ไขข้อข้องใจ เกี่ยวกับการดูแลรักษาฟัน (สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน)

wp2
หลังจากที่เราได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลฟัน ตั้งแต่ในวัยเด็ก จนถึงวัยรุ่นกันไปแล้ว วันนี้เรามาดูกันต่อดีกว่าค่ะ ว่าในวัยทำงานมีเรื่องอะไรที่เราควรใส่ใจดูแลฟันเป็นพิเศษบ้าง ทันตแพทย์อภิรักษ์ กิตติชัยศรี จาก Stardent Dental Clinic มีคำแนะนำดีๆ รวมทั้งเรื่องราวน่ารู้ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องฟันของคนในช่วงวัยทำงานมาฝากกันค่ะ

ช่วงอายุของคนในวัยทำงาน จะนับอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป เป็นช่วงที่จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มีงานทำ หารายได้ด้วยตัวเอง ต้องเข้าสังคมที่เป็นทางการมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็มีความรับผิดชอบมากขึ้นด้วย ในเรื่องของการดูแลทำความสะอาดร่างกายรวมทั้งช่องปากจึงดีมากขึ้นโดยปริยาย

ดูแลฟันง่ายๆ
การทำความสะอาดฟันในชีวิตประจำวัน มีขั้นตอนง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน ใช้ไหมขัดฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

พฤติกรรมทำร้ายฟัน
นอกเหนือจากการทำคามสะอาดฟันตามปกติแล้ว สิ่งที่ต้องระวัง โดยเฉพาะช่วงวัยทำงานนั้น รวมถึงพฤติกรรมการทานของขบเคี้ยว อมลูกอม ในระหว่างวัน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อฟันผุ การเคี้ยวของแข็งเวลาต้องขบคิด หรือเครียด เสี่ยงต่อการเกิดฟันแตกหัก และสำหรับผู้ที่ดื่มชากาแฟเป็นประจำ ยังจะทำให้ฟันมีคราบสีติดตามซอกฟัน ดูไม่สวยเวลายิ้ม และพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ส่วนนี้ สามารถขจัดคราบต่างๆ ได้ โดยการขูดหินปูนและขัดฟัน

รักษาอย่างไรเมื่อฟันแตก
เมื่อฟันแตกจะต้องทำการตรวจระดับการแตกของฟันก่อน ถ้าการแตกบิ่นเพียงเล็กน้อยก็ทำการอุดฟันได้ แต่ถ้ามีการแตกมากกว่าครึ่งซี่ก็พิจารณาทำครอบฟัน โดยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถที่จะทำครอบฟันได้ภายในการรักษาเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการทำครอบฟันโดยใช้เซรามิคที่มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ใกล้เคียงกับเคลือบฟัน และเนื้อฟันตามธรรมชาติของคน

รู้จัก CEREC การครอบฟันแบบเซรามิค
เทคโนโลยี CEREC เป็นการทำครอบฟันภายในครั้งเดียว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงต่อฟัน 1 ซี่ โดยการใช้กล้อง 3 มิติ ในการสแกนฟันที่ทำการกรอแต่งเรียบร้อยแล้ว จากนั้นส่งสัญญาณเข้าไปที่เครื่องกลึง ทำการกลึงครอบฟันเซรามิคสีเหมือนฟันออกมา ใช้เวลากลึง 30-45 นาที ซึ่งระหว่างรอการกลึงนั้นคนไข้สามารถเดินเล่นหรือไปทำธุระก่อนได้ แล้วก็กลับมาใส่ครอบฟันหลังจากกลึงชิ้นงานเสร็จ

ฟันขาวเพิ่มเสนห์ สำหรับการทำให้ฟันขาวขึ้นมี 2 รูปแบบ คือ
1. การขจัดคราบสีที่ติดอยู่ตามตัวฟัน (external stain) สามารถขจัดด้วยการแปรงฟันด้วยตัวเอง และขัดฟันโดยทันตแพทย์ วิธีการนี้ไม่ใช่การฟอกสีฟัน ความขาวที่เกิดขึ้นคืด ได้สีฟันธรรมชาติของคนๆ นั้นกลับคืนมา
2. การฟอกสีฟัน เป็นการเปลี่ยนสีฟันธรรมชาติให้ขาวขึ้น โดยน้ำยาฟอกสีฟันทำหน้าที่กระตุ้นให้เม็ดสีในผิวฟันเกิดการแตกตัวให้มีโมเลกุลเล็กลง ทำให้สีฟันจางลง แต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นชั่วคราว ผลที่ได้คือฟันมีสีขาวขึ้น การฟอกสีฟันนี้มีหลายวิธีการ แต่วิธีการที่ต้องควบคุมโดยทันตแพทย์มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ 1. การฟอกสีฟันที่คลินิกโดยการกระตุ้นด้วยแสงประเภทต่างๆ เช่น แสง cool light, แสงจากเครื่อง plasma arc, แสงเลเซอร์ เป็นต้น โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูง และ 2. การฟอกสีฟันด้วยตัวเอง โดยการทำถาดใส่น้ำยาฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล ซึ่งมีทั้งแบบใส่กลางวัน หรือใส่กลางคืน

หลังการฟอกฟันควรดูแลฟันอย่างไร
หลังฟอกสีฟันเสร็จใหม่ๆ ฟันอาจไวต่อการเสียวฟันได้มากกว่าปกติ และอาการนี้จะคงอยู่ประมาณ 1-2 วัน ดังนั้น ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินไป เลี่ยงอาหารที่มีความเป็นกรดสูงเพื่อป้องกันอาการเสียวฟัน และหากเสียวฟันมากอาจรับประทานยาแก้ปวดประเภทพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาได้
นอกจากนี้หากต้องการให้ผลของการฟอกสีฟันคงสภาพอยู่ได้นาน แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกเลต ไวน์แดง น้ำอัดลม ผักผลไม้สีเข้มต่างๆ รวมถึงการสูบบุหรี่ค่ะ

ถ้าฟอกฟันแล้ว สียังไม่ขาวดั่งใจ จะฟอกฟันใหม่ดีไหม ?
การฟอกสีฟันที่ดีควรทำภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์ ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้ที่แนะนำวิธีการที่เหมาะสมให้แต่ละบุคคล ทั้งนี้เนื่องจากฟันของแต่ละคนมีโครงสร้าง และองค์ประกอบที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีผลตอบสนองต่อการฟอกสีฟันแตกต่างกันไปด้วย หากฟอกสีฟันแล้วได้ผลยังไม่เป็นที่พึงพอใจ ทันตแพทย์จะเลือกวิธีการที่เหมาะสมต่อไปให้ บางรายอาจใช้วิธีการฟอกสีฟันที่คลินิก (in-office bleaching) ซ้ำ หลังจากทำครั้งแรกไปแล้ว 1 สัปดาห์ บางรายอาจได้รับคำแนะนำให้ทำต่อด้วยการใส่ถาดฟอกสีฟันที่บ้านในเวลานอน (home bleaching) เป็นต้น ในการณีที่มีการฟอกสีฟันด้วยตัวเอง ทันตแพทย์จะนัดคนไข้กลับมาตรวจเป็นระยะเพื่อตรวจดูพัฒนาการของสีฟัน และผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จนกว่าจะได้สีฟันที่เหมาะสมก็จะให้ยุติการฟอกสีฟันนั้น การฟอกสีฟันด้วยตัวเองไม่ควรทำโดยไม่ได้รับคำปรึกษาจากทันตแพทย์นะคะ เพราะอาจมีอันตรายที่เกิดต่อฟันเราโดยไม่รู้ตัวได้

วันนี้ คำแนะนำจากทันตแพทย์อภิรักษ์ กิตติชัยศรี คงได้ช่วยไขข้อข้องใจที่หลายๆ คนสงสัย ทั้งเกี่ยวกับเรื่องการครอบฟัน การทำสีฟัน การฟอกสีฟัน กันได้เป็นอย่างดี
และ เรื่องสำคัญที่คุณหมอเน้นย้ำเสมอๆ ก็คือ การหมั่นดูแลฟันให้สะอาด และการไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือนนะคะ

ขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์จาก Stardent Dental Clinic ชั้น 2 Life Center (Q.House Lumpini)

Advertisements