต่อร่างกายคือ อุดมไปด้วย ไอโอดีน ร่างกายของเราต้องการไอโอดีนประมาณ 0.1-0.3 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันโรคคอพอก นอกจากนั้นยังมี ธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูมีน้ำมีนวล บำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นมันเงางาม รวมทั้งมี สังกะสี ที่เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีใยอาหาร ช่วยทำให้ท้องไม่ผูก และยังช่วยเร่งการขับถ่ายสารพิษต่างๆ ในทางเดินอาหารอีกด้วยค่ะ

เรื่องราว ภูมิปัญญา ความรู้ และประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวจีน ล้วนถูกถ่ายทอดผ่านความวิจิตรบรรจงของการปรุงอาหารแต่ละเมนู ทั้งในเรื่องของความเป็นมงคลในการเรียกขาน และคุณค่า ประโยชน์ที่มีต่อร่างกาย
ได้ความรู้ดีๆ กันแล้ว ใครชอบใจกับเมนูไหน เลือกหาทานกันได้เลยนะคะ

สำหรับบทความในวันนี้ ขอขอบคุณภัตตาคาร #LeeCafe ชั้น G #LifeCenter #QHouseLumpini ที่ได้เอื้อเฟื้อข้อมูลดีๆ ค่ะ
พบกับสาระ ความรู้ดีๆ ได้ที่ Life Center Blog พื้นที่ของคนรักสุขภาพ หรือติดตามในช่องทางอื่นๆ ของ Life Center ได้เป็นประจำผ่านช่องทาง www.lifecenterthailand.com นะคะ

Advertisements

กำลังใจ

10478579_839066742791612_1863273049551876715_n
วันนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คน ที่กำลังต่อสู้อยู่บนโลกใบน้อยๆ ด้วยบทความนี้ค่ะ ^^
ทุกชีวิตล้วนประกอบไปด้วยความสุข ความทุกข์ ความสมหวัง ความผิดหวัง เกิดขึ้นสลับกันไปตลอดเวลา… เมื่ออยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุขสมหวัง เราก็มักจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวแห่งรอยยิ้ม และวันคืนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนหลายๆ ครั้ง เราไม่ได้เตรียมใจเผื่อไว้ให้กับอีกด้านหนึ่งของชีวิต ช่วงเวลาของทุกข์ และความผิดหวัง ช่วงเวลาที่หลายๆ คน จมอยู่กับความหดหู่ ท้อแท้ และดูเหมือนว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเสียเหลือเกิน..

ต้นไม้หลายๆ ชนิด ผลิดอกสีสดสวย งดงามไปทั้งต้น ก็เมื่อถูกลิดใบ ตัดกิ่ง ถูกแล้งน้ำ จนแทบจะทนอยู่ไม่ได้ สัญชาตญาณของความอยู่รอดจึงได้ให้ไม้นั้นรีบผลิดอก ออกผล เพื่อสานต่อ ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป… แบบอย่าง ของการไม่ยอมแพ้ โดยไม่พยายามต่อสู่ดิ้นรน…
หากไม้นั้น ได้ยอมแพ้ให้กับความแล้ง กันดาร โดยไม่พยายามต่อสู้ดิ้นรนใดๆ เราคงไม่มีโอกาสจะได้เห็นดอกงามชูช่อผลิบานเป็นแน่…

ชีวิต เมื่อรู้สึกว่าอยู่ในช่วงแห่งความทุกข์ถึงที่สุด เมื่อรู้สึกถึงช่วงเวลาที่หดหู่ ตกต่ำอย่างที่สุด… แทนที่จะจมอยู่กับความหดหู่ ท้อแท้.. ลองมองในอีกมุม มุมที่ว่า ทุกสิ่ง เมื่อตกลงถึงที่สุด ก็ไม่สามารถที่จะตกต่ำไปได้มากกว่านั้นอีก เมื่อกราฟของชีวิตได้ตกลงถึงจุดต่ำสุด ก็ไม่สามารถจะดิ่งลงไปได้มากกว่านั้น หากแต่เป็นช่วงเวลาที่เส้นกราฟรอจังหวะที่จะเริ่มเชิดขึ้นอีกครั้ง
เมื่ออยู่ที่จุดที่ต่ำที่สุดแล้ว ทุกข์จนถึงที่สุดแล้ว ช่วงเวลาต่อไป ก็จะไม่หนักหนาไปกว่านั้น มีแต่จะต้องดีขึ้น ความพยายาม และพลังของเรา จะทำให้เรื่องราวต่างๆ เริ่มดีขึ้น มากน้อยตามแต่เหตุปัจจัย ขอเพียงเราเชื่อมั่นในพลังของชีวิต พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน พลังที่จะทำให้เราสามารถดิ้นรน ต่อสู้ได้ต่อไป

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกถึงทางตัน เมื่อรู้สึกถึงความสิ้นหวัง ลองมองหาดอกไม้สักดอกเป็นเครื่องเตือนใจ… เตือนใจเรา ไม่ให้ยอมแพ้ และสร้างพลังในการดิ้นรนต่อสู้ต่อไป… ต่อสู้ดิ้นรน เพื่อผลิดอก ชูช่อที่งดงาม ด้วยพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเราค่ะ ^^